LOLIBAKAพื้นที่ของคนรักงานสร้างสรรค์

** = ~ Lolibaka adventure ~ = **

พูดคุยทั่วไป 22 เม.ย. 2011 ♥ 0 👁 1 💬 300

คุยเรื่องอะไรก็ได้ — กระทู้จากระบบเดิมทั้งหมดอยู่ที่นี่

** ตัวละครที่ปรากฏในเนื้อเรื่องทั้งหมดไม่เกี่ยวข้องกับความเป็นจริงบนโลก กรุณาอย่าซีเรียส **
** แรงบันดาลใจ - ดูภาพ Pixiv fantasia ที่คุณ Citizen เยอะจนสมองทำงานแปลกๆ - - **
** เพื่อสะดวกในการค้นหาตอนต่างๆให้กด Ctrl+F จากนั้นพิมพ์คำว่า Episode เว้นแล้วบวกเลขตอนเข้าไปนะครับเช่น Episode 3 **
-
-
-
-
-

- Episode 1 : One fine day

" ยังไม่พอ....แค่นี้ยังไม่พอ...."
เสียงลึกลับที่ฟังแล้วชวนขนลุกพูดขึ้นเหมือนกันว่าต้องการอะไรบางอย่างแต่ยังไม่สามารถเติมเต็มความต้องการของเขาได้
" ขออีกไม่มาก เวลาของข้าเองก็ใกล้ถึงขีดจำกัดแล้วด้วย...เจ้าจงไปรอที่จุดที่ข้ากำหนดไว้ได้เลย "
เสียงลึกลับได้กล่าวสั่งการอะไรบางอย่างก่อนที่ผู้ที่รับฟังคำสั่งนั้นจะตอบรับอย่างปกติเหมือนทุกทีที่ผ่านมา
" ค่ะ ! "

ณ สนามหลวง ประเทศสารขัณฑ์ แม้แดดจะแรงแค่ไหนแต่ก็ไม่ได้ทำให้จำนวนผู้คนที่ออกมาเดินเที่ยวชมนู่นดูนี่ลดลงได้สักนิด กลับกัน วันนี้ที่แห่งนี้กับมีงานพิเศษที่คนบางกลุ่มรอคอยอยู่ นั่นก็คืองาน " คอมมิคมาเก็ต " ที่งวดนี้มาจัดที่แห่งนี้เพราะสถานที่ๆเคยไปจัดตามปกตินั้นพอดีมีเหตุขัดข้องนิดหน่อย
" ถ้าได้แอร์สักหน่อยล่ะก็ งานนี้สบายเลยนะเนี่ย "
ชายหนุ่มคนหนึ่งยกแขนขึ้นปาดเหงื่อ ชายคนนี้เป็นหัวแรงใหญ่ในการจัดงานนี้ขึ้นมา คนทั่วๆไปจะรู้จักและส่วนมากจะเรียกเขาอย่างสนิทว่า [ คุณปอ ]
" แดดแค่นี้ทำบ่นนู่นบ่นนี่ไปได้ แดดแบบนี้นะครับ สู้แดดที่เขาชนไก่ที่ผมฝึกมาไม่ได้หรอก "
ชายหนุ่มวัยกลางคนยกกล่องมาวางที่โต๊ะก่อนจะหยิบน้ำมาดื่ม ก่อนจะหยิบกล้องขึ้นมาถ่ายภาพคนเดินไปมา
" นายนี่ชอบอะไรแบบนี้จริงๆเลยนะซิติ "
" ถ่ายการแสดงออกของคนที่แสดงออกมาโดยธรรมชาติไม่มีการเสแสร้งคือภาพที่ผมคิดว่าดีกว่าภาพที่คนเก๊กให้ถ่ายกว่าเยอะแหละครับ อ้อ...ทีสำคัญ ผมชอบถ่ายภาพวิวมากกว่านะครับ "
ชายหนุ่มยกกล้องขึ้นถ่ายภาพกลุ่มนกที่มารอกินเมล็ดข้าวโพดที่เหล่าผู้มีทุนทรัพย์ใจบุญจะซื้อมาโปรยให้กลุ่มนึงอย่างเพลิดเพลิน ชายหนุ่มคนนี้เป็นตากล้องของนิตยสารท่องเที่ยวมีชื่อ เขาเป็นตากล้องมีดีที่มีชื่อรู้จักกันในนามว่า [ ซิติ ]
" คุณปอคิดว่า...เปิดงานแล้วจะมีคนมาร่วมงานเยอะไหมครับ ? "
" มาแค่สักร้อยสองร้อยได้ก็โอเคแล้ว นี่ก็โพสประกาศวันเปิดงานไปแล้วนาทั้งเว็ปหลักเว็ปรอง "
" แต่ผม...ผมมองไม่เห็นพวกเด็กๆหัวมันรึหัวเกรียนๆมาป้วนเปี้ยนแถวนี้เลยนะครับ "
ซิติส่งสายตากวาดไปรอบๆก่อนจะพูดออกมา จริงๆคุณปอเองก็มีเหล่ๆตามงดูบ้างแล้ว แต่เขาเองก็ไม่ค่อยเห็นเด็กกลุ่มที่ซิติว่ามาเป็นกลุ่มๆหรือมาเดินป้วนเปี้ยนหน้างานแม้แต่คนเดียว
" สงสัยคนที่จะมาร่วมงานคงมีแต่รุ่นเก๋าลายครามไม่ก็พกฟันปลอมกับยาดมติดตัวแหงๆเลยนะครับ ฮ่าๆๆๆ "
" ไม่ขำเลยนะเนี่ย...นี่ชั้นต้องไปจ้างพยาบาลมาคอยดูแลผู้สูงอายุด้วยอีกเหรอ ถ้าแอมโมเนียล่ะก็พอหาได้ แต่ถ้ามาหัวใจวายกลางงานนี่คงแย่นา~ไม่ไหวๆ "
คุณปอหัวเราะขำๆกับมุขที่ซิติยิงออกมา ถึงจะฝืดเล็กๆแต่ก็คลายร้อนไปได้สักหน่อย
จริงๆแล้ววันนี้คุณปอมาเองคนเดียวเพื่อเตรียมงานทั้งหมดโดยเฉพาะทางเข้า ส่วนพวที่จะมาขายสินค้าต่างๆนานานั้นได้เข้าไปจัดของๆตัวเองตามบู๊ทแล้ว ส่วนซิตินั้นอาจจะใช้คำว่า " รีบจัด " เลยมาก่อนใครเพื่อนก็ว่าได้

ผ่านไป 30 นาที...
" คนเริ่มมาออกันที่หน้าทางเข้าแล้วนะคุณปอ วัยทำงานรุ่นพ่อเพียบเลย "
ซิติตะโกนส่งสัญญาณให้เจ้าภาพออกมาตัดริบบิ้นทำการต้อนรับ คุณปอในชุดทักซิโด้สีดำที่ดูค่อนข้างหรูนิดๆก็เดินออกมา ตัวเขาเองก็ตกใจไม่นร้อยที่ผู้มาเข้าร่วมงานของเขา จากสายตาแล้วส่วนมากอายุวิ่งไปอยู่หลัก 33+ ส่วนหลัก 10+ มองๆดูแล้วดันมีไม่ถึง 20 คน ก่อนเขาจะยิ้มนิดๆ
" ขอบคุณทุกท่านที่อุตส่าห์สละเวลามาเยี่ยมชมงานที่ทางเราได้จัดขึ้นนครับ จากนี้ไป ผม ในฐานะเจ้าของงานขอเปิดงานคอมมิคมาเก็ต ณ บัดนี้ !! "
พริบตาที่คุณปอตัดริบบิ้น เสยงเฮก็ดังสนั่นลั่นสนามหลวง ชาวบ้านทั่วไปที่ยืนรอรถเมล์อยู่ถึงกับสะดุ้งโหยง

" มีคนมาร่วมงานเยอะไม่น้อยนะครับ "
เสียงชายหนุ่มในชุดขาวเดินมาทักทายเจ้าของงาน เขาเป็นหนุ่มเจ้าสำนวน สุภาพและรุนแรงแบบสงบ เป็นนักเขียนบทกลอนตามหนังสืออ่านเล่นทั่วๆไป นามปากกาของเขาที่คนทั่วไปรู้จักก็คือ [ มิวมิว ]
" ไม่คิดว่าคุณจะว่างมางานนี้ได้เลยนะครับนี่ "
คุณปอยิ้มทักทายแขกผู้หาเวลาว่างได้ยาก เพราะงานนักเขียน ส่วนมากหาเวลาวางได้ยากกว่าอาชี ร.ป.ภ. ด้วยซ้ำไป
" คุณปอเปิดงานเอง ถ้าตัวผมไม่ได้มาล่ะก็ผมคงนอนไม่หลับเป็นแน่ ว่าแต่ผมเถอะ คุณปอเองนั่นแหละทำไมจู่ๆถึงมีเวลาว่างมาเปิดงานแบบนี้ได้ล่ะครับ ? "
" พอดีทาง ร.พ.ที่ผมเคยไปจัดงานเขาประสพปัญหาเรื่องค่าใช้จ่ายเรื่องฟื้นฟูอาคารน่ะครับ ผมเองก็ไปขอรบกวนสถานที่เขาอยู่บ่อยๆเลยอยากจะช่วยเขาบ้าง แต่ตัวผมก็ไม่ใช่เศรษฐีพันล้าน ผมอยากได้เงินสักจำนวนหนึ่งไปช่วยทาง ร.พ. เขาผมเลยมาเปิดงานเก็บค่าเข้าแล้วเอาไปบริจาคน่ะครับ "
คุณปอพูดอธิบายเตผลหลักของเขาให้มิวมิวได้เข้าใจ ว่ากันตรงๆแล้วตัวขาเองก็เพิ่งบริจาคให้ทาง ร.พ. ไปแล้ว 2 หมื่นบาทถ้วนๆ เพียงแต่เขาใจบุญมากเลยอยากจะช่วยอีกสักหน่อย
" ผมก็นึกไว้แล้วว่าคุณปอมาเปิดงานแบบนี้ต้องมีสาเหตุประมาณนี้แน่นอน "
มิวมิวล้วงกระเป๋ากางเกง หยิบซองสีขาวออกมาแล้วยื่นให้คุณปอ
" เอ๋ ? คุณมิว ? "
" ผมเองก็อยากช่วยด้วยเช่นกัน กรุณารับไปเถอะครับ "
คุณปอทำหน้างงๆเล็กน้อยก่อนจะกล่าวขอบคุณมิวมิวแล้วรับซองมา
" ต้องขอขอบคุณคุณมิวมิวมากๆเลยนะครับ "
" ไม่เป็นไรครับคุณปอ เรื่องการกุศลแม้หน้าผมจะไม่ให้แต่จิตใจของผมนั้นจริงจังเสมอ อย่างไรก็ดีผมคงต้องขอตัวไปเดินดูของที่ผมต้องารก่อน ผมขอให้พระพรอันสง่างามส่งผลให้วันนี้คุณปอได้ในสิ่งที่คุณปอต้องการนะครับ "
มิวมิวพูดจบก็โค้งตัวเล็กน้อยก่อนจะเดินจากไปอย่างสุภาพ

" ไม่คิดว่าจะเจอนายในที่แบบนี้เลยแฮะ !! "
เสียงทักทายของสาวแว่นเหลี่ยมที่ทักช่างภาพซิติที่กำลังยืนดูสินค้าจำนวนฟิกม่า เธอเป็นนักถ่ายภาพให้นิตยสารจำพวกลุยแหลกลาญผจญภัยไม่เลี้ยง เป็นตากล้องมือดีและไม่ดีในเวลาเดียวกันเพราะนิสัยส่วนตัวบางอย่าง เธอมีชื่อเล่นพิเรณท์ว่า [ นอสต์ ]
" คนที่ต้องพูดคำนั้นน่ะมันทางชั้นไม่ใช่รึไงหา ~ นอสต์ ? "
ตากล้องหนุ่มกล่าวทักทายกลับแต่ลูกกะตายังจ้องดูฟิม่าอยู่ดี
" เวลาตอบคนอื่นน่ะหัดมองชาวบ้านเค้ามั่งสิ ให้ตายเถอะ...ทำไมชั้นต้องมาเจอผู้ชายที่มีแต่กลิ่นสาบมาม่ากระป๋องตลอดทั้งวันแบบนี้ด้วยนะ ? "
" เฮ้ย !! กินแต่มาม่านี่มันผิดอะไรนักหนารึไงถึงได้พูดซะขนาดนั้น ? "
ซิติงวดนี้ถึงกับหันมาตอบทันที ดูๆไปแล้วเหมือนคู่นี้จะรู้จักกันแต่ไม่ค่อยถูกกันท่าไหร่
" ผิดตรงที่คราวก่อนนายมาแอบถ่ายภาพชั้นยืนกินน้ำนั่นแหละ "
" ไม่ได้เกี่ยวอะไรกับมาม่าเลยนะนั่น แล้วยังไง ? ชั้นแค่ถ่ายภาพกำแพงวัดแล้วจู่ๆเธอก็ดันไปอยู่ตรงนั้นเองไม่ใช่รึไงยัยแว่น ? แบบนี้น่ะเค้าเรียกไม่ได้ตั้งใจนะครับเฮ้ย !! อุบัติเหตุน่ะรู้จักมั้ย หา ?!!! "
จากทักทายกลายมาเป็นจิกกัดไม่กี่อึดใจทั้งคู่ก็ยืนแยกเขี้ยวใส่กัน สร้างความฮือฮาในงานได้ไม่น้อย
" พี่นอสต์พอเลย !! พี่ซิติด้วย...แก่ป่านนี้แล้วยังจะมาทะลาะกันอีก อายผมมั่งเถอะ = = "
เด็กหนุ่มอายุราวๆ 17-18 เดินมาขวางกลางระหว่างทั้งคู่ พร้อมชูแขนขึ้นบังหน้าทั้งคู่ไม่ให้มองหน้ากันแต่เด็กหนุ่มที่เข้ามาห้ามมวยกลับถูกมะเหงกดังป๊อกกลางกะบาลจนลงไปนอนดิ้นพราดๆ
" อ๊ากกกกกกกกกกกกกกก !! ทำบ้าอะไรฟระพี่นอสต์,พี่ซิติ ?!! "
" เมื่อกี้นายว่าใครแก่กันหา โทนี่ !!! "
เสียงตะโกนถามที่บ่งบอกถึงความบ่จอยดังขึ้นพร้อมกันโดยไม่มีการเตี๊ยมกันมาก่อน เด็กหนุ่มผู้เป็นทั้งฮีโร่และที่รองมือค่อยๆลุกขึ้นมา เขาเรียนอยู่ชั้น ม.6 ร.ร.หนึ่ง มีชื่อหรูหราว่า [ โทนี่ ]
" พอเลยพวกพี่อ่ะ...ให้ตายเดะ ผมมาหาห้ามไม่ให้พวกพี่ทะเลาะกันดันมาอัดผมอีก อะไรฟระ ? "
เด็กหนุ่มบ่นฉุนขาด ก็แน่นอน...เข้ามาห้ามดันโดนดีเองซะงั้น
" ก็นายมาว่าพี่แก่...โทษทีเหอะ พี่น่ะชายทั้งแท่งอายุ 25 เองนะเว้ย ไม่ใช่ป้าแว่นอายุ 28 ทางนู้น !! "
" เฮ้ !! นายตาตี่ !! ใครอายุ 28 ไม่ทราบ ? ชั้นเพิ่ง 22 เองนะ !! "
สาวแว่นเถียงกลับทันที แน่นอนสำหรับผู้หญิงแล้วเรื่องอายุเนี่ยสำคัญมาก ใครล้อเล่นอาจมีโดนอัด
" นึกว่าใครทะเลาะกัน...ที่แท้พวกพี่เองเรอะ ? "
ชายหนุ่มอายุราวๆ 20 ต้นๆเดินมาหาพวกเขาทั้งสาม ลักษณะบ่งบอกถึงความเกเร ใบหน้าพร้อมรองรับอวัยวะทุกส่วน ชายหนุ่มผู้นี้มีชื่อดังมากในหมู่เด็กแว๊นซ์ เขามีนามว่า [ อาโนนี่-ชาน ]
** Anony-chan + Jacky-chan **
" อ้าว ? โทนี่นี่หว่า ! สามร้อยเมื่อไหร่จะคืนวะ ? "
พริบตาเดียวโทนี่ก็หายไปจากที่ตรงนั้น ล่นเอาทั้ง ซิติ นอสต์ และก็อาโนนี่ตาค้างไป 5 วินาที
" หะ...เฮ้ย !! เดี๋ยวสิวะไอ้บ้านี่ ยืมตังแล้วชิ่งกันงี้เลยได้ไงวะ !!! "
กว่าอาโนนี่จะไดสิติโทนี่ก็หายไปไกลแล้ว ถึงจะบอกว่ายังอยู่ในงาน แต่ก็กว้างอยู่ดี หาเจอไม่ได้ง่ายๆหรอก

