w wingaura · 6 ส.ค. 2011 · 20:24 โทษทีนะพอดีนิทานเรื่องนี้มีตัวละครพิเศษเพิ่มขึ้นมามันเลยจบแบบนี้ 555+
w wingaura · 6 ส.ค. 2011 · 23:05 เรื่องของซายากะจะเหมือนกับเรื่องของเจ้าหญิงเงือกแบบเก่าครับ นั้นคือจบที่เจ้าชายคิดว่าเด้กสาวที่ผ่านมาเจอหลังจากเจ้าหญิงเงือกพามาส่งฝั่งเป็นคนช่วยชีวิตเลยแต่งงานกัน เจ้าหญิงเงือกที่ยอมแลกเสียง(เลยพูดไม่ได้)เพื่อให้ได้ขาขึ้นมาเดินบนบกเสียใจจึงสลายกลายเป็นฟองอากาศในทะเลไป ซึ่งเรื่องของซายากะก็ไม่ต่างกันช่วยคามิโจวโดยใช้พรที่ได้มา 1 ข้อทำให้ตัวเองกลายเป็น สวนม. แต่คามิโจวมันก็ไม่รู้แล้วไปลงเอยกับฮิโตมิที่มาสารภาพรักซึ่งฮิโตมิให้โอกาสซายากะก่อนแล้ว แต่ตอนนั้นซายากะร้แล้วว่า สวนม. ที่ว่ามันคืออะไรร่างของเธอไม่มีวิญญาณอีกแล้ว(กลายเป็นโซลเจ็มอยู่ด้านนอกไปแล้ว)ไม่ต่างกับเป็นซอมบี้จึงไม่กล้าจะไปผูกสัมพันธ์ด้วย เลยต้องปล่อยให้ฮิโตมิไป เป็นเหตุให้ซายากะดาวน์เป็นแม่มดไป ซึ่งเหมือนกันมาที่พยายามแทบตายแต่เค้าก็ดันไม่เห็นสิ่งที่เราทำให้จนต้องตายไปกับความชอกช้ำใจของตัวเอง แต่ในเรื่อง สวนม. มืดมนของโดจินนี่เรามีเคียวโกะที่เป็นเหมือนตัวละครนอกเหนือจากที่เอาไปเทียบกับนิทานเจ้าหญิงเงือกผลลัพธ์เลยต่างออกไป เมื่อเคียวโกะไม่ให้อภัยทั้งสองคนที่ทำให้ซายากะต้องพบกับจุดจบที่แสนเลวร้ายนี่ เลยไม่ปล่อยให้คนที่ทำให้ซายากะต้องแหลกสลายมีความสุขลนความทุกข์จัดการพิพากษาทั้งคู่ไปซะ(ฆ่าทิ้งซะทั้งคู่เลย) แต่ในเรื่องจริงๆเคียวโกะไม่ได้ทำอะไร สองคนนั้นเพราะตายไปพร้อมกับซายากะที่กลายเป็นแม่มด เป็นสิ่งสุดท้ายที่ทำให้คนที่แคร์นั้นคือตายไปเป็นเพื่อนด้วยกัน อนึ่ง.ผมหมั่นใส้ 2 คนนี้เป็นการส่วนตัวอันมีเหตุจากฮิโตมิไม่เคยมาทุ่มเทอะไรแค่ฉากมาเยี่ยมยังไม่มีเลยบอกแต่มีเรียนเพิ่ม ซึ่งอาจจะแอบมาแต่เราไม่เห็นกันก็ได้เหตุผลนี้เลยยังพอปล่อยผ่าน แต่คามิโจวนี่หมั่นไส้มากไม่ใช่ว่าเพราะไม่รุ้ถึงความพยายามของซายากะนะ คนไม่รู้ก็คือไม่รู้ที่หมั่นไส้คือตอนจบ ไม่เคยเห็นหัวซายากะเลยออกจากโรงพยาบาลแค่โทรมาบอกก็ไม่มี มาทำเป็นเรียกหาหลังซายากะสลายไปตามกฏใหม่ของพระแม่มาโดกะ
