A ไม่ระบุตัว · 29 ก.ค. 2011 · 01:58 ...เรื่องนี้สอนให้รู้ว่า แก้วน้ำเพียง 1 ใบ สามารถบอกได้ว่าคนเรานั้นเป็นคนแบบไหน.....อู้....เกือบคม
v vorspiel · 29 ก.ค. 2011 · 04:09 (บางรายนี่ผมไม่ค่อยแน่ใจนะ) โคกาสะ = มองโลกแง่ดี โมโคว = มองโลกแง่ร้าย เคย์เนะ = มองอย่างเป็นวิชาการ (โดยใช้ไวยากรณ์ที่เที่ยงตรงกว่า?) ซุยกะ = มองแบบขี้เมา ยูกะ = มองแบบพวกชอบดูถูกเหยียดหยามสิ่งอื่นๆ ท่านชิคิ = มองโดยใช้หลักการในชั้นศาล พาเช่ = มองแบบผู้ที่ไม่เชื่อในคุณค่าหรือสิ่งใดเลย (Nihilist) ท่านยูยู = ตะกล.... /me ถูกเขมือบ มาริสะ = มองอย่างที่โจรจะมอง โคอิชิ = มองอย่างคนไม่เจนโลก เบียคุเรน = มองในมุมมองของพระผู้ไถ่ (พระเยซู) คานาโกะ = มองในมุมมองของพวกคลั่งศาสนา /me ถูกองบาชิระ กระแทก ชิลโน่ = มองอย่างเด็กเล็ก นิโทริ = มองด้วยหลักการวิทยาศาสตร์ พี่โชว = มองตามความเชื่อที่ถูกสั่งสอน (???) เทรุโยะ = มองอย่างเหยียดๆด้วยวิทยาการที่สูงส่งกว่าคนอื่น (???) อลิซ = เกลียดสังคม เทนชิ = มองแบบเกรียนๆ เรย์มุ = จะขาดน้ำตายอยู่แล้ว!!!
A ไม่ระบุตัว · 29 ก.ค. 2011 · 19:32 ของคางุยะ เข้าใจยากมาก - -" คางุยะ : เธอคิดว่าแก้วนี้ สร้างความสมบูรณ์ของ ที่ว่าง-เวลาที่ถูกควบคุมไว้ ในสภาพแวดล้อมที่ไร้สาระ จะแปลว่า ความสมบูรณ์ของ ที่ว่าง-เวลาทีถูกควบคุมไว้ หรือ ความสมบูรณ์แห่งที่ว่างเวลา ที่ถูกควบคุมไว้ ดีล่ะ? แล้วจะตีความว่าไงดี ใครเป็นสถาปนิกหรือรู้ฟิสิกส์มากๆ บอกหน่อยสิ = ="
C Clark · 29 ก.ค. 2011 · 23:27 ไม่รู้แน่ใจป่ะอะ แต่ไปดูsteins;gateแล้วนึกอยากศึกษาฟิสิกส์ เลยเข้าไปอ่านในวิกิเล่นๆ ตอนแรกก็อ่านของยุคเก่าๆ มันส์ดี ไปมาๆลามปามเลยไปถึงQuantum Entanglement(ทฤษฐีใหม่ที่กำลังรอการพิสูจน์) ถ้าให้ผมแปล จะเป็น แก้วน้ำที่มีน้ำครึ่งใบนี้สามารถสร้างมิติเวลาที่ควบคุมได้อย่างสิ้งเชิงในสภาพแวดล้อมที่ไม่สมเหตุสมผล ซึ่งน่าจะเกี่ยวกับทฤษฐีEPR Paradox ซึ่งอธิบายได้ว่า "สสาร2ชนิดซึ่งมีค่าต่างกันแต่มีสิ่งคล้ายกันอยู่(น่าจะเกี่ยวกะH กะ O ซึ่งปกติมีอยู่ในอากาศ แต่พอHมี2โมลจะทำให้เกิดน้ำ)ทำปฏิกริยากันในพื้นที่จำกัด(แก้วน้ำ)ซึ่งทีมของไอสไตน์เร่งปฎิกริยาให้มีการโต้ตอบกันสั้นๆ โดยสสารทั้งคู่มีการเคลื่อนย้ายจากตำแหน่งเดิม จนเกิดการบิดเบือนของ"อะไรซักอย่างขึ้น(ซึ่งทีมไอสไตน์ก้ตอบไม่ได้เช่นกันเพราะขัดกับหลักฟิสิกส์)ซึ่งผลของมันทำให้เกิดปฎิกริยาที่"เร็วเหนือแสง"ซึ่งตามทฤษฐีของไอสไตน์แล้ว สสารที่เร็วเหนือแสงนั้นจะสามารถย้อนเวลาได้ หรืออาจทำอะไรได้มากกว่านั้น" แต่ปัจจุบันก็เป็นที่รู้กันว่า หลุมดำสามารถดูดแสง ซึ่งหมายความว่าเวลาในหลุมดำจะหยุดนิ่ง และสสารใกล้หลุมดำ(Dark matter)คืออะไรก็ไม่มีใครรู้(จากทฤษฐีของ สตีเฟ่น ฮอว์คิง)