" รอนานมัยวอร์สเปล ? "
ชายหนุ่มวัยทำงาน ผมแสกข้างเดินมาทักทายเพื่อนเขา เขาแต่งตัวเหมือนพนักงานกินเงินเดือนปกติทั่วไปๆเขามีชื่อเล่นว่า [ เอิร์ธ ]
" ไม่นานๆ นี่ก้เพิ่งมาได้สักพักเหมือนกัน "
ชายหนุ่มวัยทำงานอีกคนกล่าวตอบ ชายคนนี้ทำงานเกี่ยวกับด้านเอกสารให้ทางกองยุทธการทหารระหว่างประเทศ มีชื่อเป้นรหัสทางทหารแต่ดันเอามาเรียกกันโต้งๆว่า [ วอร์สเปล ]
" ไพโร,คาเงะจังกับทาเมะจังล่ะ ? "
เอิร์ธถามพลางมองไปรอบๆเพื่อหาตัวเพื่อนร่วมก๊วนเขาอีกสองคน แต่ก็ไม่มีวี่แวว
" ตอนเปิดงานน่ะเห็นว่าบู๊ทที่เอาไส้กรอกอาเบะมาขายไฟมันลุกน่ะ ไพโรก็เลยยกโขยงกันไปช่วยดับไฟ "
วอร์สเปลตอบพลางแพนสายตาไปทางร้านค้าด้านในๆ
" แต่ตรูว่าร้านอาเบะนี่มันดังจริงๆ ไปงานไหนก็ขายดี อีแบบงวดหน้าเราเอามั่งดีมะ หาลำไพ่พิเศษมั่งก็ไม่เลวนะเว้ย "
" พอเลยเอ็งไอ้วอร์ฯ นึกแล้วขนตรูลุก !! "
เอิร์ธบอกปัดไม่เอาทันทีเล่นเอาวอร์สเปลขำกร๊าก ท่าทางเอิร์ธจะไม่นิยมอาเบะเท่าไหร่กระมัง...

ภายในงานที่ดูสงบสุขเต็มไปด้วยเสียงหัวเราะคิกคัก
แต่ก็มีอีกมุมนึกที่กำลังวางแผนอะไรบางอย่างอยู่...นั่นคือทีม [ Star dust ]
" ร้องให้หนักๆเลยนะเว้ย !! "
" ไม่พลาดหรอก ข้าซ้อมมาจนคอหอยแทบจะขาด "
" ใครเห็นไม้กลองตรูมั่งวะ ? จำได้ว่าเอามานะเฮ้ย !! "
" เป้แดงๆนี่ป่ะ ? ตลกเหอะ !! ตรูเห็นทั้งเป้เอ็งใส่มาแต่ขนม ไหนวะไม้กลอง ? ไอ้ท้องมารเอ้ย !!! "
" เลิกกัดกันแล้วซ้อมดีๆสักดอกเถอะว่ะเฮ้ย !! ให้ความร่วมมือทีเถอะวุ้ย !! "
ในงานเองก็มีการประกวดแข่งขันร้องเพลงด้วย แน่นอนคนที่เครียดจนสติสตังไม่ค่อยอยู่กับตัวเพราะความที่เป็นมือใหม่และยังไม่เคยลงสนามมาก่อนก็ต้องมีอาการแบบนี้ซะส่วนใหญ่แบบสมาชิกทีมนี้
โดยนักร้องนำของวงนีที่ซ้อมร้องเพลงมาจนข้างบ้านให้สากกับครกมาเป็นรางวัลการันตีในพลังเสียงนี้มีชื่อเก๋ไก๋ว่า [ วาตารุ ] ซึ่งเตรียมความมั่นใจมามากกว่าคนอื่นถึง 7 เท่า
มือเบสของวงนี้สักลายกางเขนไว้ที่แขนข้างซ้าย มีชื่อว่า [ ไปป์ ]
ตามมาด้วยมือกีตาร์ที่มีดีที่ลีลาการลงไปดิ้นพราดๆแต่เล่นกีตาร์ไปด้วยกันได้อย่างน่าทึ่ง มีชื่อว่า [ ไลอ้อน ]
ส่วนมือกลองพลัง K ของวงนี้นิยมการตีกลองสักัพกก็โยนไม้กลองทิ้งแล้วใช้ฝ่ามือคาราเต้ตีกลองแทนไม้ มีวิชาคาราเต้ 2 ดั้งแต่รักในเสียงกลองจึงมาเอาดีด้านนี้ มีชื่อว่า [ ยามะจิ ]
ปิดท้ายที่คีย์บอร์ดฝีมือดี เคยคว้ารางวัลที่สามของระดับประเทศมาแล้ว มีชื่อว่า [ ทอม ]
โดยพวกเขาจะมาเล่นเพลง " Don\'t say lazy " เพื่อคว้าชัย
ถ้าแค่เล่นคงพอทำเนา...
อย่าไปนึกถึงตอนคอสเพลย์ออกมาก็พอ....

งานดำเนินไปอย่างราบรื่นสนุกสนาน
คุณปอเดินไปยิ้มไปที่เห็นทุกคนสนุกสนานกันเต็มที่
ซิติถ่ายภาพผู้คนอย่างเพลิดเพลิน
นอสต์เดินมองหาปลาทองอิคุพันธุ์หายากเอากลับไปเลี้ยง
โทนี่กำลังเอาปลอกหมอนข้างแอบใส่กระเป๋า
อาโนนี่ยืนหอบจากการวิ่งตามหาโทนี่ทั้งงานแต่ไม่เจอ
วอร์สเปลยืนอ่านโดจินชิที่ให้ทดลองอ่านสปอยด์คร่าวๆก่อนซื้อ
เอิร์ธเดินไปดูพวกฟิกม่าจากการ์ตูนที่นชื่นชอบ
ส่วนทีมสตาร์ดัสท์ก็กำลังเปลี่ยนเสื้อผ้าในห้องแต่งตัว....

งานทุกอย่างสมควรดำเนินไปอย่างราบรื่นและจบลงอย่างสวยงาม
หากจู่ๆไฟในงานไม่เกิดดับไปก่อนทั้งงาน...

" เฮ้ย อะไรวะ !! "
" วะ ! เจ้าของงานจ่ายค่าไฟป่าววะเนี่ย ? "
" กรี๊ดดดด !! ใครบีบก้นชั้นเนี่ย ? "
" เฮ้ย ! ใครขโมยฟิกฯร้านกรูวะ ? "
ท่ามกลางความมืดมิดที่เกิดขึ้นโดยกระทันหัน ผู้คนต่างก็แตกต่างกันถ้วนหน้า บางคนฉวยโอกาสขโมบ บ้างก็แต๊ะอั๋ง บ้างก็หกล้ม
" ทุกคนครับ ขอให้อยู่ในความสงบสักครู่ครับ ทางเราจะรีบดำเนินการแก้ไขอย่างรวดเร็วครับ !! "
คุณปอพูดออกทางโทรโข่ง สักระยะหนึ่ง ผู้คนก็อยู่ในความสงบอย่างว่าง่าย
" เฮ้ ยัย...อ่า...นี่ นอสต์...ขอแรงถือไฟฉายให้ทีสิ พอดีคงต้องใช้สองมือในการซ่อมไฟครั้งนี้น่ะ "
ซิติรบกวนนอสต์ เวลาแบบนี้เขาคิดว่าหากรอให้ใครมาซ่อมเองคงช้า เขาต้องลงมือเอง
" เห ? นี่นายทำไฟเป็นด้วยรึเนี่ย ? "
ช่างภาพสาวทำหน้าสงสัยไม่น้อย
" มันก็ต้องมีบ้างแหละ อย่างว่า คนอยู่ตัวคนเดียวมันต้องทำอะไรเป็นหลายๆอย่างล่ะนะ จะไปรอให้ใครมาทำให้ได้ที่ไหนกันล่ะ ถ้ามีเมียมีลูกมีหลานก็ว่าไปอย่าง "
" ฮึ ! อยากจะบอกเป็นนัยๆว่าตัวเองโสดล่ะสิท่า ใช่มะ ? "
" ยัยบ้า !! เลิกพูดแล้วส่องไฟมาตรงๆล่ะ "
ซิติสวมถุงมือยางเปิดแผงวงจรไฟ จากนั้นก็ตรวจดูอย่างถี่ถ้วน
" อ้าว มีคนมาทำแล้วนี่นา ? "
ช่างไฟหนุ่มเดินหิ้วอุปกรณ์มา เขาถูกคุณปอจ้างมาเผื่อกรณีนี้โดยเฉพาะ เขามีนามว่า [ โคเด ]
** Codeman = co-de **
" ยังไงก็ช่วยมาตรวจหน่อยดีกว่าค่ะ อีตานี่ดูมุมไหนก็สารพัดช่างขั้นประถม "
ช่างภาพสาวเกทับช่างภาพหนุ่มอย่างแรงจนช่างภาพหนุ่มหันมาทันที
" โอเคครับ โอเคๆ พวกคุณสองคนไปรอข้างนอก อย่าทะเลาะกันนะครับ มันทำให้ผมเสียสมาธิ "
ช่างไฟกล่าวเบรคทั้งคู่เพราะเกรงว่าทั้งคู่จะออกมาโตวาธีกันด้านนอกรบกวนสมาธิของเขา

แชะ !

พริบตาไฟก็ติด ทุกอย่างกลบสู่ภาวะปกติ
ผู้คนในงานก็กลับมาเฮฮากันได้อีกครั้ง คุณปอถึงกับโล่งอกจนถอนหายใจออกมา
" เฮ้ย !! มาดุนี่เร้วเว้ย !! "
เสียงผู้มาร่วมงานคนหนึ่งตะโกนดังมาก น้ำเสียงที่ฟังดูก็รู้ว่าตกใจมากนั้นทำให้หลายๆคนเริ่มรู้สึกไม่ค่อยสบายใจเท่าไหร่นัก...
" ฮะ...เฮ้ย !! "
ผู้ร่วมงานคนที่สองที่เดินไปหาคนที่ตะโกนตอนแรกอุทานออกมา ตาเขาค้างจนแทบจะถลนออกมาได้
" มีอะไรกันวะเฮ้ย ? "
อาโนนี่เดินฝ่าฝูงชนไปที่จุดที่ผู้ร่วมงานสองคนยืนตาค้าง ซึ่งจุดนั้นก็คือประตูทางเข้าออก เมื่อไปถึงอาโนนี่เองก็ถึงกับอุทานออกมาเช่นเดียวกัน
" หะ...เฮ้ย !! เดี๋ยวเด๊ะ...นี่มัน มัน...? "
" มีอะไรกันเหรอครับทุกๆท่าน ? "
คุณปอเริ่มสังหรณ์ใจไม่ค่อยดี เจ้าภาพของงานจึงรีบรุดไปตรงจุดที่ทั้งสามยืนอยู่
ทันทีที่คุณปอไปถึง คุณปอเองก็ต้องตาค้างกับทิวทัศน์ที่ตัวเองได้เห็นเต้มสองตา
งานคอมมิคมาร์เก็ตครั้งนี้ถูกจัดขึ้นที่สนามหลวง แน่นอนว่ารายล้อมไปด้วยวัดวาอาราม ตึกต่างๆ รวมไปถึงผู้คนสัญจรไปมา และก็ยวดยานพาหนะต่างๆสารพัด
บัดนี้ทิวทัศน์นั้นไม่มีอีกแล้ว !!
ภาพที่ปรากฏตอ่หน้าของเขากลับกลายเป้นทุ่งหญ้าอ่อนๆกว้างสุดลูกหูลูกตา หากมองไปไกลลิบๆหน่อยจะเห็นว่ามีภูเขาและป่าล้อมรอบเอาไว้ครบ 360 องศา
" นี่มันเรื่องอะไรกันเนี่ย ? "
เมื่อตั้งสติได้ คุณปอก็ตะโกนออกมาเช่นกัน เขาถึงกับกุมขมับในทัที กอ่นชายหนุ่มสามคนหน้าทางเข้าออกจะพยุงเขามานั่งในงานเพราะตัวเขาเองเริ่มยืนเซๆไปแล้ว


ในขณะเดียวกันที่ด้านในป่าก็ปรากฏฝูงมนุษย์ในชุดคลุมสีดำทั้งตัวกำลังมุ่งหน้าไปทางทุ่งหญ้าที่พวกคุณปอและผู้มาร่วมงานทั้งหลายได้หลุดหลงเข้ามาใน" อาณาเขต "ของนายใหญ่ของพวกเขา
กองทัพมนุษย์ชุดคลุมสีดำเคลื่อนที่อย่างช้าๆ ก่อนจะไปหยุดที่บริเวณชายป่าเพื่อรอคำสั่งต่อไป

" มากันราวๆ 200 คนได้มั้ง....จมูกข้าดมดูแล้ว ไม่น่าพลาดหรอกครับท่าน "
เสียงผู้ชายกล่าวเหมือนอวดตนว่าจมูกของเขาดีเอามากๆ เขาได้แจ้งให้สาวน้อยคนหนึ่งที่ยืนอยู่บนยอดต้นไม้ที่ดูแล้วน่าตะเป้นผู้นำกลุ่มได้ทราบ
" ก็ดี...จัดการเหมือนเคยแหละ กระจายกันไปเลย !!! "
สิ้นเสียงสั่งการ ฝูงมนุษย์ชุดดำก็วิ่งกระจายกันไปในทุ่งหญ้าก่อนจะหายไปราวกับไม่เคยมีใครวิ่งเข้าไปในทุ่งหญ้าแม้แต่คนเดียว

" 200 คนงั้นเหรอ...น่าจะพอล่ะมั้งงวดนี้ "
เสียงสาวน้อยลึกลับที่สั่งการเหล่ามนุษย์ชุดดำดังขึ้นค่อยๆ ก่อนเธอจะยิ้มเล็กน้อยที่มุมปาก จากนั้นก็ยืนชมสิ่งที่กำลังจะเกิดขึ้นกับกลุ่ม" ผู้มาเยือน " อย่างใจจดใจจ่อ

To be continue...

ให้กำลังใจผู้เขียน

ยังไม่มีใครให้กำลังใจ มาเป็นคนแรกกัน

300 คำตอบ

ผเจ้าของกระทู้ มผู้ดูแล

ต้องเข้าสู่ระบบก่อนจึงจะตอบกระทู้ได้

เข้าสู่ระบบ
ไม่ระบุตัว
· #1
มาต่ออีกนะ~
ไม่ระบุตัว
· #2
- Episode 2 : Panic mood

" เมื่อกี้พวกเรายังอยู่ที่สนามหลวงอยู่เลยไม่ใช่เหรอ ? "
" นี่มันเรื่องบ้าบออะไรกันวะ ? "
" ชั้นบอกเธอแล้วไม่ใช่เหรว่าไม่อยากมางานแบบนี้ ด฿สิเนี่ยจะกลับยังไง เพราะเธอคนเดียวแท้ๆ "
เสียงตะโกนบ่นว๊อดแว๊ดเจี๊ยวจ๊าวดังขึ้นอย่างต่อเนื่อง...แน่นอนล่ะ ก่อนที่จะมาโผล่ในทุ่งหญ้ากว้างไกลสุดลูกหูลูกตานี่ได้ ก่อนหน้านี้พวกเขายังสนุกสนานเฮฮาอยู่ที่สนามหลวงกันอยู่เลย
" ม...มันยังไงกันเนี่ย ? "
คุณปอพยายามตั้งสติคิด แต่เอาเข้าจริงๆในหัวของเขาตอนนี้สับสนจนหมุนคว้างไปแล้ว แต่ในฐานะที่เป็นเจ้าของงานและอาจจะเป็นผู้ใหญ่สุดในกลุ่มคนเหล่านี้ เขาต้องตั้งสติและพยายามคิดหาทางออกของสถานการณ์แบบนี้ให้ได้...
" ออกไปทำบ้าอะไรยัยแว่น !? "
ซิติตะโกนถามช่างภาพสาวคู่กัด ในสถานการณ์แบบนี้ยังจะออกไปไหนมาไหนโดยไม่ระวังตัวเลยมันออกจะสิ้นคิดเกินไป
" จะให้อยู่เฉยๆแบบนยี้รึไงล่ะ ? ไม่ต้องห่วงหรอกน่า...นายลองมองดูให้ดีๆสิ นี่มันทุ่งหญ้านะแถมกว้างจนล้อมรอบเต้นท์งานคอมมิคนี่ได้เลย กว้างๆแบบนี้ถ้ามีอะไรมายังไงก็หนีได้ทันน่า....ถ้านายกลัวก็มุดอยู่ในนั้นก็ได้ "
ช่างภาพสาวตะโกนตอบกลับ ด้วยความที่เป็นช่างภาพที่ต้องตะลุยถ่ายภาพตามสถานที่ต่างๆไปทั่วโลกทำให้เธอมีสายเลือดพวกลุยทุ่งพอสมควรแต่เธอก็ยังทิ้งท้ายไว้ว่า" ถ้ามีอะไรมาก็หนีได้ทัน "บ่งบอกให้รู้ว่าเธอเองก็ระวังตัวไว้แล้วระดับหนึ่ง
" ก็ดี ผมเงเบื่อสูดอากาศร่วมกันกับไอ้พวกหื่นกามในที่แคบๆแล้วด้วยสิ "
อาโนนี่เดินออกมาพร้อมกับสมุนคู่ใจ 4 -5 คน แต่คำพูดของเขาก็ทำให้คนที่กำลังโวยวายกันในงานบางกลุ่มไม่พอใจได้เยอะอยู่
" เฮ้ย เมื่อกี้มรึงพูดอะไรวะไอ้บักโกรก ? "
หนึ่งในกลุ่มคนที่โวยวายแหกปากตะโกนออกมา น้ำเสียงบ่งบอกถึงความโมโหสุดขีด ยิ่งด้วยสถานการณ์แบบนี้ยิ่งทำให้ความเครียดสะสมและระเบิดได้ง่ายๆ
" ออกมาเจอกะกรูข้างนอกนนี่มา ไอ้โอตาคุ !! "
อาโนนี่กระดิกนิ้วเรียกผู้ที่มีปัญหาให้ออกมาข้างนอกเพื่อเคลียร์ข้อข้องใจ
" ไอ้บ้านี่ไปที่ไหนก็ก่อแต่เรื่องจริงๆ "
โทนี่ยืนเกาหัวบ่นอุบอิบ แต่ก็เดินตามเพื่ออกไปดูมวยสดแก้เซ็ง
" ถอดวิกออกได้แล้ว สยอง !! "
ไปป์เดินมาบอกยามะจิเพื่อนร่วมวง ตอนนี้สีหน้าของเขาดูกังวลอยู่ไม่น้อยแต่ก็พยายามพูดให้ขำๆกันจะได้ไม่เครียดกันมาก
" ฮาไม่ออกเลยล่ะว่ะ...นี่ตรูข้าอุตส่าห์ซ้อมแทบตายเพื่อมาแข่ง..แต่จู่ๆ อุ๊บ ! "
ไลอ้อนกำลังบ่นแต่ทอมเอามือมาปิดปากไว้
" ตั้งสติก่อน อย่าเพิ่งพูดอะไรแย่ๆ เรื่องมันยังอยู่ในขอบเขตที่พอจะจิตนาการกันได้อยู่ "
ทอมพูดจบก็กวาดสายตามองไปรอบๆ ทุกคนแสดงสีหน้ากังวลกันเป็นส่วนใหญ่ มีบางส่วนที่ยืนนิ่งๆพยายามคิดหาทางรับมือกับสถานการณ์นี้อยู่บ้าง

" ยื่นหน้ามาให้กรูเหยียบปากซะดีๆ "
ชายคนหนึ่งตะโกนอยู่ด้านนอกเต้นท์ เขากำลังยืนชี้นิ้วท้าทายอาโนนี่ปากกล้า
" มีให้เลือกสองอย่าง อย่างแรกคลานมาคาราวะกรู อย่างสองโดนกรูอัดจนสมองเสื่อม คิดเอา "
อาโนนี่กวนอวัยวะใช้เดินอย่างรุนแรง อารมณ์ของชายผู้โดนท้าทายที่ทุนเดิมก็เครียดจนจะประสาทกินตอนนี้เดือดหนักกว่าเดิมทันที
เสียงเฮดังลั่นทุ่งหญ้ากว้างแม้คุณปอกับซิติจะพยายามห้ามยังไงก็ไม่เป็นผล สักพักการฟาดปากจึงเริ่มขึ้น ขณะเดียวกันนอสต์ก็เดินดูรอบๆไปพลางๆแต่ก็ไม่ได้ทิ้งระยะออกจากเต้นท์มากเท่าไหร่
" อืม..อากาศดีไม่เลวเลย แต่นี่มันที่ไหนกันนะเนี่ย ? "
ช่างภาพสาวยืนถือกล้องถ่ายวิวไปพลางบ่นไปพลาง ถึงเธอจะชื่นชอบธรรมชาติแค่ไหน แต่จู่ๆการมาโผล่ในที่แบบนี้เธอก็ทำใจให้ชอบลำบากอยู่ดี
" อาจจะแปลกไปหน่อยแต่ผมว่าแบบนี้ก็ดีเหมือนกันนะครับ ? "
ช่างภาพสาวหันไปมองต้นเสียงลึกลับ จริงๆแล้วก่อนที่เธอจะออกมาก็มีคนบางส่วนออกมาแต่แรกแล้ว
" ขอโทษทีครับที่ทำให้ตกใจ ผมคากะมิเนะครับ "
ชายหนุ่มแนะนำตัวสุภาพ เขานั่งจดอะไรบางอย่างใส่สมุดเล่มเล็กๆอยู่
" อ...ค่ะ ไม่ตกใจเท่าไหร่หรอกค่ะ ชั้นชื่อนอสต์ค่ะ คุณเป็นคนญี่ปุ่นเหรอคะ ? "
" ฮะๆ พ่อผมเป็นคนญี่ปุ่นน่ะครับ ส่วนแม่ผมเป็นไทย แต่ผมอยู่เมืองไทยมา 15 ปีได้เลยพูดไทยคล่องกว่า คุณเองก็คงเป็นช่างภาพล่ะสิ ? "
" ก็ค่ะ..ใช่ แต่ไม่ได้เก่งอะไรหรอกค่ะ แหะๆ "
ทั้งคู่พูดคุยกันสนุกปาก อีกด้านก็ต่อยกัน อีกกลุ่มจับกลุ่มกันวางแผนหาทางออก อีกกลุ่มร้องไห้ อีกกลุ่มก็ปวดหัวกับสถานการณ์ที่คาดไม่ถึง จนเวลาผ่านไปครึ่งชม.


" ไม่เห็นเก่งอย่างปากเลยนี่หว่าไอ้ขี้ครอก !! "
อาโนนี่ยืนวางท่าหลังจากซัดชายปากกล้าจนล้มลงไปได้ในที่สุด
" ไอ้บักโกรก !! กรูจะฆ่ามรึง !! "
ชายคนดังกล่าวชักมีดสปาร์ต้าหัวตัดยาวเท่าขาออกมาจากเอว สร้างเสียงฮือฮาได้สนั่นทุ่ง
" เล่นมีดเหรอสาด...มาเลย ลืมบอกไปว่ากรูเนี่ยศิษบ์เอกเฉินหลง ไม่อยากคุย วันก่อนกรูเพิ่งไปแดรกเหล้าเสือกันมาที่ผับแถวพระรามสองด้วย "
อาโนนี่ท้าทายขี้โม้ แต่ก็เรียกเสียงเฮฮาได้ลั่น
นอสต์เดินสำรวจรอบๆด้วยกันกับคากะมิเนะ สักพักก็พบเพื่อนอีกคนของคากะมิเนะที่นั่งปิ้งอะไรสักอย่างอยู่
" เฮ้ย !! ไอ้คาเงะจัง มากินกันป่าววะ ? "
ชายคนที่นั่งก่อกองไฟย่างบางอย่างตะโกนเรียกคากะมิเนะอย่างสนิทมาก
" กินอะไรวะไอ้ไพ ? กลางป่ากลางทุ่งยังหาอะไรกินได้อีกนะเอ็งนี่... อ้อไอ้ไพ นี่ช่างภาพที่เจอกันมะกี้ชื่อคุณนอสต์ ส่วนคุณนอสต์ครับ นี่นักดับเพลิงเพื่อนผม ชื่อไพโรครับ "
" ยินดีที่ได้รู้จักครับคุณสุภาพสตรี กินแย้ปิ้งมั้ยครับ ? "
" มรึงไปเอาแย้มาจากไหนวะไอ้ไพ ? "
" กรูพกติดเป้ไว้ตลอดแหละ ตากแห้งไว้จนได้ที่ พอเอามาย่างนี่กลิ่นหอมเลยนะเว้ย !! "
ยืนขำกันสักพัก นอสต์สังเกตุเห็นบางสิ่งตะคุ่มๆอยู่ไกลมากๆ จึงหยิลกล้องส่องทางไกลที่ห้อยไว้ข้างๆเอวมาส่องดู พริบตาเดียว ตาของเธอถึงกับเบิกโพลง !!

เพราะสิ่งที่เธอเห็นนั้นคือฝูงอะไรสักอย่างที่ดูน่าจะเหมือนกลุ่มคนสวมชุดคุลมสีดำ
ไปทั้งตัว แต่บนหัวทุกๆคนเหมือนจะสวมหัวกะโหลกของอะไรบางอย่างเอาไว้กำลังมั่งหน้ามาทางนี้ ที่สำคัญ...มากันไม่น่าต่ำกว่า 30 !!
" แย่ๆแล้ว มีอะไรไม่รู้กำลังมาทางนี้ "
นอสต์ตะโกนบอกไพโรกับคากะมิเนะ ทั้งสองที่กำลงกินแย้เพลินๆถึงกับสะอึก นอสต์จึงส่งกล้องให้ลองส่องมองกันดู
" เฮ้ย !! คนรึว่าอะไรวะน่ะ ? "
ไพโรอุทานทันทีที่ส่องเห็น
" รีบไปบอกทุกคนกันเถอะค่ะ !! ดูยังก็ท่าทางไม่น่าไว้ใจเลยสักนิด "
นอสต์ตะโกนบอกทุกคนก่อนจะวิ่งไปทางที่เต้นท์ตั้งอยู่ แต่เธอก็ต้องหยุดทันทีเพราะจู่ๆก็มีผู้หญิงสวมชุดคลุมดำไปทั้งตัวพุ่งลงมาจากท้องฟ้ามาขวางทางเธอเอาไว้ ปีกสำดำที่ดูสวยงาม บนหัวของเธอมีบางสิ่งที่ดูคล้ายๆกับ" หัวกะโหลก "สวมอยู่
หญิงสาวลึกลับลุกขึ้นกระพือปีกครั้งหนึ่งก่อนจะหุบปีกเก็บเข้าไปในชุดคลุมสีดำของเธอเอง ภาพดังกล่าวสร้างความตื่นตะลึงให้หนึ่งหญิงสองชายที่ได้แต่มองปากค้างได้อย่างดี
" ขอโทษด้วยนะคะ แต่ชั้นมีเนื่องอยากจะคุยด้วยสักนิดค่ะ "
หญิงสาวชุดดำพูดจาสุภาพ ก่อนจะส่งยิ้มให้
" ท...เธอคิดจะทำอะไรกัน จะถามอะไรพวกเรา ? "
ไพโรถามตะกุกตะกัก ก่อนเธอจะบินไปยืนอยู่บนยอดเต้นท์
" รู้มั้ย...คนเก่าคนแก่เคยพูดไว้ว่า ถ้ามีอีกามาเกาะหัวบ้านจะเป็นยังไง ? "
สิ้นคำถามของสาวลึกลับ ทั้งสามถึงกับตกใจตาค้าง หญิงสาวหัวเราะชอบใจก่อนเฉลยให้ชัดเจน
" รู้ดีสินะ ใช่...เค้าว่ากันว่าถ้ามีอีกาบินมาเกาะหัวบ้านใครล่ะก็ .... ต้องมีคนตายยังไงล่ะ "
" ใช่แล้ว~ ชั้นจะมาขอชีวิตพวกเธอยังไงล่ะ ~ "
สาวลึกลับยิ้มสดใสก่อนตอบคำถามที่กระชากใจทั้งสามคนได้อย่างขึ้งขั้วหัวใจ !!


To be continue ...
ไม่ระบุตัว
· #3
สนุดดี มาต่ออีกนะ~
ไม่ระบุตัว
· #4
รออ่านต่อเสมอนะ ^^
LionHeart สมาชิก
· #5
เย้ ! ในที่สุดผมก็เจอนิยายไม่มีอีโมติคอนอีกเรื่องแล้ว !
me/โดนกระทืบ
ไม่มีอะไรแค่ความสุขส่วนตัว ช่วงนี้ผมตรวจนิยายในนักเขียนมือใหม่อยู่หลายเรื่อง
กว่า 70%รุ่นน้องเอามาให้อ่าน ใช้ภาษาMSN จนผมตาลาย

==============================

การใช้สำนวนภาษาและการสื่ออารมณ์เขียนออกมาได้ดีทีเดียวครับ
มีจุดที่พลาดไปจุดหนึ่งคือ การจัดย่อหน้า ตัวหนังสือเบียดกันแน่นไปหน่อย
แนะนำนะครับ เว้นช่องระหว่างย่อหน้า1บรรทัด (เคาะEnter 2ครั้ง)
ถ้าลงในบอร์ด(ที่จัดย่อหน้าไม่ได้)แบบนี้นะครับ
(ถ้าบอร์ดนั้นจัดย่อหน้าได้ เคาะครั้งเดียวก็พอ (เช่น เด็กดี))
wily ผ สมาชิก
· #6
ขอบคุณสำหรับการติดตามและคำติชมครับ ตอนนี้ผมนั่งเรียงเนื้อเรื่องอยู่ คาว่าคงดึกๆตี 2- 3 ผมคงมาอัพใหม่อีกครั้ง ขอบคุณครับ
** ผทเข้างาน 11 โมงเลิก 5 ทุ่มครับ **
ไม่ระบุตัว
· #7
สนุกดี~ มาต่ออีกนะ~ > w <
wily ผ สมาชิก
· #8
- Episode 3 : Wild

เรื่องเล่าของคนโบร่ำโบราณที่คนสารขัณฑ์หลายต่อหลายคนน่าจะเคยได้ยินกันมาบ้างตั้งแต่สมัยเด็กๆในขณะที่บางคนอาจจะไม่เคยได้ยินเลยด้วยซ้ำนั่นก็คือเรื่องของ[ อีกา ] ว่ากันว่าวันไหนมีอีกามาเกาะหัวบ้าน หลังคาบ้าน หรืออะไรมิอะไรก็ตามแต่ละคนจะเล่าขานสืบต่อกันมา เมื่อนั้น ณ สถานที่นั้นๆจะต้องมีใครสักคนเสียชีวิตในวันนั้นๆแน่นอนขั้นต่ำหนึ่งราย

สาวน้อยลึกลับรายนี้ไว้ผมสั้นสวมชุดคลุมสีดำจรดยันปลายเท้า บนหัวสวมวัตถุพิลึกพิลั่นที่มองมุมไหนก็หัวกะโหลกแน่นอน เพียงแต่หากมองดีๆอีกนิดจะเห็นว่ามันคือหัวกะโหลกของ" นก "อะไรสักอย่างที่มีขนาดใหญ่มาก
" เอาล่ะ ชั้นมีตัวเลือกให้เธอเลือกสองข้อ ข้อแรกยอมมากับพวกเราแต่โดยดีแล้วยอมเสียประชากรบางส่วนให้กับพวกเรา ส่วนข้อสองคือสู้จนตายกันไปข้างแต่ท้ายที่สุดก็โดนพวกเราจัดการจนไม่เหลือแม้แต่คนเดียว เอาล่ะ พวกเธอจะเลือกข้อไหนดีล่ะ ? "
สาวน้อยลึกลับยื่นข้อเสนอที่ฟังยังไงก็ไม่น่าสนใจสักข้อให้สองหนุ่มหนึ่งสาวเลือกอย่างขัดใจ แน่นอน ไม่มีใครสนใจตัวเลือกไหนทั้งสิ้นแน่ๆอยู่แล้ว !!
" จะบ้ารึไงวะ ? จะข้อไหนสุดท้ายก็ตายทั้งนั้นเลยนี่หว่า ? "
ไพโรตะโกนเดือด แต่เขาเองก็ยังพอคุมสติได้อยู่บ้าง ในขณะที่คากะมิเนะแอบหยิบมีดพกออกมาจากข้างหลังหวังจะลองขว้างใส่ให้ตรงเป้าแบบนักมายากล แม้เขาจะไม่เคยลองทำมาก่อน แต่เขาก็ตระหนักได้เป็นอย่างดีว่าถ้าเกิดปาไปแล้วได้ผลขึ้นมาล่ะก็ สถานการณ์ตอนนี้อาจจะพลิกได้ไม่มากก็น้อยเพราะที่อยู่ตรงหน้าเขาตอนนี้ไม่ใช่คนธรรมดาแน่นอน คนอะไรจะมีปีกแถมบินมาจากฟ้าได้...