A ไม่ระบุตัว · 6 ส.ค. 2011 · 23:32 ตามที่เกนคนเขียนบทบอกเกี่ยวกับคามิโจวคือเขาไม่ค่อยมีเวลาติดต่อกับเพื่อนๆค่ะแน่นอนรวมทั้งซายากะด้วยลงในเมกามิเเม็กกาซีนถ้าจำไม่ผิดแต่เนื่องจากว่าคนเรามันก็ต้องพูดให้หายเป็นห่วงซะหน่อยมันก็น่าจะยอมสละเวลามาหาซายากะบ้างแต่นี่ไม่มีซะครั้งเรื่องนี้ก็เป็นเรื่องที่ไม่น่าให้อภัยมากๆและความคิดที่คามิโจวมีต่อซายากะก็เป็นได้เเค่เพื่อนสมัยเด็กค่ะ ส่วนฮิโตมิเราว่าฮิโตมิเเฟร์มากๆเเล้ว ปล.เเต่เราก็ยังไม่ให้อภัยเพราะทำซายากะเราสิ้นหวังอยู่ดีละฟระ=3=
w wingaura · 6 ส.ค. 2011 · 23:41 ก็นั้นสิครับต่อให้คิดว่าเป็นแค่เพื่อนสมัยเด็กแต่เค้ามาเอาใจใส่ขนาดนั้นก็น่าจะโทรไปบอกกันบ้าง ส่งเมล์ก็ยังดีเสียเวลาไม่กี่นาทีหรอกเอาแต่บ้าไวโอลินอยู่ได้ก็เข้าใจว่าดีใจที่ได้กลับมาเล่นใหม่อีกครั้ง ซึ่งถ้ามันจบแค่นี้ผมก็ไม่เกลียดมันหรอกคามิโจวก้เป็นแค่คนที่ไม่รุ้จักมารยาทเท่านั้น แต่มาปึ้ดขึ้นเอาตอนเรียกหานั้นแหละมันไม่เคยแลเลยจะมาทำหน้าอาลัยอาวรณ์เอาตอนจบทำไม ทำหน้านิ่งไม่รู้เรื่องอะไรยังดีซะกว่า ของที่ไม่เคยสนใจพอมันหลุดมือไปถึงหันมามองนี่เป็นอะไรที่ผมไม่ชอบเอามากๆเลย สำหรับคนที่โดนนั้นผมว่าทำเมินไปตอลดเลยหรือเกลียดกันไปเลยยังดีกว่า
A ไม่ระบุตัว · 7 ส.ค. 2011 · 05:06 ผมก็เป็นคนหนึ่งครับ ที่เล่นดนตรี เล่นกีต้าร์มาตั้งแต่อายุ 13 เล่นไวโอลินตอนอายุ 18 และตั้งใจที่จะเป็นนักดนตรี นักแต่งเพลง ตอนอายุ 23 ผมเป็นอาการ RSI ที่มือซ้ายข้างที่จับคอกีต้าร์ ทำให้ผมเล่นกีต้าร์ไม่ได้อีกเลย นี่ผ่านมาหลายปีแล้ว ผมฝึกเล่นใหม่ทั้งแบบคนถนัดซ้าย(ใช้มือขวาจับคอกีต้าร์) ถึงจะเสียเวลาไป แต่ผมก็เล่นกีต้าร์ได้เหมือนเดิม นักดนตรีจำนวนมากที่ต้องเสียอวัยวะสำคัญไปจนต้องหยุดเล่น แต่พวกเขาเหล่านั้นก็ยังยืนหยัดในสิ่งที่ตัวเองรัก และพยายามที่จะเล่นดนตรีได้อีกครั้ง Mark Playle ผู้เข้ารอบสุดท้าย guitar idol 2008 แขนข้างหนึ่งขาดถึงข้อศอก เขาก็ยังเล่นกีต้าร์เก่งจนคนที่มีร่างกายครบ 32 หลาย ๆ ต้องยอมแพ้ Django Reinhardt นักกีต้าร์เจ้าตำรับ gypsy jazz