← ใหม่กว่า กลับรายการ ▶ สไลด์โชว์ เก่ากว่า → Explicit · กดเพื่อแสดงภาพ ♡ 0 ☆ บันทึก แชร์ ดูขนาดเต็ม ↗
u u_r_a_fish · 11 ก.ย. 2015 · 21:44 เวนดิโก ตระกูล เวนดิโก ประเภท บีสต์เมน ที่อยู่อาศัย แดนหิมะ (ภูเขาหิมะ) นิสัย เยือกเย็น ขี้กลัว ภักดี อาหาร กินเนื้อ สัตว์ป่า ฯลฯ เผ่าบีสต์เมนผู้ที่มีวิถีชีวิตอันแปลกประหลาดซึ่งอาศัยอยู่ในหมู่บ้านที่ถูกพายุหิมะปิดบังไว้ คนที่แต่งงานแล้วและยังโสดจะมีความแตกต่างกันมาก คนที่ยังโสดนั้นจะมีลักษณะเป็นเด็กสาวซึ่งมีชุดคลุมที่ปกปิดไว้ทั้งตัวจนดูไม่ออกเลยว่ามีอะไรอยู่ข้างใน พวกเธอจะเฝ้าดูนักเดินทางที่ผ่านมาในภูเขาหิมะและจะตามรอยไปติดๆเมื่อมีพายุหิมะ พวกเธอซ่อนตัวเก่งมาก เธอจะให้นักเดินทางรู้สึกถึงตัวเธอได้ แต่เมื่อเขาหันไปดูก็จะไม่เห็นอะไรเลย หลังจากนั้นไม่นาน เธอก็จะส่งเสียงเรียกนักเดินทางเบาๆ พฤติกรรมแบบนี้ทำให้นักเดินทางรู้สึกขนลุกมาก แต่จริงๆแล้วพวกเธอเป็นเผ่าที่อบอุ่นและอ่อนโยนมาก ที่ตามรอยมานั้นก็เพราะเป็นห่วงว่าจะเกิดอันตราย แต่เพราะนิสัยขี้อายและไม่แสดงออกจึงไม่ออกมาต่อหน้าผู้คนนัก จึงเพียงแต่ใช้เสียงและร่องรอยของตนเองนำทางออกไปจากภูเขา ถ้าใครรู้สึกถึงตัวเธอและฟังคำพูดของเธอแล้วก็จะหาทางออกไปจากภูเขาได้แน่นอน แต่ว่ามีหลายๆคนที่กลัวมากจนไม่รู้เลยว่ากำลังได้รับการนำทางแล้วก็ฟุบลงไป ในกรณีนี้ เขาก็จะถูกพาไปยังที่ที่ปลอดภัยอย่างถ้ำซึ่งสามารถหลบพายุหิมะและมีเวนดิโกคอยดูแลอย่างอบอุ่น ในกรณีนี้ นักเดินทางก็จะได้เห็นว่าเธอเป็นอย่างไรเป็นครั้งแรก แม้ว่าเธอจะมีชุดคลุมทั้งตัวนักเดินทางก็จะสามารถมองเห็นเส้นโค้งเว้าของเธอได้แล้วก็ได้ยินเสียงเพราะๆที่เอาใจใส่ของเธอด้วย ถ้านักเดินทางเป็นเพศชายแล้ว แน่ล่ะว่าเขาจะอยากเปิดดูสิ่งที่อยู่ในชุดคลุมนั้น แต่คนที่แอบมองดูข้างในจะไม่ได้กลับไปโลกมนุษย์อีกเลย ว่ากันว่าผู้ชายหลายๆคนจะเสียสติไปทันทีที่ได้เห็นใบหน้าและรูปร่างของเธอ เขาจะคำรามราวกับสัตว์ป่าพร้อมกับที่ขึ้นคร่อมเวนดิโก ████████████แล้วก็เริ่ม████เธอ จากนั้นดูเหมือนว่าเขาจะพาร่างอันอ่อนแรงของคนรักกลับไปยังหมู่บ้านของเวนดิโกลึกเข้าไปในหุบเขาแล้วก็หายตัวไป ทั้งนี้ เวนดิโกจะเพียงแต่ปกปิดหน้าตาของตนในภูเขาตอนมีพายุหิมะเท่านั้น เมื่อนักเดินทางออกไปจากภูเขาอย่างปลอดภัยแล้วถ้าหันกลับมาก็จะมองเห็นได้ว่าเวนดิโกมีหน้าตาอย่างไร ซึ่งหลังจากที่ได้เห็นใบหน้าของผู้ที่ช่วยตนไว้แล้ว ก็มีผู้ชายไม่น้อยทีเดียวที่กลับเข้าไปในภูเขาหิมะอีก ว่ากันว่าแม้จะเป็นคนที่ออกมาจากภูเขาหิมะได้อย่างปลอดภัยแล้วก็จะเกิดปรากฏการประหลาดขึ้น