ฉึก !!!

" อั๊ก !! "
คากะมิเนะเข่าทรุดลงไปกับพื้นหญ้า เลือดสดๆพุ่งออกจากบรเวณหัวเข่าข้างขวาทะลุไปถึงน่อง นอสต์จะกรีดร้องแต่มือกับพุ่งมาอุดปากไว้ ไพโรถึงกับชะงัก ที่พื้นดินด้านหลังของคากะมิเนะปรากฏขนนกสีดำสนิทปักอยู่...มันปักลึกลงไปจนจมไปครึ่งขนนกได้เลย
" เฮ้ย !! ทำบ้าอะไร !? "
ไพโรตะโกนด่าลั่นเมื่อเห็นเพื่อนตัวเองเลือดสาดร่วงลงไปเข่าแตะพื้น
" โทษกันไม่ได้หรอก...ไม่รู้สิ เมื่อกี้พริบตานึงเพื่อนเธอแผ่รังสีการฆ่าฟันกันออกมาหน่อยนึง ชั้นเลยพลั้งมือไป เอาน่า..ยังไงแค่นั้นก็ไม่ตายสักหน่อยนี่นา เอ๋ ? รึจะบอกว่าแค่นั้นก็จะตายแล้ว ว๊า~แย่จังน๊า แบบนี้ก็เอาไปทำเป้นทาสไม่ได้น่ะสิ "
สาวน้อยลึกลับกล่าวเหตุผลพร้อมวาจาคล้ายๆกับการ" ยุ "ให้ไพโรโกรธ แต่นอสต์ได้มารั้งตัวไพโรที่จะวิ่งเข้าไปชกทันท่วงที แน่นอนว่าสถานการณืตอนนี้แย่ลงพอสมควรแล้วและที่แน่ๆคือสาวน้อยลึกลับคนนี้ถนัดการจู่โจมไกลซึ่งพวกเขาทั้งสามหมดสิทธิ์ที่จะเข้าไปแตะต้องทันทีเมื่อไม่มีอาวุธวิถีไกล
" เอาล่ะค่ะ...จากนี้ไปจะเป็นคำถามครั้งสุดท้าย ชั้นให้เวลาคิด 1 นาที ถ้าช้าล่ะก็พวกเธออาจจะถูกกองทัพฮานด์จับกระชากไส้แล้วกินอย่างสยดสยองได้นะ "
สิ้นคำพูดจากสาวน้อยลึกลับ นอสต์เหลียวหันไปมองด้านหลัง กลุ่มกองทัพมนุษย์ชุดดำที่สาวน้อยลึกลับเมื่อครู่เรียกว่า" ฮานด์ "ได้เคลื่อนขบวนเข้ามาใกล้มากแล้ว มากพอจะเห็นได้ชัดๆเลยว่ามีไม่ต่ำกว่า 30 คนแน่นอน
นอสต์ตัวสั่นร้องไม่ออกแต่น้ำตาไหลออกมาจากตาแล้ว ส่วนไพโรพยายามใช้แขนเสื้อตัวเองพันแผลให้คากะมิเนะที่คิดทำอะไรแผลงๆจนได้เรื่องอยู่ แต่เขาเองก็เห็นกองทัพชุดดำขนาดย่อมๆเคลื่อนตัวเข้ามาแล้ว ไพโรกัดฟันกรอด ในหัวคิดหาทางออกถึงสภานการณ์ที่ไม่เคยพบเจอมาก่อนในชีวิตอย่างสุดความสามารถ
" เอาล่ะค่ะ เหลือเวลาอีก 35 วินาที...ถ้าไม่เลือกสักข้อเลยล่ะก็...พวกเธอทั้งสามคนต้องตกเป็นอาหารของฮานด์ก่อนใครเพื่อนเลยนะคะ "
สาวน้อยลึกลับยิ้มพูดเสียงน่ารัก กอ่นที่ทั้งสามคนจะหันกลับมามองเธอด้วยสายตาอาฆาตอย่างถึงที่สุด


" โว๊ว !! ร่วงไปสองแล้วโว๊ย แสรด !! "
เสียงเชียร์มวยวัดนอกสถานที่ดังกระหึ่มไม่ขาดสาย พระเอกตอนนี้คงหนีไม่พ้นอาโนนี่-ชาน นักเลงปากกล้าที่ตอนแรกล้มวัยโจ๋พกสปาร์ต้า ล่าสุดมีหัวโล้นมาขอลองวิชาร่วงไปอีกหนึ่งราย นายโทนี่ลูกหนี้ถึงกับหัวใสปิ๊ง จัดพนันขึ้นมาโดยไม่ดูกาละเทศะแต่กลับทำกำไรเข้ากระเป๋าได้หลายอยู่
" มีไอ้ตัวไหนอยากลองของอีกมั่งป่ะวะ ? "
อาโนนี่พูดจาท้าทายมนุษย์ร่วมโลก เขากระดิกนิ้วกลางขึ้นท้าทายเหล่าผู้ที่มองหน้าเขาราวกับกินเลือดกินเนื้อ
" พอทีจะได้มั้ยครับ ถือว่าผมขอร้องเถอะครับ นะ ได้โปรดล่ะ !! "
คุณปอเจ้าภาพเดินฝ่าลงล้อมสารขัณฑ์มุงเข้ามาขอร้อง ท่าทางของเขาตอนนี้เรียกได้ว่าปวดหัวกับการมาโผล่ในที่แปลกๆไม่พอยังมาเจอปัญหานักเลงอีกทำให้เขาเครียดอย่างถึงที่สุด
" ผมขอร้องอีกคนล่ะกันครับ ขอเถอะ...มันไม่ได้มีอะไรดีขึ้นเลย เรามาช่วยกันหาวิธีรับมือเหตุการณ์นี้กันก่อนดีกว่ามั้ยครับ ? "
ซิติเดินมาร่วมวงขอร้องอีกคน เขาเองก็ดูร้อนรนไม่แพ้กัน
" อะไรว๊า~นี่มรึงจะไม่ต่อยต่อแล้วเหรอวะไอ้โนนี่ ? "
โทนี่ตะโกนแทรกเข้ามาเพื่อยุให้อาโนนี่ต่อยมวยต่อ ก็แน่ล่ะ...กำลังโกยทรัพย์ได้เป็นกอบเป็นกำซะขนาดนี้ ถ้าเลิกไวล่ะก็คงแย่ อาโนนี่หันขวับไปโค้งให้คุณปอทีนึงก่อนหันไปตอบโทนี่เพื่อนเลิฟว่า
" ต่อยแน่นอน...แต่กรูจะต่อยมรึงแหละนะไอ้ชาติหมา !! มรึงเอาไอ้ที่มรึงได้มานั่นใช้หนี้กรูเดี๋ยวนี้เลยนะไอ้ส้นเสื่อม !! "
อาโนนี่โดดฝ่าวงล้อมฝูงชนเข้าใส่โทนี่ แต่โทนี่เหนือชั้นกว่า โทนี่ก้มตัวไปข้างหลังก่อนตีลังกาเตะเข้าเตะๆก้นของอาโนนี่จนลอยเข้าไปในเต้นท์อย่างงดงาม

" โครม !!! "

เสียงอาโนนี่ปลิวเข้าเต้นท์ไปชนอะไรสักอย่าง ก่อนอาโนนี่จะลุกขึ้นมาโดยแบกคนออกมาด้วยคนนึง นั่นก็คือมิวมิวซึ่งกำลังยืนชมปลอกหมอนข้างอยู่คนเดียว
" ไอ้บรรลัยเอ้ย ~ ไม่ฆ่ามรึงทิ้งวันนี้ไม่ต้องเรียกกรูว่า[ เดอะร๊อค ]!! "
อาโนนี่เขวี้ยงมิวมิวผู้โชคร้ายใส่โทนี่ก่อนโทนี่จะหลบจนมิวมิวผู้โชคร้ายลอยไปโดนผู้หญิงคนนึงที่มาร่วมงานจนล้มไปทั้งคู่
" ดูซิเนี่ย !! มันอะไรกัน บอกกี่ล้านรอบแล้วว่างานแบบนี้น่ะมีแต่พวกความรู้ห่วยๆเขามากันทั้งนั้น พอกันที ชั้นจะไปล่ะ !! ต่อให้ไม่รู้ว่าที่ไหนชั้นก็ไม่ขออยู่ร่วมกับพวกบ้านๆพรรค์นี้เด็ดขาด !! "
หญิงสาวอายุราวๆ 20 ต้นๆบ่นโวยวายก่อนเธอจะเดินออกมาจากกลุ่มโดยเธอเลือกที่จะเดินออกมาทางด้านหลังซึ่งเป็นจุดที่พวกนอสต์,คากะมิเนะและไพโรกำลังเจอกับเรื่องไม่ดีอยู่เต็มๆ
" ดูสิ ขนาดชั้นเดินออกมาขนาดนี้มันยังไม่สนใจเลยสักนิด โอ๊ยยยยยยย !! เบื่อโวยมีแฟนเป็นพวกบ้าการ์ตูนแบบนี้ เลิก เลิก เลิก !!!! ไม่เอาแล้วแบบนี้ ! จบ !! "
พริบตาที่เธอโวยวายจบเธอก็เดินเลาะมาจนเจอสองหนุ่มหนึ่งสาวกำลังตกที่นั่งลำบากก่อนเธอจะมาหยุดถามโดยเธอไม่ทันสังเกตุว่าบนศรีษะเธอมีอะไรอยู่
" อะไรล่ะนั่น ? หนีมาพอดรักกัน แล้วเลือดนั้นอะไรล่ะน่ะ ? สองหนุ่มนัวเนียแล้วสาวแว่นทนไม่ได้ควักปืนมายิงรึไง ? "
หญิงสาวสาดคำถามที่ทั้งสามฟังแล้วรู้สึกแหยงหูอย่างรุนแรงถึงขั้นนึกในใจพร้อมกันเลยว่า" คิดได้ไง ? "แต่ก็ไม่ได้แสดงออกมามากมายนักเพราะเครียดกับเรื่องอื่นมากกว่า หญิงสาวยืนท้าวสะเอวก่อนจะสังเกตุว่านอสต์พยายามแพนสายตาให้เธอมองไปด้านบนของเธอก่อนเธอจะแหงนหน้าขึ้นไปเจอกับสาวน้อยลึกลับเข้าอย่างจัง
" คราวนี้อะไรอีกล่ะ ? คอสเพลย์งั้นเหรอ ? ไม่ได้ดูเข้าท่าเลยสักนิด...เสียดายเงินที่พ่อแม่อุตส่าห์หามาให้จริงๆ น่าจะเอาไปทำอะไรได้ดีกว่านี้ "
หญิงสาวส่ายหัวบ่นพึมพำก่อนที่สาวน้อยลึกลับจะหัวเราะคิกคักอย่างที่จะขำไม่ได้ทำให้หญิงสาวที่มีน้ำโหอยู่แล้วยิ่งโมโหหนักเข้าไปอีก
" หัวเราะอะไรยะนังเด็กพิลึก ? นึกว่าเท่มากรึไงแต่งตัวแบบนี้น่ะหา ? "
" ไม่หรอกค่ะ ชั้นขำที่เธอพูดอะไรไม่รู้เรื่องอยู่คนเดียวเหมือนสุนัขที่มันเห่าเวลาที่เจ้าของไม่อยู่น่ะค่ะ ฮะๆ "
" อิ...อิ...อินังนี่ !! คอยดูนะ !! กรูจะไปตามผัวกรูมาตบมรึง !!!! "

ฉึก !!!

สิ้นเสียงว่าจะไปตามผัวมาตบ หญิงสาวจอมโวยวายก้ต้องลงไปนอนกับพื้น นอสต์พยายามเอามือผิดปากไว้ไม่ร้องออกมาเพราะเกรงว่าหากตัวเองทำเสียงดังโวยวายก็จะโดยแบบนั้นบ้าง ไพโรกับคากะมิเนะตะลึงกับภาพที่ได้เห็น...หญิงสาวนอนตาค้างดวงตาเหลือกขึ้น...เลือดสดๆไหลออกจากปากและจมูก เธอชักกระตุกสองถึงสามครั้งก่อนจะนิ่งไปเลย บริเวณศรีษะของเธอมีขนนกปักอยู่ตรงกะโหลกด้านหลังทะลุมาจนเห็นปลายขนนกโผล่มาทางกะโหลกด้านหน้า สร้างความสยองให้แก่ทั้งสามคนไม่น้อย....
" เอาล่ะค่ะ... 15 วินาทีสุดท้าย แล้วก็อย่าเสียงดังมากนะคะ มันน่ารำคาญ "
หญงิสาวลึกลับบอกเวลาที่เหลือน้อยลงทุกขณะ...เขาทั้งสามภาวนาให้ทั้งหมดช่วยมาเห็นเหตุการณ์นี้พร้อมๆกันและพอจะช่วยพวกเขาใหพ้นจากเหตุการณ์นี้สักที นอสต์ร้องไห้น้ำตาไหลจนหยุดไม่ได้จนไพโรต้องลูบหัวปลอบ ส่วนคากะมิเนะพยายามเก็บแรงไว้...หากเขาต้องวิ่งตอนนี้...แม้ขาหลุดเขาก็ต้องวิ่งให้ได้ !!