ก็ถูกไฟไหม้จนนิ้วมือใช้การไม่ได้ไป 2 นิ้ว แต่เขาก็พยายามหาวิธีเล่นกีต้าร์ในแบบของตนเอง สร้างตำนานที่คนทุกวันนี้ยังต้องยกย่อง Liu Wei ผู้ชนะเลิศ China got talent 2010 ก็เป็นนักเปียโนที่ไม่มีแขนทั้ง 2 ข้าง แถมยังเคยได้ 2 เหรียญทอง 1 เหรียญเงิน จากการแข่งขันว่ายน้ำของผู้พิการด้วย เขาเสียแขนทั้ง 2 ข้างไปตอนที่อายุเพียง 10 ปีเท่านั้น อีกคนที่ไม่กล่าวถึงไม่ได้เลย คือ Beethoven เขาคนนี้เริ่มมีอาการหูหนวกเมื่ออายุ 26 ปี แต่เขาก็ยังแต่งเพลงต่อไปอย่างไม่ย่อท้อ แม้ช่วงหลังหูของเขาจะหนวกสนิท เขาก็ยังแต่งเพลงออกมาเรื่อย ๆ จนถึงวาระสุดท้ายของชีวิตเมื่ออายุ 56 ปี สิ่งที่เราเคยทำได้อย่างา่ยดาย เสียงที่เล่นออกมาอย่างละเมียดละไมในแต่ละตัวโน้ต นิ้วที่กรีดกรายไปบนสายเครื่องดนตรีได้อย่างงดงาม กลับกลายเป็นแค่ก้อนเนื้อแข็งทื่อ เป็นความเจ็บปวดที่คนอื่นไม่มีวันเข้าใจ ถ้าผมดูอนิเมเรื่องนี้ตอนที่มือซ้ายผมเริ่มเป็น RSI ผมคงเห็นใจเคียวสึเกะ แต่ตอนนี้เห็นแล้วสมเพชครับ ถ้ารักดนตรีจริง ๆ หายใจเป็นดนตรี ทิ้งทุกสิ่งเพื่อดนตรีได้จริง ๆ ฝึกใหม่ได้ครับ จับคอไวโอลินด้วยมือขวา มือซ้ายที่นิ้วแข็งทื่อไปแล้วก็เอาไปจับคันชัก น้ำหนักการลงคันชักมันควบคุมด้วยข้อมือกับข้อศอก และมุมของคันชักกับสายไวโอลินอยู่แล้ว ไม่มีปัญหา นี่มันคงไม่ได้รักดนตรีจริง ๆ แค่หลงไปกับคำว่า "นักไวโอลินอัจฉริยะ" ที่ใคร ๆ พูดมาอวยมัน กลัวเสียเวลาต้องฝึกใหม่ กลัวจะแก่ก่อนจะดัง พอหายดีแล้วก็ลืมตัวเป็นวัวลืมตีน ไม่เคยนึกถึงความห่วงใยที่คนอื่นเขาทุ่มเทให้ตลอด น้ำใจเล็ก ๆ น้อย ๆ ขอบคุณสักคำก็ไม่มี คนที่เป็นเพื่อนรักกันไม่ควรจะต้องมาผิดใจกันเพราะไอ้หน้าตัวเมียแบบนี้เลยครับ
A ไม่ระบุตัว · 7 ส.ค. 2011 · 17:31 คามิโจวก็ส่วนนึง แต่ซายากะเองก็โง่เหลือหลายที่ไปยึดติดกับเรื่องซอมบี้ ฮิโตมิก็ใช่ว่าจะมาตบเนียลซะที่ใหน ก็ให้โอกาศไปก่อน อย่างน้อยก็ไปสารภาพให้รู้กันไป ดีกว่าปล่อยผ่านไปแบบโง่ๆแบบนี้ ชะตากรรมของเธออาจจะสวยกว่านี้ก็ได้