C Clark · 29 ก.ค. 2011 · 23:28 อะ ผมแปลจากวิกินี้ ลองเอาไปอ่านดู http://en.wikipedia.org/wiki/EPR_paradox
A ไม่ระบุตัว · 29 ก.ค. 2011 · 23:46 totallity เป็นคำนามท้ายประโยคนาท่าน time-space น่าจะไปขยายคำๆนี้มากกว่า แล้วสุดท้าย มันหมายความว่าคางุยะคิดยังไงกับไอ้น้ำแก้วนี้ล่ะเนี่ย - -"
A ไม่ระบุตัว · 30 ก.ค. 2011 · 01:49 คางุยะ:ตั้งใจที่จะสร้างแก้วที่สามารถควบคุมช่องว่างของเวลาได้อย่างสมบูรณ์ในสภาพแวดล้อมที่่ไม่น่าเป็นไปได้ ผมลองแปลดูนะครับ(ให้เพื่อนช่วยด้วย) คำว่าthinkแปลว่าตั้งใจได้ด้วย ส่วนที่แปลว่าไร้สาระผมใช้คำว่าไม่น่าเป็นไปได้แทน
C Clark · 30 ก.ค. 2011 · 08:36 ^ ถึงคำว่้าglassแปลโดดๆได้ว่าตั้งใจ แต่จากสถาณการณ์ทั้งหมดมันจะเป็นคำว่า"คิดว่า"ครับ(เพราะถ้าจะใส่คำว่าตั้งใจต้องมีthatด้วยไม่เช่นนั้นมันจะไม่สมเหตุสมผลกะหลักในการอ่านENG) google translateช่วยอะไรไม่ได้เลย= =ต้องใช้ความคุ้นเคยกะภาษาล้วนๆ(ผมอยู่กะนิโกรมาหลายปี...) และถึงจะบอกว่าเป็นคำนามท้ายประโยค แต่ถ้ามองอีกมุมที่ผมมองมันจะหมายความว่าเป็นคำขยายครับ(บางทีภาษาเค้าก็จะเล่นคำแบบนี้) ปล.ไม่แน่ใจถูกหรือเปล่า เพราะแปลจากประสบการณ์ล้วนๆที่คลุกคลีกะชาวต่างชาติมาหลายปี
ความคิดเห็น · 13
เข้าสู่ระบบ เพื่อแสดงความคิดเห็น
โคกาสะ = มองโลกแง่ดี
โมโคว = มองโลกแง่ร้าย
เคย์เนะ = มองอย่างเป็นวิชาการ (โดยใช้ไวยากรณ์ที่เที่ยงตรงกว่า?)
ซุยกะ = มองแบบขี้เมา
ยูกะ = มองแบบพวกชอบดูถูกเหยียดหยามสิ่งอื่นๆ
ท่านชิคิ = มองโดยใช้หลักการในชั้นศาล
พาเช่ = มองแบบผู้ที่ไม่เชื่อในคุณค่าหรือสิ่งใดเลย (Nihilist)
ท่านยูยู = ตะกล.... /me ถูกเขมือบ
มาริสะ = มองอย่างที่โจรจะมอง
โคอิชิ = มองอย่างคนไม่เจนโลก
เบียคุเรน = มองในมุมมองของพระผู้ไถ่ (พระเยซู)
คานาโกะ = มองในมุมมองของพวกคลั่งศาสนา /me ถูกองบาชิระ กระแทก
ชิลโน่ = มองอย่างเด็กเล็ก
นิโทริ = มองด้วยหลักการวิทยาศาสตร์
พี่โชว = มองตามความเชื่อที่ถูกสั่งสอน (???)
เทรุโยะ = มองอย่างเหยียดๆด้วยวิทยาการที่สูงส่งกว่าคนอื่น (???)
