A ไม่ระบุตัว · 20 เม.ย. 2012 · 12:30 เด็กๆในฝรั่งเศลกะเด็กอีก 30 กว่าคนในเมืองฟุยูกิ ที่โดนทรมานจนตาย กลายเป็นว่าต้องมาเป็นของประกอบฉากโรเเมนติกฉากนี้ไปซะงั้น .... ไม่ค่อยมีคนอยากจะจำกันเท่าไรสินะ
A ไม่ระบุตัว · 20 เม.ย. 2012 · 12:36 ^ ไม่น่าสงสารเพราะประเทศนั้นสังเวยณานทั้งๆที่เป็นวีรสตรีช่วยประเทศ ด้วยความคิดของพวกขุนนางที่ว่าอาจจะขึ้นมาเป็นใหญ่แทนตน เพราะงั้น 300 คนถือเป็นค่าสังเวยสำหรับความโง่เขลาของ ประเทศที่มีขุนนางแบบนั้นปกครอง
A ไม่ระบุตัว · 20 เม.ย. 2012 · 14:48 จิลเองหลัง ๆ มาก็มีการขุดค้นว่าเป็นไปได้ที่จะเป็นการใส่ร้ายด้วยครับ คุ้น ๆ เหมือนได้ยินมา
y yaoizero · 20 เม.ย. 2012 · 19:52 คห. บนรู้สึกจะแสดงตรรกะประหลาดๆ ชดใช้ชีวิตผู้บริสุทธิ์ด้วยผู้บริสุทธิ์อื่นๆ นี่มันรับได้หรือ?
j jame · 20 เม.ย. 2012 · 21:23 จิลตอนหลังได้มีการสืบส่วนใหม่ที่ว่าเธอไม่ได้เป็นแม่มดและเป็นสาวสาวพรมจันทร์และถูกยกย่องให้เป็นนักบุญด้วยครับ(ระดับนักบุญกันเลยที่เดียว)
A ไม่ระบุตัว · 21 เม.ย. 2012 · 10:03 ผมถือระบบเลือดล้างด้วยเลือดน่ะครับเพราะสิ่งที่เสียไปจะให้ตายยังไงก็ชดเชยด้วยสิ่งอื่นทดแทนกันไม่ได้ เมื่อพรากชีวิตผู้บริสุทธิ์ก็ต้องชดใช้ด้วยชีวิตผู้บริสุทธิ์ ถ้าเราโดนแย่งชินอะไรเราก็ควรจะแย่งชิงสิ่งนั้นกลับคืนมาด้วยตัวเอง เรื่องให้ไปชดใช้ความผิดในคุกมันก็แค่ไกล่เกลี่ยสิ่งที่เสียไปก็ไม่ได้คืนความแค้นในใจก็ไม่ได้ชำระด้วยแต่ผมก็ยังยอมอยู่ใต้กฏหมายเพราะไม่อยากให้ชีวิตมันวุ่นวายละนะ มันต้องที่สุดจริงๆแบบทนไม่ได้แล้วแหละผมถึงจะแหวกกฏหมายมาเล่นระบบที่ยอมรับได้
A ไม่ระบุตัว · 22 เม.ย. 2012 · 22:20 เรื่องจิลนี่มีนักประวัติศาสตร์ถกเถียงกันเรื่องที่ว่าเขาไปศาสตร์มืดว่า บางทีอาจจะเป็นพวกเบื้องบนยัดข้อหาให้ เพราะต่อให้ณานตาย ใช่ว่าทัพของเธอจะแตกไป จิลก็ยังคุมกองทัพได้อยู่ แล้วนั้นอาจจะเป็นภัยที่น่ากลัว เลยจับยัดข้อหาซะ - - บางทีไอ้พวกคนใหญ่คนโตนี่ก็ทำตัวน่าโดนจับไปเผาจริงๆ -*-
A ไม่ระบุตัว · 24 เม.ย. 2012 · 14:04 พรากชีวิตไป จะไปพรากเพื่อชดใช้ทำไมอีก ตายไปแล้ว สังเวยไปอีกก็เท่ากับตายเยอะขึ้น ไม่ได้ทำให้คนเก่าฟื้นขึ้นมา ถ้าเป็นแบบนั้นก็ให้คนบริสุทธิ์อยู่ต่อไปดีกว่า ถ้าจะสังเวยก็ไปสังเวยคนที่ฆ่าโน่น