" ปุ !! "

สิ้นเสียงลึกลับ...ทั้งสามเห็นสาวน้อยลึกลับบินขึ้นไปกลางอากาศก่อนจะบินถลาไปอยู่ด้านหลังพวกเขาอย่างไกลพอสมควรก่อนจะปรากฏร่างของชายที่ซุ่มดูอยู่แต่แรกแล้วสามคนออกมา
" ไม่เป็นไรกันนะทั้งสามคน "
ช่างไฟคนเก่งนายโคเดถามทั้งสามก่อนวิ่งเข้าไปชักอาวุธออกมายิงซ้ำ มันคือปืนหน้าไม้ที่เขาได้มาจากร้านอะไรสักอย่างที่คนในงานนำมาขายแต่เขานำมาดัดแปลงจนมันใช้งานกับข้อต่อชั้นวางเหล็กที่ติดตะปูแหลมๆไว้ที่ปลายได้อย่างดีเยี่ยม สาวน้อยลึกลับกระโดดถอนหลังไปอีกระยะแต่ในระหว่างที่เธอตีลังกาถอยหลบนั้นเธอก็ปล่อยขนนกมาจู่โจมด้วยอีกชุดนึง
" ปึก ปึก ปึก !! "
" โอ้ว !! มันยอดมากเลยเว้ยยามะจุน !! "
" เออ !! นี่ก็นึกอยู่เหมือนกันว่าโต๊ะวางของขายจะเอาอยู่รึเปล่า...แบบนี้ผ่านฉลุยเลยว๊อย~โว๊ว ! เข้ามาเลยอีนาง !!! "
วาตารุนักร้องนำถือโต๊ะอะลูมิเนียมที่ใช้วางของขายในงานมาคู่กับทามาเมะที่เพิ่งรู้จักกันมารับกระสุนขนนกให้สองหนุ่มหนึ่งสาว ความหนาของโต๊ะจัดได้ว่าไม่เลวเลยทีเดียว
" เยี่ยมมากเว้ย ไอ้รุ !! นี่ข้านึกว่าเอ็งดีแต่แหกปากเป็นอย่างเดียวนะเนี่ย !! "
ไพโรแมนกล่าวชมเพื่อนร่วมวงอย่างไม่อายปาก
" เออ สำนึกบุญคุณกรูไว้ไอ้พวกรากหญ้า วันหน้าอย่าลืมคลานมาคาราวะกรูนี่ "
เมื่อสถานการณ์พลิกได้ในระดับหนึ่งโคเดใช้หน้าไม้ยิงขับไล่ต่ออีกหลายนัดก่อนจะสังเกตุเห็นว่าอีกฝ่ายหนีไปอยู่บนต้นไม้สูงแล้ว ยิงต่อไปก็ไม่เกิดประโยชน์แถมกระสุนก็มีไม่มากจึงหยุดทันที
" เอ่อ...ขอบคุณมากนะคะ...แล้วนี่ "
" ผมทำไฟอยู่ด้านในเต้นท์น่ะครับ บังเอิญได้ยินเสียงแปลกๆด้านบนหัวเลยลองแอบฟังดู แล้วเจอสองคนนี่อยู่เลยวานมาช่วยไม่คิดว่าจะสายเกินไป "
โคเดพูดจบก่อนจะหันไปมองศพหญิงสาวจอมโวยวายก่อนจะเดินไปปิดเปลือกตาให้เธอตายตาหลับ
" ถึงผมจะไม่รู้จักเธอ แต่ก็ไม่คิดว่าเธอสมควรที่จะต้องมาตายในวัยแค่นี้อยู่ดี... "
ไพโรพยุงคากะมิเนะขึ้นเดินก่อนโคเดจะหันไปมองแขกผู้ไม่ประสงค์ดีที่ยืนมองพวกเขาอยู่ไกลๆเหมือนกัน โคเดมั่นใจว่าสาวน้อยลึกลับรายนี้ไม่ได้ล้อเล่นเรื่องขอชีวิตแน่นอน...ดีไม่ดีคนในงานทั้งหมดต้องถูกฆ่าตายอนาถแน่
" เราต้องรีบกลับไปบอกทุกคน..พวกเธอกลับไปก่อนทางนี้ชั้นกับสองคนนี้จะดูสถานการณ์ให้เอง ไปซะ !! "
" หา ! พวกผมด้วยเหรอ ? "
โคเดสั่งให้ทั้งสามถอยกลับไปที่เต้นท์เพื่อบอกให้ทุกคนรู้ถึงสถานการณ์ตอนนี้ แต่กระนั้นผู้กล้าที่มาเสริมทัพทั้งสองกลับรู้สึกไม่ยินดีกับภาระกิจสังเกตุการณ์นี้เท่าไหร่เลยสักนิดเดียว

สาวน้อยลึกลับยืนมองโคเดกับผูกล้าอีกสองคนที่ยืนถือโต๊ะทำเป็นโล่ก่อนจะยิ้มออกมาอย่างเห็นได้ชัด สักพักกองทัพชายชุดคลุมสีดำก็เคลื่อนทัพมาถึงใต้ต้นไม้ที่เธอยืนอยู่
" ท่านมีเลือดไหลออกมาด้วยรึครับ ? "
เสียงชายชราแก่ถามสาวน้อยลึกลับ ชายคนนี้เองก้มีกะโหลกบนหัวเช่นกันเพียงแต่เห็นได้ชัดว่าเป็นกะโหลก" ลิง "
" อืม~ประมาทไปนิดนึงน่ะ ไม่คิดว่าจะมีคนซ่อนอยู่ใต้ขาเราด้วย ไม่สิ...เราพลาดที่จะจับรังสีการฆ่าฟันรอบๆตัวเราเองแหละ "
สาวน้อยลึกลับยิ้มตอบคำถามกับชายชรา ดูเหมือนเธอจะไม่รู้สึกเจ็บกับบาดแผลที่ได้รับแม้แต่น้อยเลยด้วยซ้ำ
" แต่...ข้ากลับรู้สึกว่าท่านกำลังสนุกมากกว่านะครับ "
ชายชรายิ้มก่อนจะหัวเราะตอบกลับไป ไม่ผิด...กองทัพชายชุดดำคนอื่นๆก็เห็นว่าเป็นเช่นนั้น
" แน่นอน...การที่เราสามารถสยบผู้ที่คิดต่อสู้จนสุดฝีมือได้น่ะเป็นอะไรที่มันรู้สึกดีมากๆเลยนา "
" ถึงแม้ฝ่ายนั้นจะมีแต่พวกมนุษยืงั้นรึครับ ? "
" มนุษย์น่ะมีอะไรอย่างนึงที่ถูกใจชั้นมากเลยล่ะซึ่งมันก็คือการดิ้นรนกระเสือกกระสนโดยทั้งๆที่รู้ว่าพยายามไปก็ไร้ผลยังไงล่ะ แน่นอนพวกที่อยู่ตรงนั้นทั้งสองร้อยกว่าคนก็เช่นกัน ถึงจะดิ้นรนกันแค่ไหนก็ตามแต่...สุดท้ายก็ไร้ผล "
สาวน้อยลึกลับหัวกลับไปมองเต้นท์ที่มีผู้คนที่หลงมาถึงสองร้อยกว่าชีวิตรวมตัวกันอยู่...เธอนั่งลงบนต้นไม้ก่อนจะพูดสั้นๆหนึ่งประโยค...
" อย่าเผลอกินกันจนหมดล่ะ...อย่าลืมว่าเราต้องเก็บไว้ใช้แรงงานด้วย "
" โอ๊ !!!!! "
สิ้นคำสั่งของสาวน้อยลึกลับ กองทัพชายชุดคลุมดำตะโกนตอบรับก่อนจะเปลี่ยนจากเดินสองเท้าเป็นวิ่ง" สี่เท้า "เหมือนสุนัขก่อนจะพุ่งเข้าสู่เต้นท์ที่ทุกคนรวมตัวกันอยู่อย่างรวมเร้ว !!

โคเดที่ยืนสังเกตุการณ์อยู่สักพักเห็นกลุ่มคนสวมชุดคลุมดำวิ่งกรูกันแยกมาคนละทางสองทางจนเกือบจะล้อมทั้งเต้นท์ได้จึงบอกทั้งสองให้เตรียมตัวให้พร้อม
" มากันแล้วนั่น เยอะด้วย หนึ่ง..สอง...โอ๊..ชิท !! "
โคเดบ่นอุทานเป็นฝรั่งในทันที
" มั่นใจแค่ไหนครับพี่ช่างไฟว่าไอ้หน้าไม้นี่จะต้านได้อยู่อ่ะ ? "
" นั่นดิพี่ !! ผมยังไม่อยากตายนะ !! "
ผู้กล้าทั้งสองบ่นกระปอดกระแปดก่อนจะหันไปหาช่างไฟคนเก่งของพวกเขา โคเดหันมาตอบสั้นๆก่อนแพนสายตาไปทางกลุ่มชายขุดคลุมดำที่ใกล้เข้าเรื่อยๆ
" ไอ้น้องชาย...ชีวิตเกิดมามีครั้งเดียว ไม่อยากตายไวแบบแม่คนนั้นำวกเอ็งก็ต้องสู้เท่านั้น เล็งดีๆอย่าให้พลาดล่ะ กระสุนคนละ 20 นัดเป็น 60 นัดดูยังไงก็มากพอที่จะสอยไอ้พวกนั้นได้สบายๆ อย่าลืมล่ะ เลิกกลัวแล้วทำใจให้พร้อม ตอนนี้ชะตาชีวิตพวกเอ็งมันสั้นยิ่งกว่าขนไข่แล้วนะเว้ย !! "

โคเดพูดจบทั้งสองก็หยิบหน้าไม้ที่โคเดทำมาเผื่อให้แบบกล้าๆกลัวๆ แต่สุดท้ายก็ทำใจจนได้อยู่ดีว่าถ้าไม่สู้ก็ต้องตาย แถมตายพอๆกับหมาข้างถนนด้วย !!
" เอาก็เอาวะ !! แค่ยิงให้โดนก็พอแล้วใช่มั้ยเพ่ ? "
" เออ !~ มันต้องยังงั้นสิวะไอ้น้อง กล้าๆหน่อย เอาล่ะนะเว้ย !! "

ในขณะที่นอสต์ที่วิ่งล่วงหน้าไปก่อน ไพโรที่พยุงคากะมิเนะเพื่อไปหลบภัยอยู่จึงมีแค่ช่างไฟโคเด นักร้องนำวาตารุกับทามาเมะที่มาเที่ยวงานเฉยๆที่คอยรับหน้าเสื่อในสถานการณ์สุดบรรยายแบบนี้

หากนอสต์วิ่งไปอธิบายทัน อาจจะไม่มีใครตายเลยก็ได้
แต่ในสถานการณ์ที่วุ่นวายแบบนี้นั้น...

เธอจะทำได้งั้นเหรอ ?


** ผมได้ลองทำการเคาะเว้นวรรคสองครั้งดูตามคำแนะนำแล้ว ผลคือไม่สามารถทำได้ครับ เหอๆ **
Citizen ม ผู้ดูแลเนื้อหา
· #9
                              test
          test

ลำบากมากเลยจะเว้นยาวเคาะไม่ได้ ผมลองใช้alt160ดู ลำบากสุดๆใครมีวีธีอื่นที่มันง่ายกว่านี้ไหมนี่
ปล.รอติดตามตอนต่อไป
ไม่ระบุตัว
· #10
มาต่ออีก!!!! นะ!!!!! > w <
ไม่ระบุตัว
· #11
- Episode 4 : กฏเหล็กของสัตว์โลก


" ส่งกระเป๋ามาเดี๋ยวนี้นะเว้ย...ไม่งั้นล่ะก็ปากเอ็งไม่จบแค่แตกแน่ๆ แต่กรูจะเลาะฟันบนฟันล่างฟันหน้าฟันกรามลามไปถึงฟันน้ำนมของเอ็งให้หมดแผงเลยทีเดียว !! "
อาโนนี่ยืนหอบแฮ่กๆหลังจากไล่กวดโทนี่เพื่อชิงเงินพนันมา แม้จะมีสารขัณฑ์มุงคอบล้อมกรอบไม่ให้โทนี่หนีไปไหนได้แต่ความไวของโทนี่ที่แม้แต่ลิงลมแถวๆพัทยายังต้องยอมนั้นก็ทำให้อาโนนี่ตามไม่ทันสังทีอยู่ดี
" ไอ้ส้นเท้าเอ้ย~!! ทำไมหนีไวยังงี้วะ บัดซบ กรูจะเตะตรูดมรึง ไอ้หัวขี้ !! "
อาโนนี่เริ่มโมโหอย่างเห็นได้ชัด ในเมื่ออัดไม่ได้ อย่างน้อยขอแค่แหกปากด่าก็ยังดี
" เฮ้ย !! ไล่ไม่ทันนี่มรึงเล่นด่าแทนเลยรึวะ ? "
โทนี่เริ่มเยาะเย้ยท้าทาย ว่ากันตรงๆเขาเองก็สนุกไม่น้อยที่ได้ปั่นหัวเจ้าหนี้ของเขาจนหน้าเครียดได้ขนาดนี้
" โอ๊ !!!!! "
" ? "
" เสียงอะไรวะ ดังลั่นเลย ถึงจะไกลๆก็เถอะ "
" คงมีใครไปปล่อยเครียดมั้ง "
สารขัณฑ์มุงหลายต่อหลายคนที่ได้ยินเสียงตะโกนลึกลับต่างก็ตีความไปต่างๆนานา แต่ลงท้ายก็ไม่ได้สนใจอะไรกันเท่าไหร่ จะมีก็แต่ชายคนนึงที่ยืนพิงเสาเต้นท์มองดูโชว์อาดนนี่ไล่กวดลิงลมโทนี่แล้วได้ยินเสียงนี้พอดีอยู่เหมือนกัน เพียงแต่เขาไม่ได้จบลงที่ว่า" ช่างมัน "
สายตาของเขาเหลือบมองไปที่ด้านนอกเต้นท์ ก่อนจะเดินหายไปเงียบๆ...

" ในที่สุด แฮ่ก...มรึง แฮ๋ก...แฮ่ก สาด...กรูหอบ !!! "
โทนี่ตอนนี้นอนคว่ำราบไปกับพื้น เขาถูกอาโนนี่กระโดดนั่งทับอยู่ในขณะนี้
" มี แฮ่ก..อะไรจะสั่ง..โอย แฮ่ก แฮ่ก...จะสั่งเสียไรก่อนโดนกรูยำมั้ย ? ...แฮ่ก !! "
อาโนนี่ยื่นข้อเสนอให้นักโทษประหารจำเป็น เสียงเฮดังสนั่นก่อนที่จู่ๆชายคนที่อาโนนี่ซัดร่วงไปคนแรกจะแอบลุกขึ้นมาแล้วตรงเข้าไปซัดอาโนนี่อย่างเต็มแรง !!

ผั้ว !!!

สิ้นเสียงหมัด อาโนนี่ลงไปกองคาหญ้า ตาของเขาถึงกับเห็นดาววิ๊งวับ หมัดของหนุ่มลอบกัดซัดเข้าที่ท้ายทอยอย่างแรงมีรึจะไม่ได้ผล
" ไอ้บักโกรก !! มรึงลุกขึ้นมาไอ้สัด ถึงคราวแล้ว ตายกรู !! "
ชายลอบกัดกระชากคอเสื้ออาโนนี่ขึ้นมาหวังจะซัดหมัดหนักเข้าใบหน้า เสียงเชียร์มวยวัดดังสนั่นขึ้นอีกครั้ง
" พวกมรึงจงดูเอาไว้ ใครที่หาเรื่องกับกรูมันต้องมีอันเป็นไปแบบนี้ !!! "
สิ้นเสียงชายลอบกัดเหวี่ยงหมัดอย่างรุนแรงเข้าสู่ใบหน้าอาโนนี่ที่กำลังดูดาวอย่างขาดสติ
แต่หมัดของเขาก็ไม่ได้กระทบใบหน้าอาโนนี่จังแม้แต่น้อย

