A ไม่ระบุตัว · 26 พ.ย. 2012 · 23:47 ลาก่อนภาค 2 เพราะความเกรียนของคนแต่งเค้าเลยจัดการโยกย้ายทุนไปลงกับเพื่อนน้อย 2 แทนซะแล้ว
A Awakening · 27 พ.ย. 2012 · 06:03 เขาว่ากันว่า ทาง สนพ. ได้ขายลิขสิทธิ์ของนิยาย IS ให้กับต่างประเทศโดยไม่ได้ขออนุญาตผู้เขียนครับ ส่งผลให้นักเขียนมีปัญหากับต้นสังกัด เลยมาโวยวายผ่านทวิตฯ และหันไปเขียนเรื่องใหม่แทน ซึ่งว่าตามตรงแล้ว ทาง สนพ. ต่างหากนั้นที่ผิดเพราะลิขสิทธิ์ในเรื่อง IS เป็นของผู้เขียนครับ การที่จะเอาสิทธิ์ในการตีพิมพ์ไปขายจำเป็นต้องมาขออนุญาตเจ้าของลิขสิทธิ์และตกลงราคากัน การที่ทาง สนพ. ไม่มาขอผู้เขียนสามารถถือว่าเป็นละเมิดลิขสิทธิ์ได้ครับ ที่ผมว่ามานี่ลองเทียบกับกฎหมายบ้านเราอะนะ ไม่รู้บ้านเขาเหมือนกับบ้านเรามั้ย
A ไม่ระบุตัว · 27 พ.ย. 2012 · 08:40 โอ้ เรื่องมันเป็นอย่างนี้น่ะเอง บ้าเอ้ยเลยอดดู&อดอ่านต่อเลย เวรเอ้ย แล้วอย่างนี้คนเขียนแกฟ้องไอ้สำนักพิมพ์ซังกะบ๊วยนี่รึป่าวคับ เป็นผมจะฟ้องเรียกค่าเสียหายให้เต็มเหนี่ยวเลย ฮึ่มๆๆๆ =*=
k kyubey · 27 พ.ย. 2012 · 23:33 ^ ปัญหาคือ แทนที่คนเขียนแกจะฟ้องสำนักพิมพ์ให้เป็นเรื่องเป็นราวหรือทำการตกลงกันให้เรียบร้อย แกกลับใช้วิธีประท้วงแทนโดยการเก็บต้นฉบับในเล่ม 8 โดยอ้างว่าจะเขียนแก้ จากนั้นใช้วิธีโพสต์ข้อความสร้างกระแสความไม่พอใจในเน็ตเป็นระยะๆ กะให้สนพ.เสียชื่อเสียงแล้วมาง้อ เพราะในตอนนั้นคนเขียนแกกำลังดังเพราะกระแสISมาแรง คิดจะให้กระแสจากลูกค้ามากดดันสนพ. แต่ผลมันตรงกันข้ามนี่สิ เพราะสนพ.เค้าเห็นว่าคนๆนี้มีความประพฤติที่สร้างปัญหากับทางบริษัทมากไป แถมคนเขียนยังทำตัวกร่างในเน็ตมากขึ้นเรื่อยๆจนแฟนๆบางกลุ่มเริ่มหมั่นไส้แทนที่จะเห็นใจ ผลสุดท้ายก็ต้องย้ายสำนักพิมพ์อื่นไปเขียนเรื่องใหม่ และขายไม่ดีเท่าตอนเขียนIS ...ที่จริงแล้ว ถ้าคนเขียนแกไม่เกรียนใส่สนพ.แล้วตกลงกันให้เป็นเรื่องเป็นราวก็คงจบสวยกว่านี้แล้วหละ
A ไม่ระบุตัว · 28 พ.ย. 2012 · 11:41 ^ ขอเสริมนะครับ (อันนี้เอามาจากความเห็นท่านหนึ่งในพันทิบ) สำหรับคนยังไม่รู้เรื่องมันเกิดที่ทางสำนักพิมพ์(MF) เอาลิขสิทธิ์ไปขายให้ทางประเทศไต้หวัน (ผมจำไม่ได้ว่าใช้ประเทศนี้ชัวน์มั้ย) โดยไม่มาบอก อ.อิซุรุ ก่อนทำให้อาจารย์แกโวยวายจน เป็นเรื่องในครั้งนี้ขึ้นมา ซึ่งครั้งนี้เป็นครั้งที่สองแล้วที่อาจารย์แกโวยหลังจากทำครั้งแรกแล้ว เคลียร์กันได้ โดยอาจารย์แกจะเอาไปพูดบ่นในทวิตเตอร์ตลอด ซึ่งพฤติกรรมแกเหมือนเหลิงว่าตัวเองทำผลงานดังให้ทั้งนิยายและต่อยอดเป็นอนิเมเลยจะ ต้องมาตามใจแก แต่ทาง MF หักดิบยอมตัดผลกำไรมหาศาลที่จะได้เพื่อจัดการเชือดไก่ให้ ลิงดูด้วยการไม่ตีพิมพ์ผลงานแกต่อซะเลย โดยข่าวลือจะออกมาหลายกะแสมาก บ้างก็ว่า เคลียร์ได้แล้วและให้โอกาสแกแต่งเล่มสุดท้ายเพื่อตัดจบ บ้างก็ว่าแกจะยังแต่งต่อไปได้โดย แกจะไปแต่งให้กับอีกสำนักพิมพ์เพิ่มในเรื่องใหม่(ของค่ายไหนไม่รู้) แต่ 2-3 วันต่อมาก็ บอกในทวิตเตอร์ว่าขี้เกรียจแต่งแล้วแต่ไม่รู้ว่าเรื่องไหน สรุปว่าอาจารย์แกเหลิงและตัดอนาคตแกเองไปแล้วผลงานดังก็ไปต่อไม่ได้(ไม่ต้องสงสัย ว่าทำไมไทยเราไม่ออกเล่ม 2 ก็เพราะเรื่องนี้แหละ) ผลงานใหม่จะมีใครเสี่ยงตามอีกเกิดแก เกรียนขึ้นมาจนตัดจบอีกละ ค่ายอื่นจะกล้ารับแกมั้ย(MF ไม่เอาแกแล้วแน่ๆ) ในมุมมองของผมๆคิดว่าอาจารย์แกไม่คิดจะทิ้งผลงานทำเงินของแกแต่แกจะเล่นเกมดึง เวลา ให้ลิขสิทธิ์กับทาง MF หลุดไปแล้วเอาไปทำต่อที่อื่น(ถ้ามีค่ายอื่นยอมรับไปหรือไม่ ก็ต้องทำขายเองแหละงานนี้)
A ไม่ระบุตัว · 28 พ.ย. 2012 · 19:36 เรื่องถ่วงเวลารอ LC หมดอายุนี่ถ้าจะยาก.... เพราะดูอย่ามังงะเลิฟฮินะสิกว่าจะหมด LC ก็เกือบ15ปี แล้วถ้ารออย่างต่ำซัก 5 ปีก็พอ.....ถึงตอนนั้นจะมีใครรออ่านต่อล่ะ นิยายเรื่องใหม่ๆน่าสนใจมันมีมาเรื่อยๆทุกปีนะขอรับ....
A ไม่ระบุตัว · 28 พ.ย. 2012 · 19:53 ของมันขายได้อยู่นะถ้าไม่ติดที่ตัวอาจารย์คนเขียนทำออกมาคนชอบ ก็น่าจะมีคนที่ยังไงซื้ออ่านต่ออยู่ดีนะจะกี่ปีก็เถอะ สมัยนี้ไม่น่าจะทำ สัญญาลิขสิทธิ์นานนะน่าจะใช้ต่อเป็นระยะมากกว่า เพราะมันก็เสีย เงินค่าทำลิขสิทธิเหมือนกัน MF ไม่น่าจะกำของที่ทำเงินให้ไม่ได้ อีกแล้วเอาไว้นานหรอก(ผมไม่คิดว่าจะเอาคืนด้วยการแลกกับการ จ่ายเงินไปเปล่าๆปรี้ๆนะ)
k kyubey · 28 พ.ย. 2012 · 20:02 ถ้าจำไม่ผิด ลิขสิทธิ์ของงานเขียนจะอยู่กับทางสำนักพิมพ์ได้10ปี หลังจากนั้นถึงจะคืนให้กับผู้สร้างผลงาน ซึ่งในระหว่างนั้นทางสำนักพิมพ์จะสามารถใช้สิทธิ์ของตนเองเพื่อดูแลหรือจัดจำหน่ายผลงานนั้นๆได้ครับ
A ไม่ระบุตัว · 29 พ.ย. 2012 · 12:36 ลองคิดดูดีๆแล้ว เป็นไปได้เหรอว่าสนพ.จะติดต่อDeal LCกับไต้หวันโดยไม่บอกกับผู้เขียนล่วงหน้าจริงๆน่ะ ที่ญี่ปุ่นเขาเคร่งเรื่องกฏหมายมากนะ แถมอีตาอิสึรุนี่ก็ประวัติเสียตั้งแต่ก่อนมาเขียนนิยายISแล้ว ตอนยังอยู่บริษัทเกมก็ไปก่อปัญหาให้บริษัท สุดท้ายเกมที่ทำให้บริษัทก็โดนเอาปล่อยโหลดฟรี มาเรื่องปัญหาIS มีปัญหากับฝ่ายการตลาดและฝ่ายต่างประเทศ แทนที่จะไปพึ่งฝ่ายบริหาร ดันไปปลุกม็อบในทวิตเตอร์จนISโดนลอยแพ พอเปลี่ยนค่ายไปเขียนเรื่องใหม่ เห็นยอดขายไม่ดีก็ไปพาลใส่ทวิตเตอร์อีก ผมว่าอีตานี่เป็นคนเก่งที่มีปัญหาเรื่องการทำงานกับคนอื่นแล้วหละ
A ไม่ระบุตัว · 14 ธ.ค. 2012 · 11:31 ^ ข่าวใหม่เห็นว่า 3 ผู้บริหารระดับสูงของ MF แยกตัวออกมาเปิด สำนักพิมพ์ใหม่และเห็นว่าจะตีพิมพ์ IS ต่อด้วยได้โอกาสแก้ตัว แล้วอย่าเกรียนอีกบะ อ.อิสึรุ
A ไม่ระบุตัว · 14 ธ.ค. 2012 · 12:48 ^ นั่นมันเล่มพิเศษสำหรับวางขายในงานC83นี่ครับ เดาว่าคงทำมาเพื่อวัดกระแสว่าถ้ากลับมาเขียนต่อ แฟนๆจะยังสนับสนุนหรือเปล่า?