เขาจะรู้สึกกังวลและหดหู่เหมือนขาดอะไรบางอย่างไปพร้อมกับที่ตัณหาจะเพิ่มสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว ในที่สุดเขาก็จะได้ยินเสียงเรียกของเด็กสาว เกิดความร้อนประหลาดสะสมในส่วนลับของร่างกายจนสามารถทำกิจกรรมกลางพายุหิมะได้โดยไร้ปัญหาใดๆ จากนั้นเขาก็จะตามเสียงของเธอไปยังภูเขาเพื่อเอาสาวน้อยผู้ซึ่งเขาได้เห็นผิวขาวเล็ดลอดผ่านช่องของชุดคลุมนั้นมาเป็นของตน คนที่แต่งงานแล้วนั้นจะสวมชุดคลุมที่ใหญ่โตกว่าตนเองมากตามที่เห็นในภาพ มันมืดอย่างผิดปกติจนมองไม่เห็นข้างในเลย แต่แทนที่จะหลบซ่อน เธอจะเผยร่างให้เด่นออกมาเหมือนจะอวดให้ดู ตรงกันข้ามกับคนที่ยังไม่แต่งงาน ถ้าไปเจอเข้าตอนที่มีพายุล่ะก็มักจะถูกมองผิดว่าเป็นมนุษย์หิมะที่น่าสะพรึงกลัว แต่ก็ไม่ได้ทำร้ายใครหรอกนะ ถ้าใครพยายามจ้องเข้าไปในความมืดนั้นจนถึงขีดจำกัดก็จะมองเห็นร่างที่อยู่ในนั้นได้ลางๆ แต่ว่า ถ้าใครสามารถรับรู้ร่างที่แท้จริงของผู้ที่หลบอยู่ในความมืดนั้นและสิ่งที่เขากำลังทำกับสาวน้อยนั่นแล้วล่ะก็ ภาพนั้นจะประทับตราลงไปในจิตใจและก็จะไม่สามารถคงสติไว้ได้เลย ก็ว่ากันว่าอย่างนั้นน่ะนะ
A ไม่ระบุตัว · 11 ก.ย. 2015 · 22:23 เวนดิโก้นี่น่ารักแฮะ เอาละไปปีนเข้ากันเถอะ เอาลูกที่มีหิมะตกหนักๆเลย
M MegaMen123 · 11 ก.ย. 2015 · 22:25 เห็นภาพนี้แล้วทำเอาภาพลักษณ์เวนดิโก้ที่เคยเห็นผ่าน ๆ ในเกม Until Dawn หายไปหมดเลย (ดีแล้ว)
ความคิดเห็น · 4
เข้าสู่ระบบ เพื่อแสดงความคิดเห็น
ตระกูล เวนดิโก
ประเภท บีสต์เมน
ที่อยู่อาศัย แดนหิมะ (ภูเขาหิมะ)
นิสัย เยือกเย็น ขี้กลัว ภักดี
อาหาร กินเนื้อ สัตว์ป่า ฯลฯ
เผ่าบีสต์เมนผู้ที่มีวิถีชีวิตอันแปลกประหลาดซึ่งอาศัยอยู่ในหมู่บ้านที่ถูกพายุหิมะปิดบังไว้ คนที่แต่งงานแล้วและยังโสดจะมีความแตกต่างกันมาก คนที่ยังโสดนั้นจะมีลักษณะเป็นเด็กสาวซึ่งมีชุดคลุมที่ปกปิดไว้ทั้งตัวจนดูไม่ออกเลยว่ามีอะไรอยู่ข้างใน
พวกเธอจะเฝ้าดูนักเดินทางที่ผ่านมาในภูเขาหิมะและจะตามรอยไปติดๆเมื่อมีพายุหิมะ พวกเธอซ่อนตัวเก่งมาก เธอจะให้นักเดินทางรู้สึกถึงตัวเธอได้ แต่เมื่อเขาหันไปดูก็จะไม่เห็นอะไรเลย หลังจากนั้นไม่นาน เธอก็จะส่งเสียงเรียกนักเดินทางเบาๆ พฤติกรรมแบบนี้ทำให้นักเดินทางรู้สึกขนลุกมาก แต่จริงๆแล้วพวกเธอเป็นเผ่าที่อบอุ่นและอ่อนโยนมาก ที่ตามรอยมานั้นก็เพราะเป็นห่วงว่าจะเกิดอันตราย แต่เพราะนิสัยขี้อายและไม่แสดงออกจึงไม่ออกมาต่อหน้าผู้คนนัก จึงเพียงแต่ใช้เสียงและร่องรอยของตนเองนำทางออกไปจากภูเขา ถ้าใครรู้สึกถึงตัวเธอและฟังคำพูดของเธอแล้วก็จะหาทางออกไปจากภูเขาได้แน่นอน แต่ว่ามีหลายๆคนที่กลัวมากจนไม่รู้เลยว่ากำลังได้รับการนำทางแล้วก็ฟุบลงไป ในกรณีนี้ เขาก็จะถูกพาไปยังที่ที่ปลอดภัยอย่างถ้ำซึ่งสามารถหลบพายุหิมะและมีเวนดิโกคอยดูแลอย่างอบอุ่น