หมัดของเขากระทบกับฝ่ามือๆหนึ่ง ความแข็งแกร่งของฝ่ามือที่รับกำปั้นที่เหวี่ยงมาสุดแรงเกิดแบบนี้ได้ไม่ต้องพูดถึงความแข็งแรงของผู้ที่มาขวางเลยว่าเจ๋งแค่ไหน
" พอแค่นี้ได้มั้ยครับ ? พวกเรายังต้องคิดหาวิธีกลับไปที่ๆเราเคยอยู่อีกนะครับ ผมไม่ต้องการให้พวกเราต้องมาแตกแยกกันในเวลาแบบนี้ !! "
ซิตยืนขวางอยู่ด้านหน้าของชายลอบกัดโดยคุณปอหยิบยาดมลูกซองแฝดออกมาให้อาโนนี่ดมหวังให้ได้สติโดยไว
" ฮีโร่เหรอสาด...มรึงฮีโร่นักเหรอ พ่อมรึงเป็นไอ้มดแดงเหรอไงวะ ?!! "
สิ้นเสียงชายลอบกัดหวังเหวี่ยงอีหมัดเข้าใส่ แต่พอสบตากับวิติที่ยืนจ้องอย่างสงบแล้วชายลอบกัดกลับรู้สึกถึงอะไรสักอย่างที่น่ากลัวจากตัวของซิติได้ เขาเหงื่อแตกในทันทีก่อนกระชากมือตัวเองกลับ
" ชิ !! สวะ !! ต่อยไปก็เสียมือป่าวโว๊ย ถุย !! "
ชายลอบกัดพูดข่มวางมาดก่อนเดินเข้าไปในกลุ่มสารขัณฑ์มุง ในนั้นมีกลุ่มเด็กวัยรุ่นราวๆ 5-7 คนเดินตามคาดว่าน่าจะเป้นสมุน ซิติมองจนมั่นใจว่าไม่มีเรื่องอะไรแล้วจึงหันไปบอกทุกคน
" ขอให้อยู่ในความสงบกันก่อนนะครับ อย่าเพิ่งคิดอะไรที่มันยังไม่เกิดขึ้น ตอนนี้พวกเราปลอดภัยกันทุกคนก็ดีแล้วครับขอให้ใจเย้นๆกันไว้ก่อน "
ซิติพูดจบ คนอื่นๆก็เริ่มทยอยกันกลับเข้าเต้นท์ บ้างก็เข้าไปดูของที่ตัวเองนำมาขาย บางคนก้เข้าไปยืนดูอะไรเพื่อสงบจิตสงบใจ บางคนงัด PSP ออกมาเล่นก็ยังมี
" สถานการณ์อยู่ในระดับโอเคล่ะนะ "
คุณปอพูดหลังจากวางอาโนนี่ไว้กับพื้นโดยเอายาดมยัดจมูกเอาไว้( กรุณานึกภาพยาดมรุ่นลูกซองแฝดยัดรูจมูกมิดด้าม )ก่อนจะลุกเดินเข้ามาหาซิติ
" ถ้าไม่มีอะไรจริงๆก็ดีครับ...ผมสังหรณ์ใจยังไงไม่รู้สิ "
ทั้งคู่คุยกันไม่ทันไร นอสต์ก็วิ่งหอบเข้ามาทันที
" ไงล่ะยัยแว่น ได้ภาพงามๆสมอยากเลยมั้ยล่ะ ? ธรรมชาติทั้งแถบเลยนี่ "
ซิติแซวช่างภาพคู่กัดหวังให้ขำแต่นอสต์กลับแหงนหน้าขึ้นมาส่งสายตาเหมือนจะร้องไห้ เล่นเอาทั้งคุณปอและซิติงงทั้งคู่
" เฮ้ย ? เป้นอะไรของเธอ ? "
" คะ..คุณครับ มีอะไรรึเปล่า ? "
ทั้งคู่เริ่มวิตกขึ้นมาทันทีก่อนนอสต์จะร้องไห้โฮออกมาแล้วพูดออกมาชัดเจนว่า
" รีบไปช่วยพวกด้านหลังเต้นท์เร็ว !! ขอร้อง !! มีคนตายไปแล้วคนนึงฮือๆ... "
" ว่าไงนะ ?!! "
สองหนุ่มอุทานออกมาพร้อมกันทันทีก่อนจะพยายามตั้งสติ จู่มีคนตายในที่ๆไม่เคยเจอแบบนี้ไม่ใช่แค่เหตุการณ์ไม่ดีแต่มันสื่อความหมายได้ว่าอันตรายกำลังพุ่งเข้าใส่แล้ว
สักพักไพโรก็พยุงคากะมิเนะที่เริ่มตาลอยๆเข้าไปทุกขณะ แม้จะมีแขนเสื้อของไพโรพันเป็นผ้าพันแผลฉุกเฉินแต่เลือดก็ยังไหลต่อเนื่องอยู่ดีเพราะคากะมิเนะนั้นขยับขาตลอดเวลา เลือดของเขาเริ่มที่จะไม่พอเข้าไปทุกขณะ
" คุณครับ ช่วยเพื่อนผมที !! "
ไพโรตะโกนบอกคุณปอและซิติ คุณปอวิ่งเข้าไปพยุงคากะมิเนะอย่างรวดเร็วก่อนจะค่อยๆพามานอนตรงพื้นข้างๆเต้นท์
" มัน...ผม...ผมไม่เข้าใจ ใครพออธิบายสั้นๆได้บ้างครับเนี่ย !!! "
ซิติเริ่มวิตก สีหน้าของเขาดูคล้ำๆทันตาเห็นก่อนจะถามอะไรไพโร
"โทษนะครับ เพื่อนคุณนี่ชื่ออะไรรึครับ ? "
" คาเงะครับ มันเป็นคนยุ่นชื่อคากะมิเนะแต่พวกผมเรียกคาเงะจัง "
ซิติรีบร้อนวิ่งเข้าไปที่เต้นท์ก่อนจะตะโกนอย่างดังว่า
" ใครเป้นเพื่อนคุณคากะมิเนะรบกวนออกมารับสินค้าด้านหน้าเต้นท์ด้วยครับ !!! "
สิ้นเสียง เอิร์ธกับวอร์สเปลที่ได้ยินเสียงเรียกจึงเดินออกมา
" ครับ ? สินค้าเหรอ "
ทั้งคู่ถามซิติที่หน้าเต้นท์ก่อนที่ซิติจะใช้แขนทั้งสองข้างล็อคคอทั้งคู่ไว้ในอ้อมแขนแล้วจึงกระซิบพูดเบาๆกับทั้งคู่เพื่อกันไม่ให้คนอื่นๆได้ยินว่า
" เพื่อนคุณได้รับบาดเจ็บ ออกไปดูอาการทีเถอะครับ พยายามอย่าแสดงอาการออกมานะครับ ผมไม่ต้องการให้ใครแตกตื่นไปมากว่านี้ "
สิ้นคำพูดทั้งสองเหมือนรู้งาน แสร้งทำเป้นเดินกวนโอ๊ยออกไปจากเต้นท์ก่อนจะเลาะเต้นท์แล้วไปเจอไพโรนั่งเฝ้าดูอาการของคากะมิเนะอย่างใกล้ชิด
" เฮ้ย !! เอาจริงเดะ ?! "
วอร์สเปลถึงกับตะลึง...แว่บแรกเขาคิดว่าเป็นรายการล้อกันเล่น แต่ตอนนี้หัวสมองของขากำลังรวนกับเหตุการณ์ที่อยู่ต่อหน้าตัวเอง
" ไอ้เอิร์ธ,ไอ้วอร์ ข้าฝากไอ้คาเงะจังด้วย ข้าต้องกลับไปช่วยไอ้ทาเมะ !! "
ไพโรพูดจบก็ลุกขึ้นแล้วตั้งท่าจะวิ่งไปก่อนจะถูกวอร์สเปลพูดเบรค
" เฮ้ย ! เดี๋ยวสิวะ !! ใครก็ได้อธิบายกรูทีเถอะว่านี่มันเรื่องเชรี่ยอะไรกัน !? "
วอร์สเปลยืนตะโกนถาม แต่ตอนนี้เขาเองก็คุมสติไม่ค่อยอยู่แล้วเหมือนคนอื่นๆ
" มีไอ้บ้าที่ไหนไม่รู้บอกจะมาฆ่าพวกเรายกเต้นท์ แค่นี้พอใจมรึงยังวะ ? กรูไปล่ะ "
สิ้นคำพูด ไพโรวิ่งพรวดไปอย่างว่องไวปล่อยให้ที่เหลือยืนตะลึงกับสิ่งที่เกิดขึ้นทุกคนจึงเริ่มจิตนาการเหตุการณ์ที่น่าจะเป้นไปได้มากที่สุดนั่นก็คือพวกเขากำลังโดนเจ้าถิ่นมาเอาชีวิตนั่นเอง
" ชั้นขอโทษ....ชั้นช่วยอะไรเค้าไม่ได้เลย ชั้นมัน...ฮือๆ "
นอสต์ร้องไห้โฮออกมา คุณปอก้มลงไปลุบหัวปลอบใจก่อนจะพูดปลอบตามประสาผู้ใหญ่
" คุณไม่ผิดหรอกครับ ไม่มีใครอยากให้เรื่องแบบนี้เกิดขึ้น แต่ก็ยังดีที่ยังแค่บาดเจ็บ เพราะอย่างน้อยก้ยังไม่มีใครเสียชิวิต จริงมั้ยครับ ? "
" มีสิ มีคนตายไปแล้วด้วยคนนึง แล้วพวกเราก้คงต้องตายกันหมดใช่มั้ยคะ ? "
นอสต์ตะโกนลั่นพูดไปผสมร้องไห้ แต่ก็ยังฟังรู้อยู่ดีว่าพูดว่าอะไร
" เฮ้ย !!!! "
ทุกคนตะลึงหนักกว่าเดิม
เพราะแค่บาดเจ็บยังพอทำเนา
แต่" ตาย "นี่สิ....


" ยิงแม่นๆหน่อยสิเว้ย ไอ้พวกนี้ !! "
ช่างไฟคนเก่งบ่นหลังจากเห็นลูกมือทั้งสองของเขายิงพลาดเป้าไปคนละนัด
" ไม่ไหวอ่ะพี่ ให้ยิงแบบพี่จังๆเลยผมไม่กล้า "
ทั้งคู่พูดพลางเหลือบตาไปมองผลงานที่โคเดยิงชายชุดคลุมดำตายไปต่อหน้าทั้งคู่สองคน
" พวกเอ็งไม่ฆ่าเค้าก็โดนเค้าฆ่าของแท้นะเว้ย ก็บอกไปแล้วไงล่ะวะทำไมอีกล่ะ มันมีอะไรนักหนารึไงกะอีแค่คนเนี่ย ? "
" ชักสนใจแล้วสิ "
สาวลึกลับกระโดดลงมาจากต้นไม้ก่อนจะมาหยุดอยู่ด้านหน้าของพวกเขาทั้งสามโดยทิ้งระยะห่างราวๆ 10 เมตรก่อนจะชูมือส่งสัญญาณให้พวกที่เหลือหยุดการบุก
" นายนี่ใจเด็ดไม่เลวเลยนะ น่าสนใจจริงๆ "
" เมื่อก่อนชั้นเคยเป็นทหารพรานน่ะ ไอ้เรื่องพรรค์นี้น่ะถนัดนัก ยังไงล่ะก็ให้ยิงเธอทิ้งตรงนี้ชั้นก็ทำได้...จะลองดุสักนัดมั้ยล่ะ ? "
พูดจบโคเดยกหน้าไม้ขึ้นมาเล็งไปที่หัวของสาวลึกลับ แต่อีกฝ่ายกลับยิ้มหวานส่งก่อนจะพูดออกมาว่า
" จะฆ่านายทิ้งก็น่าเสียดายอยู่...เอายังงี้ล่ะกัน มาเป็นพวกเดียวกันกับชั้นดีกว่ามั้ย ชั้นเอ่ยปากเองแบบนี้รับประกันได้เลยว่าช้นไม่พานายไปตายแน่นอน "
" หา !? "
ลูกมือทั้งสองของเขาตะโกนร้องอุทาน ส่วนตัวช่างไฟเองนั้นยืนนิ่งไปพักหนึ่ง
" ว่าไงล่ะ ? นายเองก็ใช่ว่าอยากจะตายซะที่นี่ด้วย จริงมั้ย ? "

ปุ !!!

สิ้นเสียงคำถามก้มีเสียงแทรกทันที มันคือเสียงกระสุนหน้าไม้ถูกยิงออกไปนั่นเอง ช่างไฟหนุ่มหวังให้มันปักอยู่บริเวณหน้าผากของสาวลึกลับแต่สาวลึกลับกลับชูนิ้วชี้กับนิ้วกลางขึ้นมารับได้อย่างง่ายดาย
" สรุปว่าจะยอมตายสินะ ? "
" ชั้นเป็นทหาร ไม่สนใจเรื่องการย้ายฝั่งแบบไม่มีจดหมายรับรองจากผู้บังคับบัญชาหรอกว่ะ "
" ฮะๆๆ ให้ตายสิ มนุษย์นี่น๊า~ ทำให้ชั้นสนุกได้อยู่เรื่อยเลยจริงๆ "
สาวน้อยลึกลับหัวเราะก่อนจะหันหลังกลับให้ทั้งสามก่อนจะหันหน้ามาพูดอะไรนิดหน่อย
" เห็นแก่ความรักที่เธอมีต่อพวกพ้อง...วันนี้ชั้นจะถอยให้ก่อนก็ได้แต่ไม่ได้หมายความว่าพวกเธอจะรอดตายหรอกนะ...ยังมีหน่วยอื่นที่ต้องออกล่าอาหารแทนพวกชั้นอยู่ดี วันนี้พวกนายยืดอายุออกไปได้แล้วก็สูดลมหายใจให้คุ้มๆอีกหน่อยก็แล้วกัน "
พูดจบสาวลึกลับก็ชูมือขึ้น พริบตาเดียวกองทัพชายชุดดำก็ว่งมาอุ้มร่างของพวกเดียวกันที่ดดนช่างไฟยิงโดยไม่รู้ว่าตายรึรอดหายไปในพริบตา จากนั้นสาวน้อยลึกลับก็กางปีกสีดำค่อยๆบินขึ้นฟ้าก่อนหันมาพูดกับโคเดอีกครั้ง
" ยังไงซะเรื่องที่นายยิงลูกน้องชั้น ชั้นจะถืว่าเราติดค้างกันเรื่องนึงล่ะกัน "
" แล้วที่คนของทางนี้ตายไปคนนึงล่ะ อย่ามาพูดชุ่ยๆนะเว้ย ฟังไม่ขึ้นไม่พอน้ำโหมันจะพาลขึ้นอีกด้วย !!! "
" คนอ่อนแอที่ช่วยตัวเองไม่เป็นน่ะอยู่ไปก็รกแผ่นดินนี้เปล่าๆ นายคิดจะแบกคนพรรค์นี้ไว้เป็นภาระด้วยรึไง ? "
" ชั้นจะช่วยใครสักคนน่ะ ชั้นไม่หาเหตุผลอะไรมากนักหรอก...."
ทั้งคู่ยืนจ้องกันนานอยู่สักพักก่อนที่สาวลึกลับจะยิ้มให้แล้วพูดกับช่างไฟ
" ชั้นชื่อ [เรนน์] นายล่ะ "
" ชั้นใช้ชื่อว่าโคเด ส่วนชื่อจริงทิ้งไปแล้ว "
" ดี...ครั้งหน้าที่เจอกันชั้นจะสลักชื่อนายเป็นป้ายสุสานให้เอง "
สาวลึกลับที่หลังจากประกาศชื่อตนเองเสร็จสรรพเป็นที่เรียบร้อยก็ได้บินทะยานขึ้นไปบนฟ้าอย่างรวดเร็ว ทิ้งไว้แต่เพียงขนนกสีดำที่ร่วงลงมา 2 - 3 ขนเท่านั้น

ผ่านไปราวนาทีกว่าๆหลังจากที่สาวลึกลับบินจากไป ลูกมือทั้งคู่ของเขายืนจ้องมองตาค้าง มีเพียงเขาที่เดินออกมาจากป้อมโต๊ะอลูมิเนียมมาเพื่อหยิบขนนกสีดำที่ร่วงลงมาแล้วเอามาดูชัด
" เรนน์...หึๆ ก็ดี...ครั้งหน้าชั้นจะจับเธอมาทำเมีย !!! "
โคเดพูดจบพลางยิ้มหิๆดูเจ้าเล่ห์ ก่อนที่ลูกมือของเขาจะตั้งสติได้แล้วตะโกนถามช่างไฟคนเก่งของขาว่า
" ไม่ยิงสอยหน่อยรึครับ ? "
" ไวขนาดนั้นให้ยิงโดนยังไงฟระ เอ้า !! ไปเก็บลูกกระสุนที่ยิงๆไปเร็วเข้า "
" หา !! ให้ไปเก็บอีกเหรอ ? "
" เออสิวะ...เราต้องสำรองอาวุธกันแล้วนะเว้ย ไม่ได้ยินรึไงเค้าบอกอยู่น่ะว่าไม่ได้มีแค่พวกเค้านะเว้ย แต่มีพวกอื่นด้วย !! ไม่ระวังตัวงานนี้มีตายก่อนวัยอันควรกันแน่ๆ "
หลังพูดจบทั้งสองก็วิ่งเกร็งๆออกไปเก็บลูกกระสุนที่ยิงออกไป โคเดยินนึกอะไรในใจเงียบก่อนจะเรียบเรียงความคิดของตัวเองอีกครั้ง