A ไม่ระบุตัว · 24 เม.ย. 2012 · 18:22 ^ ความแค้นของมนุษย์มันมี 2 ระดับครับ 1.แค้นมากจนฆ่าเจ้าตัว 2.แค้นมากกว่าไม่ปล่อยให้ตายให้มีชีวิตอย่างทรมาณ การเอาคืนด้วยการสังเวยคนบริสุทธิ์ก็คือแบบ 2 พวกขุนนางก็ต้องปวดหัวกับความปั่นป่วนนี้ ถ้าไม่จัดการประชาชนก็จะไม่ไว้ใจ
A ไม่ระบุตัว · 16 มิ.ย. 2012 · 12:36 ยิ่งถ้าคนใกล้ชิดถูกฆ่าทั้งๆที่ไม่ผิด ก็ยิ่งไม่ควรไปฆ่าคนอื่น เพราะก็น่าจะรู้ดีนี่ว่าการกระทำแบบนั้นมันเลวร้ายแค่ไหน และส่งผลยังไง
A ไม่ระบุตัว · 16 มิ.ย. 2012 · 19:31 ^ จิตใจมนุษย์มันซับซ้อนครับถ้าหัวใจแตกสลายไปแล้วจิตใจก็จะบิดเบี้ยวจนไม่สามารถใช้ตรรกะตามปกติได้อีก ที่ว่ามาน่ะคนที่ใจสลายจนบิดเบี้ยวไปแล้วจะไปเข้าใจได้ไง ในสายตาของจิลหลังเสียณานไปมนุษย์เป็นสิ่งที่ไม่มีค่าอะไรอีกแล้ว ถ้าสังเวยแล้วเอาณานกลับมาได้ต่อให้ต้องสังเวยทั้งประเทศก็ไม่เสียเวลาคิดทำในทันทีได้เลย เช่นตัวอย่าง ถ้าจู่ๆมีคนเดินเข้ามายิงคนที่รักมาก(พ่อ แม่ หรือแฟนหรือลูกก็ได้)ทิ้งแล้วบอกว่า "แพะรับบาปเพื่อประเทศชาติจะไม่โดนเพ่งเล็ง" จะมีคนบ้าตอบออกไปว่า "ไม่เป็นไรมันช่วยไม่ได้" เหรอแถมที่ตายไปก็ไม่รู้เพื่อประเทศหรือคนกลุ่มหนึ่งด้วย แล้วบุกไปฆ่าคนที่ทำคนที่สั่งมันตายแล้วจะรู้รสชาติของตัวคนที่เสียคนที่รักที่สุดไปได้ไง ตาต่อตา ฟันต่อฟัน เลือดต้องล้างด้วยเลือด เพื่อที่จะให้คนที่ทำหรือคนที่อยู่เบื้องหลังรับรู้รสชาติแบบเดียวกัน ก็ต้องฆ่าคนที่มันรักเชือดทิ้งให้เห็นต่อหน้าบ้างจะได้เข้าใจว่ามันรู้สึกยังไง และต้องประกาศตัวด้วยว่ามันทำอะไรให้ไว้เพื่อที่จะตอกย้ำลงไปในจิตใจว่ามันไม่มีสิทธิ์โกรธแค้นเพราะมันทำก่อน จะบอกว่าไม่มีสิทธิ์ฆ่าคนต้องให้กฏหมายลงโทษ เป็นประโยคที่น่าขำที่สุดก็รุ้กันดีว่ากฏหมายน่ะมันจะศักดิ์สิทธิ์ก็ต่อเมื่อมันเป็นเรื่องใหญ่คนรู้ไปทั่วแล้วเท่านั้น ถ้าเป็นในวงแคบๆสิใครเงินหนากว่าเส้นดีกว่าความยุติธรรมก็อยู่ฝั่งนั้น แถมถ้าหลักฐานไม่พอก็พ้นผิดทั้งๆที่รู้อยู่แก่ใจว่าใครทำนี่น่ะเหรอความยุติธรรม แต่ในกรณีของจิลนั้นบ้าไปแล้วตรรกะความคิดเพี้ยนไปแล้วจนเกินกว่าจะเข้าได้
y yalanaiki · 8 ม.ค. 2013 · 08:30 ในท้ายที่สุดคนเราทุกคนก็กระทำการโดยอาศัยผลประโยชน์ของตัวเองเป็นอย่างแรกทั้งนั้น ถ้าทำแล้วใันแย่กับตัวเองใครเขาจะทำ.. ที่อ้างคุณธรรมใส่กันและกันก็เพราะมันไม่ลำบากหรือมีเรื่องกระทบถึงตัวเองนั้นแหละ แต่ทันทีที่เป็นแบบนั้นการกระทำของคนมันก็จะเปลี่ยนไป