R Raven of Steel · 8 ส.ค. 2011 · 12:30 จริงๆ ผมว่าที่ ซายากะ กลายเป็นแม่มดน่ะ การที่เธออกหักจากคามิโจวเป็นแค่ 1 ในปัจจัยนึงเฉยๆ เพราะเท่าที่ดู สาเหตุหลักจริงๆ คือ ซายากะ รับตัวเองไม่ได้ โดยเฉพาะตอนที่เผลอคิดว่า"ในตอนนั้นน่าจะปล่อยให้ ฮิโตมิ ตายไปซะดีกว่า" หลังจากนั้นก็ได้ปัจจัยเสริมอีกนิดหน่อยเช่น การไม่ได้ล้างโซลเจม การที่เผลอไปด่ามาโดกะ(โดยไม่ได้ตั้งใจ) และ การไปได้ยินไอ้บ้า 2 ตัว พูดกันบนรถไฟ จริงๆ ในตอนจบ ที่ซายากะตายและได้พบกับมาโดกะอีกครั้งนั้น ก็เป็นเนื้อเรื่องของเจ้าหญิงเงือกเช่นกัน โดยในเนื้อเรื่องเจ้าหญิงเงือกก็คือ หลังจากเจ้าหญิงเงือกได้กลายเป็นฟองคลื่นเธอได้พบกับนางฟ้า(ในเรื่องเขียนว่า daughters of air แต่ขอเรียกงี้ล่ะกัน) และก็ได้กลายเป็นนางฟ้าบนสวรรค์ ในตอนจบเธอได้บินมาดูเจ้าชายที่กำลังจะแต่งงานพร้อมอวยพรให้เจ้าชายและหญิงคนรักมีแต่ความสุข และเธอก็กลับไปยังสวรรค์
A ไม่ระบุตัว · 8 ส.ค. 2011 · 12:40 ผมกำลังสงสัยว่าไม่มีซักลูบเลยเรอาะที่โฮมุแอบฆ่าฮิโตมิทิ้ง จะได้ไม่ไปลงเอยให้กับบักคามิโจให้ซายากะช้ำใจเล่น จริงอยู่ที่หลายปัจจัยมันรุมเร้า แต่ผมว่าปัจจัยหลักยังไงก็เรื่องอกหักนี่แหละ
A ไม่ระบุตัว · 13 ส.ค. 2011 · 00:11 เรปบนนะ เพราะที่ซายากะกลายเป็นแม่มดเพิ่งจะมาเริ่มที่ลูปก่อนสุดท้ายน่ะสิ ดังนั้นถ้าจะแก้อะไรก็ต้องมาแก้ที่ลูปซึ่งเป็นเนื้อเรื่องนี้ แต่ก็อย่างที่เห็นว่ามันทำไม่ทัน
ความคิดเห็น · 15
เข้าสู่ระบบ เพื่อแสดงความคิดเห็น
ซึ่งเรื่องของซายากะก็ไม่ต่างกันช่วยคามิโจวโดยใช้พรที่ได้มา 1 ข้อทำให้ตัวเองกลายเป็น สวนม. แต่คามิโจวมันก็ไม่รู้แล้วไปลงเอยกับฮิโตมิที่มาสารภาพรักซึ่งฮิโตมิให้โอกาสซายากะก่อนแล้ว แต่ตอนนั้นซายากะร้แล้วว่า สวนม. ที่ว่ามันคืออะไรร่างของเธอไม่มีวิญญาณอีกแล้ว(กลายเป็นโซลเจ็มอยู่ด้านนอกไปแล้ว)ไม่ต่างกับเป็นซอมบี้จึงไม่กล้าจะไปผูกสัมพันธ์ด้วย เลยต้องปล่อยให้ฮิโตมิไป เป็นเหตุให้ซายากะดาวน์เป็นแม่มดไป