เหนือน่านฟ้า...สาวลึกลับกางปีกโบยบินอย่างอารมณ์ดีก่อนจะมีเงาขนาดยักษ์บินมาใกล้เธอเพื่อไต่ถามอะไรบางอย่าง
" เรื่องศพมนุษย์ 150 คนล่ะว่างไง ? "
เงาลึกลับที่แฝงในกลุ่มเมฆถามกับเธอ น่าจะหมายถึงเรื่องพวกที่อยู่ในเต้นท์
" ผิดคาดนิดหน่อยน่ะ พอดีมีคนที่น่าสนใจอยู่ เลยอยากได้มาอยู่ในกองกำลังหน่อย "
" ประจำเลยนะเธอเนี่ยให้ตายสิ...คิดว่ากองสอดแนมแบบชั้นต้องหัวเสียแค่ไหนกันเวลาที่ต้องอ้างหาเหตุผลแทนเธอเพื่อเอาไปบอกท่านผู้นำของเราน่ะ "
เงาลึกลับบ่นอุบอิบ ท่าทางคงไม่ใช่ครั้งแรกที่เธอทำแบบนี้แน่นอน
" เอาน่า~ ยังไงชั้นก็ต้องขอรบกวนเธอหน่อยล่ะ "
" ให้มันได้ยิงงี้สิ ฮึ...แต่ถ้ากองกำลังอื่นบุกไปก่อนเธอคราวนี้ตายหมดก็ห้ามบ่นล่ะ "
เงาลึกลับบ่นส่งท้ายก่อนจะเริ่มบินตีจากไป สาวลึกลับเรียกอีกทีกอ่นจาก
" นี...มาโน "
" ว่าไง ? "
" แล้วเรื่อง..."
" ตราบใดที่ผุ้นำของเรายังไม่รู้ ชั้นคิดว่ายังไงซะยัยนั่นก็ต้องปลอดภัย "
เงาลึกลับที่เรนน์เรียกว่า[ มาโน ]กล่าวทิ้งท้ายก่อนจะบินจากไปอย่างไร้ร่องรอย เรนน์บินอยู่กลางอากาษก่นะพูดอะไรคนเดียวท่ามกลางท้องฟ้า
" ที่ชั้นห่วงน่ะเพราะว่ากลัวว่าน้องสาวของนายจะเข้าไปยุ่งจนเกิดเรื่องเหมอนครั้งก่อนๆน่ะแหละ "


To be continue....
JrChan สมาชิก
· #12
แต่งสนุกมากๆเลยค่ะ
รออัพต่อนะคะ *-*
wily ผ สมาชิก
· #13
- Episode 5 : ทางเลือกของโชคชะตา


ตะวันเริ่มใกล้ลับขอบฟ้า สีท้องฟ้าที่เปลี่ยนจากสีฟ้าสดใสเป็นสีส้มบ่งบอกถึงเวลาที่ใก้ลจะมืดเข้าไปทีละน้อย... แต่กระนั้นบางแห่งกลับมีเสียงร้องเจี๊ยวจ๊าวดังไปหมด...
" หน่วยฮานด์ทำภาระกิจพลาด ล่าเนื้อไม่ได้ไม่พอแถมยังเก็บศพมาไม่ได้อีกด้วย !!! "
" มีเหยื่อที่ยังมีชีวิตอยู่ที่ทุ่งหญ้าดวงตะวันถึง 200 ชีวิต !! ใครไม่สนก็บ้าแล้ว "
" จากนี้ไป...หน่วยของเราจะได้รับการยอมรับกันบ้างแล้ว !!! "
หลากเสียงที่ตะโกนลั่นในฐานบันชาการของกองทัพลึกลับกล่าวถึงผลงานที่หน่วยฮานด์ที่เรนน์พาไปออกทำภาระกิจแล้วนำศพกลับมาไม่สำเร็จ สำหรับบางหน่วยแล้วที่คือโอกาสอันดีที่หน่วยของตัวเองจะได้แจ้งเกิดบ้าง สำหรับเรนน์ที่ยืนพิงกำแพงแล้วได้ยินหน่วยอื่นๆพูดเรื่องนี้แล้วตัวเธอเองกลับรู้สึกสนุกเสียอีก
" แปลกดีนะ ไม่ได้เห็นเธอปล่อยให้เหยื่อรอดได้แบบนี้มานานแล้ว "
หญิงสาวคนหนึ่งเดินมาทักทายเรนน์ที่ยืนขำกับท่าทีของหน่วยต่างๆที่ลุกลี้ลุกลนอยากได้ผลงานในครั้งนี้แทนหน่วยเธออย่างออกนอกหน้า หญิงสาวคนนี้ไว้ผมสั้นใส่ชุดออกไปทางโรมันนิดๆเดินมาพร้อมสุนัขหนึ่งตัว บนหัวเธอมีหัวกระโหลกของตัวอะไรสักอย่างวางอยู่เช่นกัน โดยเธอคนนี้ก็คุมอีกหน่วยอยู่เช่นกัน เธอมีชื่อว่า [ สเคล ]
" ถ้าชั้นถูกใจใครล่ะก็ส่วนมากคนๆนั้นจะต้องดวงแข็งอยู่แล้ว "
เรนน์หันไปตอบหญิงสาวที่เดินจูงสุนัขมา ก่อนจะเดินออกมาจากกำแพงที่ตนเองยืนพิงอยู่เพื่อมาคุยกับหญิงสาวคนนี้แบบถนัดๆ
" อย่าบอกนะว่าเรื่องพวกมนุษย์ลิงกัง 200 กว่าคนนั่นเธอเองก็สนใจน่ะ ? "
เรนน์ยืนถามหญิงสาวคนนั้นอย่างไม่อ้อมค้อมก่อนที่คู่สนทนาของเธอจะยิ้มแล้วตอบกลับอย่างสุภาพว่า...
" ตายจริง ชั้นไม่คิดจะแย่งเหยื่อของเธอหรอกน่า ไม่งั้นเรื่องกองทัพที่เธอเคยปล่อยไว้เมื่อลายปีก่อนชั้นก็ต้องไปจัดการแล้วสิ "
" จะไปรู้รึ ? ชั้นเห็นเจ้าหมาของเธอมันตาแดงซะขนาดนั้นชั้นก็เข้าใจผิดสิคิดว่าเธอกำลังจะพากองทัพของเธอไปออกลุยเองถ้าไม่ใช่ชั้นก็เบาใจไปเยอะ "
" นี่ เรนน์...จริงๆแล้วชั้นก็พยายามจะบอกเธอตรงๆอยู่เหมือนกันนะว่าการที่เธอชอบปล่อยพวกมนุษย์ทั้งที่ต้องจัดการตามคำสั่งนี่น่ะ นอกจากจะทให้ตัวเธอเองถูกวิจารณ์ในแง่ที่ไม่ดีแล้วยังทำให้พวกกองสอดแนมต้องลำบาใจอีกด้วย ดูมาโนสิงวดนี้โดยเรียกเข้าไปถามเรื่องนี้นานเลยนะ "
หญิงสาวพูดเตือนเรนน์ในสิ่งที่เธอกำลังทำ สักพักคนที่เธอกำลังพูดถึงก็เดินมาหา เพียงแต่มาแค่[ เงา ]เท่านั้นเอง
" มาสุมหัวทำอะไรกันตรงนี้ล่ะหา เรนน์ ? สเคล ? "
" มารอดูหน้าคนที่ดดนเรียกเข้าไปด่ามั้ง ? "
เรนน์สวนกลับมาโนที่ปรากฏตัวแค่เงา สักพักสเคลเห็นท่าไม่ดีจึงต้องพูดดักคอมาโนไว้
" พอเถอะ มาโน...เรื่องครั้งนี้ชั้นขอขอบคุณที่เธอแก้ต่างแทนเรนน์ให้ก็แล้วกัน ยังไงก็ช่วยไปพักผ่อนก่อนเถอะอย่าเพิ่งมายืนเถียงกันตรงนี้เลยเดี่ยวหน่วยอื่นๆจะเอาไปนินทาลับหลังกันได้ "
" ถ้าใครนินทาชั้นจะขยี้มันทิ้งเอง !! "
มาโนพูดโดยเงาได้สลายจากไป น่าจะหมายความเป้นนัยๆได้ว่าเขาได้ออกจากบริเวณนั้นไปแล้ว สเคลหันมามองเรนน์ที่ไปแขวะมาโน่อย่างเหนื่อยใจ
" ถามจริงๆเถอะ เดี๋ยวดีกันเดี๋ยวกัดกันพวกเธอนี่มันยังไงกันเนี่ย ? "
เรนน์หลบหน้าหันออกไปมองด้านนอก เธอจ้องมองพระอาทิตย์ที่กำลังลับขอบฟ้าไปอย่างช้าๆก่อนจะตอบลอยๆโดยที่สเคลยังได้ยินไม่ชัดด้วยซ้ำออกมา
" อาจเป็นเพราะชั้นยังมีความเป้นมนุษย์หลงเหลืออยู่ก็ได้มั้ง "
" หืม ? เธอว่าอะไรนะ "
" เปล่า...ไม่มีอะไร "
สเคลย้อนถามว่าเรนน์ได้พูดอะไรออกมาเพราะมันเบาจนเธอไม่ได้ยิน แต่ท้ายที่สุดแล้วเรนน์ก็ไม่ได้บอกอะไรเธอเพิ่มเติม....


ณ ทุ่งหญ้าที่ตอนนี้แสงแดดทอแสงสีส้มไปทั่วทุ่งหญ้าที่กว้างสุดลูกหูลูกตา มีกลุ่มคนที่นับเต็มๆแล้วมีทั้งสิ้น 217 คนกำลังยืนไว้อาลัยให้กับสาวน้อยที่เพิ่งเสียชีวิตไปเมื่อช่วงไม่กี่ชั่วโมงที่ผ่านมาอยู่ โดยคุณปอกับซิติและไพโรได้พยายามช่วยกันขุดหลุมเพื่อทำการฝังศพสาวน้อยโชคร้ายคนนี้ บางคนที่รู้จักผู้ตายต่างก็แสดงอาการและสีหน้าที่ยอมรับกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นไม่ได้อย่างรุนแรงออกมา
" นี่ถ้ากรูรู้ว่ามางานนี้แล้วแฟนกรุต้องตายเนี่ยกรูจะพามาทำเชรี่ยอะไรวะ !!! "
" ไอ้สัส !! ขอกรูดูหน้าไอ้คนจัดงานทีเถอะว่ะ !! ถามจริงเถอะเกิดเรื่องแบบนี้ขึ้นมรึงจะรับผิดชอบยังไงวะไอ้สัสเอ้ย !! "
" อีโบ...มรึงลุกขึ้นมาคุยกะกรูสิอีเชรี่ย !! "
ตอนนี้คนที่กำลังเครียดหนักที่สุดคงหนีไม่พ้นคุณปอเจ้าภาพ ถึงแม้เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นนี้จะอยู่เหนือสามัญสำนึกเกินไปก็ตามที แต่ท้ายที่สุดเขาก็กำลังโทษตัวเองอยู่ว่าถ้าหากเขาไม่จัดงานนี้ขึ้นมาเรื่องแบบนี้อาจจะไม่เกิดขึ้นและสาวน้อยคนนี้ก็คงไม่ต้องมาตายแบบนี้
" พอเหอะ...พวกมรึงโวยวายแบบนี้กรูถามจริงๆเหอะมรึงไม่คิดรึไงว่าไม่มีใครเค้าอยากให้มันเกิดเรื่องแบบนี้ขึ้นสักคน "
วอร์สเปลเดินเข้ามาอุ้มศพสาวน้อยโชคร้ายเพื่อนำไปฝัง แต่ก็พูดเตือนสติให้พวกขี้โวยได้นึกคิดสักนิดว่าไม่มีใครอยากให้มีเรื่องแบบนี้สักคน
" ตอนนี้เราต้องคิดหาวิธีรับมือกันก่อน นี่ก็จะมืดแล้ว...ถ้ายังไงล่ะก็เข้าเต้นท์ไปปรึกษาหารือกันก่อนดีกว่า "
เมื่อความตายมาเยือน แน่นอนต้องมีใครสักคนที่อดทนไม่ไหวและก็ไม่คิดจะทนแหกปากโวยวายออกมาสักคน ซึ่งก้มีอยู่จริงๆ
" เฮ้ย ไอ้เชรี่ย !! คนตายทั้งคนแต่มรึงกำลังจะบอกกรูว่า [ คุณครับ ไปประชุมกันก่อน เราต้องหาทางแก้ไขเรื่องพวกนี้ด้วยกัน ]อะไรวะ ? นี่มันตายกันจริงๆเลยนะเว้ยไอ้เชรี่ย !!! แต่พวกมรึงยังเสือกบอกว่าคุยกันก่อนอยู่อีก พวกมรึงจะไม่สนใจมั่งเลยรึว่าไอ้พวกเมื่อกี้มันจะมาอีกทีเมื่อไหร่แล้วใครจะออกไปลุย ไอ้สัส รับผิดชอบกันมั่งดิวะ !! "
เกรียนแตกคนหนึ่งโวยวายอกมาจนหาใจความไม่เจอ สักพักช่างไฟคนเก่งเดินออกมาจากเต้นท์หลังจากเดินสายไฟเข้ากับแบตเตอร์รี่พกพาที่เขาเอามาด้วยได้ก็เดินออกมาพอดี
" อยากให้รับผิดชอบเหรอ ? มรึงสิบ้ารึเปล่า ? ชีวิตของตัวมรึงเองมรึงยังมีหน้าให้คนอื่นเค้ารับผิดชอบออกตัวให้ ถ้าไม่อยากตายก็อยู่เงียบๆ แล้วถ้าว่างๆมรึงก้ไปกราบตรีนไอ้หนูสองคนตรงนั้นซะ...ถ้าไม่ได้พวกมันสองคนนั้นล่ะก็พวกเอ้งได้ตายห่ากันหมดไปแล้ว "
โคเดพูดพลางชี้นิวไปที่วาตารุกับทามาเมะที่เป็นฮีโร่จำเป็นหิ้วโต๊ะไปเป็นโล่และยิงขับไล่กลุ่มชายชุดดำ
" ไอ้เชรี่ย !! นี่มรึงกำลังบอกให้กรูไปกราบตรีนไอ้พวกบ้าคอสเพลย์เนี่ยนะ ? ค**เถอะครับสัส !! "

ผัวะ !!