A ไม่ระบุตัว · 8 ม.ค. 2013 · 11:26 ^ คุณธรรมก็แค่ข้ออ้างที่คนส่วนมากจะเห็นดีด้วยเท่านั้นเอง เช่น นักโทษประหารที่ต้องฆ่าเพื่อความสงบนั้นคือคุณธรรมแต่มองเนื้อแท้มันก็คือการรุมประชาทัษณ์แบบถูกต้องเท่านั้นเอง แม้จริงๆนักโทษคนนั้นจะสมควรตายไปก็เถอะ ยุติธรรมนั้นไร้รูปลักษณ์มันแล้วแต่คนจะมองว่าความยุติธรรมจะมีลักษณะไหนกัน ไม่มีหลักการอันใดจะระบุความยุติธรรมที่ทุกคนเห็นพ้องเดียวกันได้ กฏหมายก็แค่ข่ายตรวนที่เอาไว้ขังคนด้อยอำนาจและเงินตราเท่านั้น คนมีของสองอย่างนี้ก็หนีกฏหมายได้ถ้าไม่มีใครรู้มากๆหรือเป็นเรื่องใหญ่ ความรักก็แค่สิ่งลวงตาที่ผู้คนระเมอเพ้อพกไปกันเองเมื่อลืมตาตื่นความรักที่มีให้กับผุ้อื่นที่สำคัญนักหนา ก็เป็นแค่ก้อนกรวดที่จะเตะทิ้งไปเมื่อไรก็ได้ ศีลธรรมยังสั่นคร่อนถ้ามีอำนาจและเงินตรา ซึ่งเท่านี้ก็ไม่ต้องพูดถึงเรื่องอื่นแล้วถ้าเงินตรากับอำนาจยังเป็นใหญ่ ทุกอย่างย่อมบิดเบือนได้หมด คุณธรรม ยุติธรรม กฏหมาย ความรักและศีลธรรม ขอแค่มีเงินตราที่ใช้ไม่มีวันหมดกับอำนาจล้นฟ้า 5 อย่างนี้จะเปลี่ยนมันยังไงก็ได้ตามแต่ใจเลย เงินซื้อหัวใจคนไม่ได้แต่มันจะมีประโยชน์อะไรถ้าซื้อตัวไปได้แล้วจะเหลือแต่หัวใจที่จะเปลี่ยนไปเมื่อไรก็ไม่รู้ได้อีกนานแค่ไหน
ความคิดเห็น · 20
เข้าสู่ระบบ เพื่อแสดงความคิดเห็น
ไม่น่าสงสารเพราะประเทศนั้นสังเวยณานทั้งๆที่เป็นวีรสตรีช่วยประเทศ
ด้วยความคิดของพวกขุนนางที่ว่าอาจจะขึ้นมาเป็นใหญ่แทนตน
เพราะงั้น 300 คนถือเป็นค่าสังเวยสำหรับความโง่เขลาของ
ประเทศที่มีขุนนางแบบนั้นปกครอง
นั่นฌานครับ จิลน่ะมันแคสเตอร์นะ!!!
ไม่มีฮีโร่คนไหนพบจุดจบที่สวยงามซักคน...
ตายไปแล้ว สังเวยไปอีกก็เท่ากับตายเยอะขึ้น ไม่ได้ทำให้คนเก่าฟื้นขึ้นมา ถ้าเป็นแบบนั้นก็ให้คนบริสุทธิ์อยู่ต่อไปดีกว่า ถ้าจะสังเวยก็ไปสังเวยคนที่ฆ่าโน่น
ความแค้นของมนุษย์มันมี 2 ระดับครับ
1.แค้นมากจนฆ่าเจ้าตัว
2.แค้นมากกว่าไม่ปล่อยให้ตายให้มีชีวิตอย่างทรมาณ
การเอาคืนด้วยการสังเวยคนบริสุทธิ์ก็คือแบบ 2 พวกขุนนางก็ต้องปวดหัวกับความปั่นป่วนนี้ ถ้าไม่จัดการประชาชนก็จะไม่ไว้ใจ
จิตใจมนุษย์มันซับซ้อนครับถ้าหัวใจแตกสลายไปแล้วจิตใจก็จะบิดเบี้ยวจนไม่สามารถใช้ตรรกะตามปกติได้อีก
ที่ว่ามาน่ะคนที่ใจสลายจนบิดเบี้ยวไปแล้วจะไปเข้าใจได้ไง ในสายตาของจิลหลังเสียณานไปมนุษย์เป็นสิ่งที่ไม่มีค่าอะไรอีกแล้ว ถ้าสังเวยแล้วเอาณานกลับมาได้ต่อให้ต้องสังเวยทั้งประเทศก็ไม่เสียเวลาคิดทำในทันทีได้เลย
เช่นตัวอย่าง ถ้าจู่ๆมีคนเดินเข้ามายิงคนที่รักมาก(พ่อ แม่ หรือแฟนหรือลูกก็ได้)ทิ้งแล้วบอกว่า