อลิซ = เกลียดสังคม
เทนชิ = มองแบบเกรียนๆ
เรย์มุ = จะขาดน้ำตายอยู่แล้ว!!!
เคย์เนะ = มองอย่างเป็นกลาง
คางุยะ : เธอคิดว่าแก้วนี้ สร้างความสมบูรณ์ของ ที่ว่าง-เวลาที่ถูกควบคุมไว้ ในสภาพแวดล้อมที่ไร้สาระ
จะแปลว่า
ความสมบูรณ์ของ ที่ว่าง-เวลาทีถูกควบคุมไว้ หรือ
ความสมบูรณ์แห่งที่ว่างเวลา ที่ถูกควบคุมไว้ ดีล่ะ?
แล้วจะตีความว่าไงดี ใครเป็นสถาปนิกหรือรู้ฟิสิกส์มากๆ บอกหน่อยสิ = ="
ถ้าให้ผมแปล จะเป็น แก้วน้ำที่มีน้ำครึ่งใบนี้สามารถสร้างมิติเวลาที่ควบคุมได้อย่างสิ้งเชิงในสภาพแวดล้อมที่ไม่สมเหตุสมผล
ซึ่งน่าจะเกี่ยวกับทฤษฐีEPR Paradox ซึ่งอธิบายได้ว่า
"สสาร2ชนิดซึ่งมีค่าต่างกันแต่มีสิ่งคล้ายกันอยู่(น่าจะเกี่ยวกะH กะ O ซึ่งปกติมีอยู่ในอากาศ แต่พอHมี2โมลจะทำให้เกิดน้ำ)ทำปฏิกริยากันในพื้นที่จำกัด(แก้วน้ำ)ซึ่งทีมของไอสไตน์เร่งปฎิกริยาให้มีการโต้ตอบกันสั้นๆ โดยสสารทั้งคู่มีการเคลื่อนย้ายจากตำแหน่งเดิม จนเกิดการบิดเบือนของ"อะไรซักอย่างขึ้น(ซึ่งทีมไอสไตน์ก้ตอบไม่ได้เช่นกันเพราะขัดกับหลักฟิสิกส์)ซึ่งผลของมันทำให้เกิดปฎิกริยาที่"เร็วเหนือแสง"ซึ่งตามทฤษฐีของไอสไตน์แล้ว สสารที่เร็วเหนือแสงนั้นจะสามารถย้อนเวลาได้ หรืออาจทำอะไรได้มากกว่านั้น"
แต่ปัจจุบันก็เป็นที่รู้กันว่า หลุมดำสามารถดูดแสง ซึ่งหมายความว่าเวลาในหลุมดำจะหยุดนิ่ง และสสารใกล้หลุมดำ(Dark matter)คืออะไรก็ไม่มีใครรู้(จากทฤษฐีของ สตีเฟ่น ฮอว์คิง)
http://en.wikipedia.org/wiki/EPR_paradox
แล้วสุดท้าย มันหมายความว่าคางุยะคิดยังไงกับไอ้น้ำแก้วนี้ล่ะเนี่ย - -"
ผมลองแปลดูนะครับ(ให้เพื่อนช่วยด้วย)
คำว่าthinkแปลว่าตั้งใจได้ด้วย
ส่วนที่แปลว่าไร้สาระผมใช้คำว่าไม่น่าเป็นไปได้แทน
ถึงคำว่้าglassแปลโดดๆได้ว่าตั้งใจ แต่จากสถาณการณ์ทั้งหมดมันจะเป็นคำว่า"คิดว่า"ครับ(เพราะถ้าจะใส่คำว่าตั้งใจต้องมีthatด้วยไม่เช่นนั้นมันจะไม่สมเหตุสมผลกะหลักในการอ่านENG)
google translateช่วยอะไรไม่ได้เลย= =ต้องใช้ความคุ้นเคยกะภาษาล้วนๆ(ผมอยู่กะนิโกรมาหลายปี...)
และถึงจะบอกว่าเป็นคำนามท้ายประโยค แต่ถ้ามองอีกมุมที่ผมมองมันจะหมายความว่าเป็นคำขยายครับ(บางทีภาษาเค้าก็จะเล่นคำแบบนี้)
ปล.ไม่แน่ใจถูกหรือเปล่า เพราะแปลจากประสบการณ์ล้วนๆที่คลุกคลีกะชาวต่างชาติมาหลายปี