ไฟล์ภาพไม่พร้อมใช้งาน
ไฟล์ภาพของโพสต์นี้หายไปเมื่อเซิร์ฟเวอร์เดิมถูกโจมตี แท็ก ความคิดเห็นและรายการโปรดยังอยู่ครบ — ถ้าคุณมีไฟล์นี้ ช่วยกู้คืนได้
- ขนาด
- 600×600 · JPG · 511 KB
- md5
d42d726329cad9214981c333ec0f1ff9
ลองค้นด้วย md5: Danbooru · Gelbooru · Google — รับเฉพาะไฟล์เดิมทุกไบต์ (md5 ตรงกัน) ภาพที่ถูกย่อหรือบันทึกใหม่ใช้ไม่ได้
เข้าสู่ระบบ เพื่อส่งไฟล์
ความคิดเห็น · 6
เข้าสู่ระบบ เพื่อแสดงความคิดเห็น
ศัพเครื่องบินครับ...คนเคยนั่งเครื่องบินจะเข้าใจคำนี้(มีต้องมีสักครั้ง)
จากวิกิ
หลุมอากาศ หรือที่นักบินเรียกว่า Turbulence คือกระแสอากาศที่ไม่เรียบนั่นเอง เปรียบเหมือนกับรถที่แล่นไปบนถนนขรุขระ ก็ต้องมีการตกหลุมตกร่องบ้าง บางคนตั้งข้อสังเกตว่าเครื่องบินคงจะบรรทุกน้ำหนักเกิน พอบินไปบินมาบ่อยๆ เลยทำให้อากาศทรุด กลายเป็นหลุมเป็นบ่อ (อิอิ) โดยปกติอากาศจะมีการถ่ายเทอยู่เสมอ อากาศร้อนจะลอยขึ้น อากาศเย็นจะจมตัวลง พื้นโลกแต่ละแห่งจะคายความร้อนไม่เท่ากัน จึงทำให้เกิดเป็นคลื่นอากาศที่มองไม่เห็น เครื่องบินต้องบินผ่านไปในคลื่นอากาศนี้จึงเกิดอาการ “ตกหลุมอากาศ” มากบ้างน้อยบ้าง นักบินจึงต้องเรียนวิชาอุตุนิยมวิทยา เช่นการดูลักษณะของเมฆ หรือภูมิประเทศข้างล่าง เพื่อจะได้รู้ถึงสภาพอากาศที่จะนำเครื่องบินผ่านไปว่าเป็นอย่างไร การบินในเมฆฝนหรือพายุจะพบหลุมอากาศที่รุนแรงมากจึงควรหลีกเลี่ยง อุปกรณ์ที่ช่วยนักบินให้รู้สภาพอากาศล่วงหน้าคือเรดาร์ตรวจอากาศ (Weather Radar) ที่เห็นอยู่ในโดมสีดำตรงหัวเครื่องบิน C-130
หลุมอากาศมี 4 ระดับความรุนแรง
1 น้อย ไม่มีการเปลี่ยนระดับความสูงและความเร็ว
2 ปานกลาง อาจเปลี่ยนระดับความสูงและความเร็วบ้าง แต่ยังควบคุมการบินได้
3 อันตราย เครื่องบินเสียการควบคุมชั่วคราว
4 รุนแรง ควบคุมเครื่องบินไม่ได้ อาจมีชิ้นส่วนแตกหักจนทำให้เครื่องตก