"แพะรับบาปเพื่อประเทศชาติจะไม่โดนเพ่งเล็ง"
จะมีคนบ้าตอบออกไปว่า
"ไม่เป็นไรมันช่วยไม่ได้"
เหรอแถมที่ตายไปก็ไม่รู้เพื่อประเทศหรือคนกลุ่มหนึ่งด้วย แล้วบุกไปฆ่าคนที่ทำคนที่สั่งมันตายแล้วจะรู้รสชาติของตัวคนที่เสียคนที่รักที่สุดไปได้ไง ตาต่อตา ฟันต่อฟัน เลือดต้องล้างด้วยเลือด เพื่อที่จะให้คนที่ทำหรือคนที่อยู่เบื้องหลังรับรู้รสชาติแบบเดียวกัน ก็ต้องฆ่าคนที่มันรักเชือดทิ้งให้เห็นต่อหน้าบ้างจะได้เข้าใจว่ามันรู้สึกยังไง และต้องประกาศตัวด้วยว่ามันทำอะไรให้ไว้เพื่อที่จะตอกย้ำลงไปในจิตใจว่ามันไม่มีสิทธิ์โกรธแค้นเพราะมันทำก่อน
จะบอกว่าไม่มีสิทธิ์ฆ่าคนต้องให้กฏหมายลงโทษ เป็นประโยคที่น่าขำที่สุดก็รุ้กันดีว่ากฏหมายน่ะมันจะศักดิ์สิทธิ์ก็ต่อเมื่อมันเป็นเรื่องใหญ่คนรู้ไปทั่วแล้วเท่านั้น ถ้าเป็นในวงแคบๆสิใครเงินหนากว่าเส้นดีกว่าความยุติธรรมก็อยู่ฝั่งนั้น แถมถ้าหลักฐานไม่พอก็พ้นผิดทั้งๆที่รู้อยู่แก่ใจว่าใครทำนี่น่ะเหรอความยุติธรรม
แต่ในกรณีของจิลนั้นบ้าไปแล้วตรรกะความคิดเพี้ยนไปแล้วจนเกินกว่าจะเข้าได้
ที่อ้างคุณธรรมใส่กันและกันก็เพราะมันไม่ลำบากหรือมีเรื่องกระทบถึงตัวเองนั้นแหละ แต่ทันทีที่เป็นแบบนั้นการกระทำของคนมันก็จะเปลี่ยนไป
คุณธรรมก็แค่ข้ออ้างที่คนส่วนมากจะเห็นดีด้วยเท่านั้นเอง เช่น นักโทษประหารที่ต้องฆ่าเพื่อความสงบนั้นคือคุณธรรมแต่มองเนื้อแท้มันก็คือการรุมประชาทัษณ์แบบถูกต้องเท่านั้นเอง แม้จริงๆนักโทษคนนั้นจะสมควรตายไปก็เถอะ
ยุติธรรมนั้นไร้รูปลักษณ์มันแล้วแต่คนจะมองว่าความยุติธรรมจะมีลักษณะไหนกัน ไม่มีหลักการอันใดจะระบุความยุติธรรมที่ทุกคนเห็นพ้องเดียวกันได้
กฏหมายก็แค่ข่ายตรวนที่เอาไว้ขังคนด้อยอำนาจและเงินตราเท่านั้น คนมีของสองอย่างนี้ก็หนีกฏหมายได้ถ้าไม่มีใครรู้มากๆหรือเป็นเรื่องใหญ่
ความรักก็แค่สิ่งลวงตาที่ผู้คนระเมอเพ้อพกไปกันเองเมื่อลืมตาตื่นความรักที่มีให้กับผุ้อื่นที่สำคัญนักหนา ก็เป็นแค่ก้อนกรวดที่จะเตะทิ้งไปเมื่อไรก็ได้
ศีลธรรมยังสั่นคร่อนถ้ามีอำนาจและเงินตรา ซึ่งเท่านี้ก็ไม่ต้องพูดถึงเรื่องอื่นแล้วถ้าเงินตรากับอำนาจยังเป็นใหญ่ ทุกอย่างย่อมบิดเบือนได้หมด
คุณธรรม ยุติธรรม กฏหมาย ความรักและศีลธรรม ขอแค่มีเงินตราที่ใช้ไม่มีวันหมดกับอำนาจล้นฟ้า 5 อย่างนี้จะเปลี่ยนมันยังไงก็ได้ตามแต่ใจเลย เงินซื้อหัวใจคนไม่ได้แต่มันจะมีประโยชน์อะไรถ้าซื้อตัวไปได้แล้วจะเหลือแต่หัวใจที่จะเปลี่ยนไปเมื่อไรก็ไม่รู้ได้อีกนานแค่ไหน