ในกรณีนี้ นักเดินทางก็จะได้เห็นว่าเธอเป็นอย่างไรเป็นครั้งแรก แม้ว่าเธอจะมีชุดคลุมทั้งตัวนักเดินทางก็จะสามารถมองเห็นเส้นโค้งเว้าของเธอได้แล้วก็ได้ยินเสียงเพราะๆที่เอาใจใส่ของเธอด้วย ถ้านักเดินทางเป็นเพศชายแล้ว แน่ล่ะว่าเขาจะอยากเปิดดูสิ่งที่อยู่ในชุดคลุมนั้น แต่คนที่แอบมองดูข้างในจะไม่ได้กลับไปโลกมนุษย์อีกเลย
ว่ากันว่าผู้ชายหลายๆคนจะเสียสติไปทันทีที่ได้เห็นใบหน้าและรูปร่างของเธอ เขาจะคำรามราวกับสัตว์ป่าพร้อมกับที่ขึ้นคร่อมเวนดิโก ████████████แล้วก็เริ่ม████เธอ จากนั้นดูเหมือนว่าเขาจะพาร่างอันอ่อนแรงของคนรักกลับไปยังหมู่บ้านของเวนดิโกลึกเข้าไปในหุบเขาแล้วก็หายตัวไป
ทั้งนี้ เวนดิโกจะเพียงแต่ปกปิดหน้าตาของตนในภูเขาตอนมีพายุหิมะเท่านั้น เมื่อนักเดินทางออกไปจากภูเขาอย่างปลอดภัยแล้วถ้าหันกลับมาก็จะมองเห็นได้ว่าเวนดิโกมีหน้าตาอย่างไร ซึ่งหลังจากที่ได้เห็นใบหน้าของผู้ที่ช่วยตนไว้แล้ว ก็มีผู้ชายไม่น้อยทีเดียวที่กลับเข้าไปในภูเขาหิมะอีก
ว่ากันว่าแม้จะเป็นคนที่ออกมาจากภูเขาหิมะได้อย่างปลอดภัยแล้วก็จะเกิดปรากฏการประหลาดขึ้น เขาจะรู้สึกกังวลและหดหู่เหมือนขาดอะไรบางอย่างไปพร้อมกับที่ตัณหาจะเพิ่มสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว ในที่สุดเขาก็จะได้ยินเสียงเรียกของเด็กสาว เกิดความร้อนประหลาดสะสมในส่วนลับของร่างกายจนสามารถทำกิจกรรมกลางพายุหิมะได้โดยไร้ปัญหาใดๆ จากนั้นเขาก็จะตามเสียงของเธอไปยังภูเขาเพื่อเอาสาวน้อยผู้ซึ่งเขาได้เห็นผิวขาวเล็ดลอดผ่านช่องของชุดคลุมนั้นมาเป็นของตน
คนที่แต่งงานแล้วนั้นจะสวมชุดคลุมที่ใหญ่โตกว่าตนเองมากตามที่เห็นในภาพ มันมืดอย่างผิดปกติจนมองไม่เห็นข้างในเลย แต่แทนที่จะหลบซ่อน เธอจะเผยร่างให้เด่นออกมาเหมือนจะอวดให้ดู ตรงกันข้ามกับคนที่ยังไม่แต่งงาน ถ้าไปเจอเข้าตอนที่มีพายุล่ะก็มักจะถูกมองผิดว่าเป็นมนุษย์หิมะที่น่าสะพรึงกลัว แต่ก็ไม่ได้ทำร้ายใครหรอกนะ ถ้าใครพยายามจ้องเข้าไปในความมืดนั้นจนถึงขีดจำกัดก็จะมองเห็นร่างที่อยู่ในนั้นได้ลางๆ แต่ว่า ถ้าใครสามารถรับรู้ร่างที่แท้จริงของผู้ที่หลบอยู่ในความมืดนั้นและสิ่งที่เขากำลังทำกับสาวน้อยนั่นแล้วล่ะก็ ภาพนั้นจะประทับตราลงไปในจิตใจและก็จะไม่สามารถคงสติไว้ได้เลย ก็ว่ากันว่าอย่างนั้นน่ะนะ