ความคิดเห็น · 14
เข้าสู่ระบบ เพื่อแสดงความคิดเห็น
ซึ่งว่าตามตรงแล้ว ทาง สนพ. ต่างหากนั้นที่ผิดเพราะลิขสิทธิ์ในเรื่อง IS เป็นของผู้เขียนครับ การที่จะเอาสิทธิ์ในการตีพิมพ์ไปขายจำเป็นต้องมาขออนุญาตเจ้าของลิขสิทธิ์และตกลงราคากัน การที่ทาง สนพ. ไม่มาขอผู้เขียนสามารถถือว่าเป็นละเมิดลิขสิทธิ์ได้ครับ
ที่ผมว่ามานี่ลองเทียบกับกฎหมายบ้านเราอะนะ ไม่รู้บ้านเขาเหมือนกับบ้านเรามั้ย
แล้วอย่างนี้คนเขียนแกฟ้องไอ้สำนักพิมพ์ซังกะบ๊วยนี่รึป่าวคับ เป็นผมจะฟ้องเรียกค่าเสียหายให้เต็มเหนี่ยวเลย ฮึ่มๆๆๆ =*=
ปัญหาคือ แทนที่คนเขียนแกจะฟ้องสำนักพิมพ์ให้เป็นเรื่องเป็นราวหรือทำการตกลงกันให้เรียบร้อย
แกกลับใช้วิธีประท้วงแทนโดยการเก็บต้นฉบับในเล่ม 8 โดยอ้างว่าจะเขียนแก้ จากนั้นใช้วิธีโพสต์ข้อความสร้างกระแสความไม่พอใจในเน็ตเป็นระยะๆ กะให้สนพ.เสียชื่อเสียงแล้วมาง้อ เพราะในตอนนั้นคนเขียนแกกำลังดังเพราะกระแสISมาแรง คิดจะให้กระแสจากลูกค้ามากดดันสนพ.
แต่ผลมันตรงกันข้ามนี่สิ เพราะสนพ.เค้าเห็นว่าคนๆนี้มีความประพฤติที่สร้างปัญหากับทางบริษัทมากไป แถมคนเขียนยังทำตัวกร่างในเน็ตมากขึ้นเรื่อยๆจนแฟนๆบางกลุ่มเริ่มหมั่นไส้แทนที่จะเห็นใจ
ผลสุดท้ายก็ต้องย้ายสำนักพิมพ์อื่นไปเขียนเรื่องใหม่ และขายไม่ดีเท่าตอนเขียนIS
...ที่จริงแล้ว ถ้าคนเขียนแกไม่เกรียนใส่สนพ.แล้วตกลงกันให้เป็นเรื่องเป็นราวก็คงจบสวยกว่านี้แล้วหละ
ขอเสริมนะครับ
(อันนี้เอามาจากความเห็นท่านหนึ่งในพันทิบ)
สำหรับคนยังไม่รู้เรื่องมันเกิดที่ทางสำนักพิมพ์(MF) เอาลิขสิทธิ์ไปขายให้ทางประเทศไต้หวัน
(ผมจำไม่ได้ว่าใช้ประเทศนี้ชัวน์มั้ย) โดยไม่มาบอก อ.อิซุรุ ก่อนทำให้อาจารย์แกโวยวายจน
เป็นเรื่องในครั้งนี้ขึ้นมา ซึ่งครั้งนี้เป็นครั้งที่สองแล้วที่อาจารย์แกโวยหลังจากทำครั้งแรกแล้ว
เคลียร์กันได้ โดยอาจารย์แกจะเอาไปพูดบ่นในทวิตเตอร์ตลอด
ซึ่งพฤติกรรมแกเหมือนเหลิงว่าตัวเองทำผลงานดังให้ทั้งนิยายและต่อยอดเป็นอนิเมเลยจะ
ต้องมาตามใจแก แต่ทาง MF หักดิบยอมตัดผลกำไรมหาศาลที่จะได้เพื่อจัดการเชือดไก่ให้
ลิงดูด้วยการไม่ตีพิมพ์ผลงานแกต่อซะเลย โดยข่าวลือจะออกมาหลายกะแสมาก บ้างก็ว่า