ซึ่งเหมือนกันมาที่พยายามแทบตายแต่เค้าก็ดันไม่เห็นสิ่งที่เราทำให้จนต้องตายไปกับความชอกช้ำใจของตัวเอง แต่ในเรื่อง สวนม. มืดมนของโดจินนี่เรามีเคียวโกะที่เป็นเหมือนตัวละครนอกเหนือจากที่เอาไปเทียบกับนิทานเจ้าหญิงเงือกผลลัพธ์เลยต่างออกไป เมื่อเคียวโกะไม่ให้อภัยทั้งสองคนที่ทำให้ซายากะต้องพบกับจุดจบที่แสนเลวร้ายนี่ เลยไม่ปล่อยให้คนที่ทำให้ซายากะต้องแหลกสลายมีความสุขลนความทุกข์จัดการพิพากษาทั้งคู่ไปซะ(ฆ่าทิ้งซะทั้งคู่เลย) แต่ในเรื่องจริงๆเคียวโกะไม่ได้ทำอะไร สองคนนั้นเพราะตายไปพร้อมกับซายากะที่กลายเป็นแม่มด เป็นสิ่งสุดท้ายที่ทำให้คนที่แคร์นั้นคือตายไปเป็นเพื่อนด้วยกัน
อนึ่ง.ผมหมั่นใส้ 2 คนนี้เป็นการส่วนตัวอันมีเหตุจากฮิโตมิไม่เคยมาทุ่มเทอะไรแค่ฉากมาเยี่ยมยังไม่มีเลยบอกแต่มีเรียนเพิ่ม ซึ่งอาจจะแอบมาแต่เราไม่เห็นกันก็ได้เหตุผลนี้เลยยังพอปล่อยผ่าน แต่คามิโจวนี่หมั่นไส้มากไม่ใช่ว่าเพราะไม่รุ้ถึงความพยายามของซายากะนะ คนไม่รู้ก็คือไม่รู้ที่หมั่นไส้คือตอนจบ ไม่เคยเห็นหัวซายากะเลยออกจากโรงพยาบาลแค่โทรมาบอกก็ไม่มี มาทำเป็นเรียกหาหลังซายากะสลายไปตามกฏใหม่ของพระแม่มาโดกะ
ปล.เเต่เราก็ยังไม่ให้อภัยเพราะทำซายากะเราสิ้นหวังอยู่ดีละฟระ=3=
ตอนอายุ 23 ผมเป็นอาการ RSI ที่มือซ้ายข้างที่จับคอกีต้าร์ ทำให้ผมเล่นกีต้าร์ไม่ได้อีกเลย นี่ผ่านมาหลายปีแล้ว ผมฝึกเล่นใหม่ทั้งแบบคนถนัดซ้าย(ใช้มือขวาจับคอกีต้าร์) ถึงจะเสียเวลาไป แต่ผมก็เล่นกีต้าร์ได้เหมือนเดิม
นักดนตรีจำนวนมากที่ต้องเสียอวัยวะสำคัญไปจนต้องหยุดเล่น แต่พวกเขาเหล่านั้นก็ยังยืนหยัดในสิ่งที่ตัวเองรัก และพยายามที่จะเล่นดนตรีได้อีกครั้ง
Mark Playle ผู้เข้ารอบสุดท้าย guitar idol 2008 แขนข้างหนึ่งขาดถึงข้อศอก เขาก็ยังเล่นกีต้าร์เก่งจนคนที่มีร่างกายครบ 32 หลาย ๆ ต้องยอมแพ้
Django Reinhardt นักกีต้าร์เจ้าตำรับ gypsy jazz ก็ถูกไฟไหม้จนนิ้วมือใช้การไม่ได้ไป 2 นิ้ว แต่เขาก็พยายามหาวิธีเล่นกีต้าร์ในแบบของตนเอง สร้างตำนานที่คนทุกวันนี้ยังต้องยกย่อง
Liu Wei ผู้ชนะเลิศ China got talent 2010 ก็เป็นนักเปียโนที่ไม่มีแขนทั้ง 2 ข้าง แถมยังเคยได้ 2 เหรียญทอง 1 เหรียญเงิน จากการแข่งขันว่ายน้ำของผู้พิการด้วย เขาเสียแขนทั้ง 2 ข้างไปตอนที่อายุเพียง 10 ปีเท่านั้น
อีกคนที่ไม่กล่าวถึงไม่ได้เลย คือ Beethoven