เคลียร์ได้แล้วและให้โอกาสแกแต่งเล่มสุดท้ายเพื่อตัดจบ บ้างก็ว่าแกจะยังแต่งต่อไปได้โดย
แกจะไปแต่งให้กับอีกสำนักพิมพ์เพิ่มในเรื่องใหม่(ของค่ายไหนไม่รู้) แต่ 2-3 วันต่อมาก็
บอกในทวิตเตอร์ว่าขี้เกรียจแต่งแล้วแต่ไม่รู้ว่าเรื่องไหน
สรุปว่าอาจารย์แกเหลิงและตัดอนาคตแกเองไปแล้วผลงานดังก็ไปต่อไม่ได้(ไม่ต้องสงสัย
ว่าทำไมไทยเราไม่ออกเล่ม 2 ก็เพราะเรื่องนี้แหละ) ผลงานใหม่จะมีใครเสี่ยงตามอีกเกิดแก
เกรียนขึ้นมาจนตัดจบอีกละ ค่ายอื่นจะกล้ารับแกมั้ย(MF ไม่เอาแกแล้วแน่ๆ)
ในมุมมองของผมๆคิดว่าอาจารย์แกไม่คิดจะทิ้งผลงานทำเงินของแกแต่แกจะเล่นเกมดึง
เวลา ให้ลิขสิทธิ์กับทาง MF หลุดไปแล้วเอาไปทำต่อที่อื่น(ถ้ามีค่ายอื่นยอมรับไปหรือไม่
ก็ต้องทำขายเองแหละงานนี้)
เพราะดูอย่ามังงะเลิฟฮินะสิกว่าจะหมด LC ก็เกือบ15ปี
แล้วถ้ารออย่างต่ำซัก 5 ปีก็พอ.....ถึงตอนนั้นจะมีใครรออ่านต่อล่ะ นิยายเรื่องใหม่ๆน่าสนใจมันมีมาเรื่อยๆทุกปีนะขอรับ....
ก็น่าจะมีคนที่ยังไงซื้ออ่านต่ออยู่ดีนะจะกี่ปีก็เถอะ สมัยนี้ไม่น่าจะทำ
สัญญาลิขสิทธิ์นานนะน่าจะใช้ต่อเป็นระยะมากกว่า เพราะมันก็เสีย
เงินค่าทำลิขสิทธิเหมือนกัน MF ไม่น่าจะกำของที่ทำเงินให้ไม่ได้
อีกแล้วเอาไว้นานหรอก(ผมไม่คิดว่าจะเอาคืนด้วยการแลกกับการ
จ่ายเงินไปเปล่าๆปรี้ๆนะ)
แถมอีตาอิสึรุนี่ก็ประวัติเสียตั้งแต่ก่อนมาเขียนนิยายISแล้ว ตอนยังอยู่บริษัทเกมก็ไปก่อปัญหาให้บริษัท สุดท้ายเกมที่ทำให้บริษัทก็โดนเอาปล่อยโหลดฟรี
มาเรื่องปัญหาIS มีปัญหากับฝ่ายการตลาดและฝ่ายต่างประเทศ แทนที่จะไปพึ่งฝ่ายบริหาร ดันไปปลุกม็อบในทวิตเตอร์จนISโดนลอยแพ
พอเปลี่ยนค่ายไปเขียนเรื่องใหม่ เห็นยอดขายไม่ดีก็ไปพาลใส่ทวิตเตอร์อีก
ผมว่าอีตานี่เป็นคนเก่งที่มีปัญหาเรื่องการทำงานกับคนอื่นแล้วหละ
ข่าวใหม่เห็นว่า 3 ผู้บริหารระดับสูงของ MF แยกตัวออกมาเปิด
สำนักพิมพ์ใหม่และเห็นว่าจะตีพิมพ์ IS ต่อด้วยได้โอกาสแก้ตัว
แล้วอย่าเกรียนอีกบะ อ.อิสึรุ
นั่นมันเล่มพิเศษสำหรับวางขายในงานC83นี่ครับ เดาว่าคงทำมาเพื่อวัดกระแสว่าถ้ากลับมาเขียนต่อ แฟนๆจะยังสนับสนุนหรือเปล่า?