เขาคนนี้เริ่มมีอาการหูหนวกเมื่ออายุ 26 ปี แต่เขาก็ยังแต่งเพลงต่อไปอย่างไม่ย่อท้อ แม้ช่วงหลังหูของเขาจะหนวกสนิท เขาก็ยังแต่งเพลงออกมาเรื่อย ๆ จนถึงวาระสุดท้ายของชีวิตเมื่ออายุ 56 ปี
สิ่งที่เราเคยทำได้อย่างา่ยดาย เสียงที่เล่นออกมาอย่างละเมียดละไมในแต่ละตัวโน้ต นิ้วที่กรีดกรายไปบนสายเครื่องดนตรีได้อย่างงดงาม กลับกลายเป็นแค่ก้อนเนื้อแข็งทื่อ เป็นความเจ็บปวดที่คนอื่นไม่มีวันเข้าใจ ถ้าผมดูอนิเมเรื่องนี้ตอนที่มือซ้ายผมเริ่มเป็น RSI ผมคงเห็นใจเคียวสึเกะ แต่ตอนนี้เห็นแล้วสมเพชครับ ถ้ารักดนตรีจริง ๆ หายใจเป็นดนตรี ทิ้งทุกสิ่งเพื่อดนตรีได้จริง ๆ ฝึกใหม่ได้ครับ
จับคอไวโอลินด้วยมือขวา มือซ้ายที่นิ้วแข็งทื่อไปแล้วก็เอาไปจับคันชัก น้ำหนักการลงคันชักมันควบคุมด้วยข้อมือกับข้อศอก และมุมของคันชักกับสายไวโอลินอยู่แล้ว ไม่มีปัญหา
นี่มันคงไม่ได้รักดนตรีจริง ๆ แค่หลงไปกับคำว่า "นักไวโอลินอัจฉริยะ" ที่ใคร ๆ พูดมาอวยมัน กลัวเสียเวลาต้องฝึกใหม่ กลัวจะแก่ก่อนจะดัง พอหายดีแล้วก็ลืมตัวเป็นวัวลืมตีน ไม่เคยนึกถึงความห่วงใยที่คนอื่นเขาทุ่มเทให้ตลอด น้ำใจเล็ก ๆ น้อย ๆ ขอบคุณสักคำก็ไม่มี
คนที่เป็นเพื่อนรักกันไม่ควรจะต้องมาผิดใจกันเพราะไอ้หน้าตัวเมียแบบนี้เลยครับ
^
^
^
เรปนี้โหด
การที่เธออกหักจากคามิโจวเป็นแค่ 1 ในปัจจัยนึงเฉยๆ
เพราะเท่าที่ดู สาเหตุหลักจริงๆ คือ
ซายากะ รับตัวเองไม่ได้ โดยเฉพาะตอนที่เผลอคิดว่า"ในตอนนั้นน่าจะปล่อยให้ ฮิโตมิ ตายไปซะดีกว่า"
หลังจากนั้นก็ได้ปัจจัยเสริมอีกนิดหน่อยเช่น การไม่ได้ล้างโซลเจม การที่เผลอไปด่ามาโดกะ(โดยไม่ได้ตั้งใจ) และ การไปได้ยินไอ้บ้า 2 ตัว พูดกันบนรถไฟ
จริงๆ ในตอนจบ
ที่ซายากะตายและได้พบกับมาโดกะอีกครั้งนั้น
ก็เป็นเนื้อเรื่องของเจ้าหญิงเงือกเช่นกัน โดยในเนื้อเรื่องเจ้าหญิงเงือกก็คือ
หลังจากเจ้าหญิงเงือกได้กลายเป็นฟองคลื่นเธอได้พบกับนางฟ้า(ในเรื่องเขียนว่า daughters of air แต่ขอเรียกงี้ล่ะกัน) และก็ได้กลายเป็นนางฟ้าบนสวรรค์
ในตอนจบเธอได้บินมาดูเจ้าชายที่กำลังจะแต่งงานพร้อมอวยพรให้เจ้าชายและหญิงคนรักมีแต่ความสุข และเธอก็กลับไปยังสวรรค์