ช่างไฟคนเก่งต่อยไอ้หนุ่มเกรียนแตกจนกระเด็นก้นจ้ำเบ้าก่อนจะชี้หน้าด่า
" ถ้ามรึงคิดว่าข้าแน่นักล่ะก็...เอาสิ มรึงลองปกป้องใครให้กรูดูสักคนซิ กรูอยากเห็นว่าขยะอย่างมรึงก็ปกป้องคนได้เหมือนมนุษย์คนอื่นๆเค้าทำกันได้ "
ไอ้หนุ่มเกรียนแตกเถียงไม่ออก แม้นิสัยเกรียนส่วนมากจะปากกล้าปากเก่งแต่พอเจอสถานการณืแบบนี้ก็ได้แต่อึ้งกับนึกไม่ออกว่าจะเถียงยังไงดี
" ไอ้สัส !! อยู่ยังงี้มีแต่ตายกับตายเท่านั้นแหละ !! กรูไม่อยู่หรอกไอ้เต้นท์พรรค์นี้น่ะ สัส !! ใครใจถึงแน่จริงตามกรูมาเลยสัส !! "
ไอ้หนุ่มเกรียนแตกตะโกนเสร็จสรรพ มีเหล่านักเลงน้อยๆเดินตามไปราวๆ 20 กว่าคนพร้อมตะโกนโห่เหล่าผู้ที่อยู่เต้นท์ต่างๆนานาส่าวนมากหยายบคายทั้งนั้น
" ลาขาดเถอะไอ้พวกบ้าการ์ตูน เชรี่ย !! กรูขอให้พวกมรึงตายห่ากันไวๆ ไอ้สัสนรก !! "
พูดจบ เหล่าเกรียนทั้งชายหญิงก็เดินเก๋าๆจากไปโดยร้องเฮอากันลั่นทุ่ง คุณปอที่เพิ่งขุดหลุมเสร็จถึงกับทรุดกับเหตุการณ์ล่าสุด เขานั่งพักข้างในหลุมเลย
" มันบอกว่าพวกเราบ้าการ์ตูนว่ะ ไอ้ส้นเท้าเอ้ย~...มรึงไม่ดูตัวเองเลยนะว่ามางานแบบนี้น่ะตัวมรึงเองเป็นคนเผ่าไหน ? "
อาโนนี่เดินปวดคอมาแต่ไกลพลางบ่นอุบอิบ
" ขึ้นมาเถอะคุณปอ เดี๋ยวก็ฝังไปด้วยซะเลยนี่ "
ซิติพูดหยอกล้อคุณปอ แต่คุณปอไม่ได้ขำสักนิด ซิติดูออกทันทีจึงไม่พูดอะไรแต่เดินลงไปพยุงคุณปอขึ้นมาจากหลุมทันที


หลังจากจบการฝังศพ เวลาร่วงเลยผ่านมาราวๆ 3 ชั่วโมง ท้องฟ้ามืดสนิท ต้นหญ้าอ่อนๆลู่ลมที่พัดผ่านไปมา คืนนี้ผู้คนร่วม 190 กว่าชีวิตต้องอาศัยกันในเต้นท์หลังนี้แน่นอนว่ามีการจัดเวรยาม ในขณะเดียวกันก็มีการหารือกันในเรื่องๆนึงด้วย
" ผมเห็นว่าถ้าเราอยู่ที่นี่นานๆคงไม่ดีเป้นแน่ เพราะฝ่ายนุ้นรู้แล้วว่าเราอยู่ที่นี่กัน เราจำเป้นต้องออกเดินทางแล้วย้ายผู้คนไปในที่ปลอดภัยกว่านี้ "
คุณปอเจ้าภาพเปิดประเด็นที่ฟังดูเข้าท่าที่สุดทันที
" ผมเห้นด้วยนะ แต่เราจะอพยพกันไปที่ไหนล่ะครับ ? ที่สำคัญ เราจะแน่ใจได้ไงว่าเดินๆไปอยู่ดีๆจะไม่ไปเจอะไอ้พวกนั้นเข้า "
ไพโรกล่าวถามซึ่งว่ากันตรงๆแล้วในที่ๆไม่คุ้นเคยเนี่ย... การเดินไปดุ่มๆโดยไม่รู้ว่าตรงไหนเป้นอะไรก็ไม่ต่างกับแก้ผ้าแล้วเดินเข้าไปในทุ่งซาวันน่าที่อุดมไปด้วยสัตว์กินเนื้อชัดๆ
" ครับ เพราะเหตุนี้ผมอยากได้อาสาสมัครจำนวนหนึ่ง...ผมต้องการให้พวกเราออกเดินทางแยกกันเป็นกลุ่มๆออกไปสำรวจจุดต่างๆครับว่าตรงไหนเป้นอย่างไรบ้างซึ่งแน่นอนว่าผมเองก็จะออกไปร่วมด้วย "
สิ้นประโยคนี้เกิดเสียงฮือฮาขึ้นไปทั่วทั้งเต้นท์
" ผมต้องการให้พวกเราออกไปดูตามสถานที่ต่างๆเป้นเวลาครึ่งวันครับ จากนั้นก็เดินทางกลับมาที่เต้นทืนี้แล้วแลกเปลี่ยนข้อมูลซึ่งกันและกันว่าใครได้ไปพบเจออะไรมาบ้าง...มันอาจจะฟังดูเสียงไปนิด แต่ผมก็ยังอยากจะขออาสาสมัตรที่จะร่วมเสียสละเพื่อส่วนรวมออกไปสำรวจด้วยกันกับผม หากไม่มีผมก็ไม่ได้ว่าอะไรผมจะคนเดียวเองก็ยังได้ "
คุณปอยืนกรานเรื่องนี้ เขาคิดว่าถ้าตราบใดที่ยังอยู่ที่นี่สักวันคงต้องฆ่าอย่างที่กลุ่มเกรียนตกมันนั่นกล่าวไว้เป็นแน่...เขาจึงจำเป็นที่จะต้องออกไปดูตามสถานที่ต่างๆให้ได้ว่ามีที่ไหนพอจะเป้นที่หลบภัยที่ใหม่ได้บ้าง
" ถ้าคุณปอไปผมไปด้วยอยู่แล้วครับ "
ซิติยกมือขึ้นคนแรก น้ำเสียงของเขาฟังดูเต็มที่มากมาย
" ถ้าเจอแหล่งน้ำก็ดี ผมจะได้กินให้อิ่ม เราจะได้มีแรงลุยกันเวลามีเหตุร้าย "
วาตารุพูดแทนกลุ่มวงสตาร์ดัสของตัวเอง พวกเขาทั้งห้าตกลงกันแล้งว่าจะออกลุยไปด้วยในการเดินทางครั้งนี้
" ไปด้วยล่ะกันครับ "
อาโนนี่ยกมือขึ้นขออาสาไปอีกคนแต่อีกข้างของเขาก็ไปยกมือของโทนี่ชูขึ้นตามไปอีกคน โทนี่ที่เพิ่งรู้ตัวว่าโดนดึงเข้าไปร่วมด้วยแบบนี้ก็ได้แตบ่นในใจเบาๆ
" ไอ้ห่านี่แมร่ง... "
จากนั้นก็มีผู้กล้าร่วมอาสาสมัครที่จะออกไปสำรวจพื้นที่มากขึ้นๆเรื่อยจนมากถึง 50 กว่าคนคุณปอรู้สึกยินดีที่มีผุ้คนกล้าพอที่จะออกไปสำรวจด้วยกันจึงพูดอภิปรายครั้งสุดท้ายทันที
" ผมต้องขอขอบคุณทุกๆคนมากจริงๆครับที่ยินดีที่จะร่วมทางไปด้วยกัน ตอนนี้แม้พวกราบางคนอาจจะไม่เคยรู้จักกัน...ไม่เคยพบหน้า..ไม่แม้แต่จะพูดคุยกัน แต่ผมก็ยืนดีเป็นอย่างยิ่งที่หลายต่อหลายคนกล้าพอที่จะเสียงเพื่อออกไปสำรวจหาสถานที่ๆปลอดภัยเพื่ออีกหลายคนที่คุณไม่เคยรู้จักมักจี่ด้วย ก็นะ...ผมเองก็พูดไม่ค่อยเก่ง...ผมเลยจะขอพูดตรงๆเลยว่า ผมจะขอรายชื่อพวกคุณอีกครั้งแล้วผมจะแบ่งเป็นทีมสำรวจเป็นชุดๆกันไป ผมหวังว่าพรุ่งนี้เช้าเราคงพร้อมกันทั้งกายและใจนะครับ ผมขอขอบคุณอีกครั้งจากใจจริงๆ "
สิ้นคำพูดของคุณปอเสียงปรบมือกับเสียงเฮดังลั่นเต้นท์จนกระหึ่มไปทั่ว ในใจคุณปอรู้สึกดีขึ้นอย่างมากที่อย่างน้อยสิ่งที่เขาร้องขอออกไปก็มีคนตอนรับอยู่ไม่น้อย


พรุ่งนี้เช้าการเดินทางเพื่อออกสำรวจก็จะเริ่มขึ้น...
ในสถานที่ๆไม่มีใครรู้จักเลยแม้แต่นิดเดียวแบบนี้ การเดินทางเพื่อออกไปสำรวจสถานที่แบบนี้จัดว่าอันตรายมาก !!
ในขณะเดียวกันผู้ที่ชำนาญเรื่องการสำรวจสถานที่มากที่สุดอย่างนอสต์กลับไปนั่งร้องไห้อยู่ด้านนอกเต้นท์
เธอรู้สึกเสียใจที่ไม่สามารถช่วยอะไรใครได้ เธอรู้สึกว่าตัวเองไม่มีค่าแม้แต่น้อย สรุปว่าตอนนี้เธอกำลังโทษตัวเองอย่างถึงที่สุด สักพักเธอเลือกที่จะวิ่งหนีไปจากทุกๆคน เธอวิ่งออกไปไกลมากจนไม่ได้ยินแม้เสียงตะโกนเฮที่ทุกคนตะโกนกันออกมาจากในเต้นท์จนเธอสะดุดขาตตนเองล้มลง แต่ท้ายที่สุดเธอก็ไม่ได้ลุกขึ้นมาเธอยังคงร้องไห้อยู่ตรงนั้น
" พี่สาวทำไมมาร้องไห้อยู่แถวนี้ล่ะคะ ? "
สิ้นเสียงคำถามนอสต์ค่อยๆเงยหน้าขึ้นมามองใบหน้าผู้ที่ตั้งคำถามกับเธอ เป็นสาวน้อยอายุไม่น่าจะถึง 15 ผมสั้นถักผมเปียแล้วไปมัดไว้ที่ท้ายทาย
" พี่สาวเป็นอะไรเหรอ ? ทำไมถึงร้องไห้ซะตาบวมขนาดนี้เลยล่ะคะ ? "
สาวน้อยหยิบผ้าเช็ดหน้าออกมาจากกระเป๋าเสื้อพลางเช็ดน้ำตาให้นอสต์
" ขอบใจนะหนู...พี่แค่เสียใจที่ตัวเองทำอะไรไม่ได้เลยน่ะ "
นอสต์พยายามฝืนตอบแต่สักพักเธอก็ร้องไห้ออกมาต่ออยู่
" อย่าคิดมากขนาดนั้นเลยค่ะพี่สาว...พี่เองก็ไม่ใช่ว่าจะเป็นซุปเปอร์ฮีโร่ที่ไหนสักหน่อย พี่สาวก็เป็นแค่ผู้หญิงธรรมดาๆคนนึง เรื่องที่ทำได้กับทำไม่ได้มันก็ต้องมีกันบ้างอยู่แล้วไม่ใช่เหรอคะ ? "
" มันก็จริงอยู่ แต่บางอย่างที่พี่น่าจะทำได้พี่กลับทำไม่ได้ บางอย่างที่พี่สมควรทำได้พี่กลับทำได้แค่นั่งดู พอมานึกแล้วพี่รู้สึกเจ็บใจ...มันเป็นความผิดของพี่... "
พูดจบนอสต์ก็ร้องไห้ต่อสาวน้อยจึงโอบกอดนอสต์ไว้ก่อนจะพูดปลอบใจนอสต์ว่า...
" พี่สาวอย่าคิดมากนะคะ...ไม่มีใครหรอกที่จะโทษว่าเป็นเพราะพี่ถึงได้เกิดเรื่องอะไรแบบนี้ขึ้น พี่ก็แค่คิดไปเอง...ตีโพยตีพายไปเอง อย่าไปคิดแบบนั้นสิคะ...ถ้าพี่สาวเจ็บใจที่ทำอะไรไม่ได้ขนาดนั้นล่ะก็ครั้งต่อไปพี่สาวก็ต้องทำให้ได้สิคะ...หนูไม่หรอกนะคะว่าพี่สาวอยากจะทำอะไรแต่ถ้าพี่สาวยังเอาแต่ร้องไห้แบบนี้ต่อไปไม่มีอะไรดีขึ้นหรอกค่ะ น้ำตาบางทีมันช่วยให้ใครต่อใครใจอ่อนลงได้ก็จริง...แต่มันแก้ไขอดีตไม่ได้หรอกนะคะ "
สิ้นคำพูดของสาวน้อย นอสต์เหมือนจะคิดอะไรในใจได้บ้างจึงค่อยๆมองหน้าสาวน้อยคนนี้อีกครั้งก่อนสาวน้อยคนนี้เธอจะยิ้มให้อย่างอ่อนโยน
" หนูเชื่อนะคะว่าพี่สาวไม่ใช่คนที่จะมามัวโทษตัวเองแล้วจมปลักกับสิ่งที่ตัวเองไม่ได้ทำแบบนี้ต่อไปน่ะ "
สาวน้อยคลอ่ยๆคลายอ้อมแขนที่โอบกอดนอสต์ออก นอสต์ค่อยๆเอามือปาดน้ำตาตัวเองก่อนจะหันมามองหน้าสาวน้อยคนนี้อีกครั้งหนึ่ง
" อืม...พี่ขอบใจนะที่ช่วยปลอบใจพี่น่ะ...นั่นสินะ อายุปูนนี้แล้วด้วย "
สาวน้อยยิ้มให้ก่อนจะพูดกับนอสต์อีกครั้งหนึ่ง
" ขอให้พี่สาวมั่นใจในตัวเองไว้นะคะ...รีบกลับไปเถอะค่ะ เดี๋ยวทุกคนจะเป็นห่วง "
สาวน้อยพูดจบพลางโบกมือส่งนอสต์พยักหน้าตอบรับการส่งลาแล้วหันหลังวิ่งกลับไปพริบตานึงเธอชะงักตัวเองก่อนจะหันหลังกลับไปถามสาวน้อยอีกที
" ทำไมไม่ไปพร้อมกันเลยล่ะ เอ๋ ? "
สิ้นเสียง นอสต์ถึงกับตกใจเพราะพริบตาเดียวสาวน้อยคนเมื่อกี้ไม่ได้อยู่ตรงนั้นแล้ว เธอหายไปอย่างไร้ร่องรอย นอสต์พยายามรวมสติ ทุ่งหญ้ากว้างๆแบบนี้ไม่มีทางผู้หญิงตัวเล็กๆแบบนั้นจะหายไปได้ไวขนาดนี้นอกเสียจากว่าสาวน้อยคนนั้นเธอจะเป็น...
" ยัยแว่น !! เป้นบ้าอะไรวิ่งมาซะไกลลิบขนาดนี้น่ะหา !!! "
ซิติที่ไม่เห็นนอสต์ในเต้นท์ออกมาตามหาเจอเข้าจึงตวาดถามใส่อย่างอารมณ์เสีย
" ผ....ผะ ... ผีหลอกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกก !!!!! "
นอสต์วิ่งพุ่งเป็นจรวดผ่านซิติไปด้วยความไวราว 140 KM/H ซิติที่ได้ยินนอสต์พูดบวกอาการของนอสต์ทำให้เขาเข้าใจในสิ่งเดียวกับที่นอสต์เข้าใจอยู่
" ฮ...เฮ้ย รอด้วยเว้ยยยยยยยยยยยยย !!! "


เมื่อนอสต์กลับไปที่เต้นท์ก็เล่าให้คนในเต้นทืฟังต่อๆกันอย่างเมามันส์ว่าเธอไปเจอผีเจ้าถิ่นมาปลอบ
ทำให้เวรยามอาสารอบดึกนั้นนั่งสวดมนต์กันระงม !!!
คืนนี้หลายคนนอกจากซิติกับนอสต์และอีกบางคนกลัวผีจนนอนไม่หลับในขณะที่หลายๆคนนอนหลับไปโดยปกติแม้จะไม่ค่อยสบายใจกันบ้างก้ตาม
คุณปอที่มานั่งเฝ้ายามอยู่ที่ด้านนอกกำลังนั่งนึกในใจ
ถ้าการเดินทางออกสำรวจของเขาเป้นไปได้โดยราบรื่นมันก็คงจะดี...
ใช่...มันต้องราบรื่นแน่นอน !!


ถ้าการสำรวจของเขาไม่เจอกลุ่มคนแปลกๆล่ะก็นะ

To be continue...
ไม่ระบุตัว
· #14
เอาอีก~!!!!!!!!!!!!
ไม่ระบุตัว
· #15
เอาอีก~!!!!!!!!!!!!
bazooka_kidz สมาชิก
· #16
" มันบอกว่าพวกเราบ้าการ์ตูนว่ะ ไอ้ส้นเท้าเอ้ย~...มรึงไม่ดูตัวเองเลยนะว่ามางานแบบนี้น่ะตัวมรึงเองเป็นคนเผ่าไหน ? "
^
^
โคตรชอบประโยคนี้เลยเฟ้ย
ไม่ระบุตัว
· #17
มาต่ออีก สนุกอ่ะ= w =
wily ผ สมาชิก
· #18
** ขอบคุณทุกท่านสำหรับการติดตามอีกครั้งครับ ช่วงนี้งานผมจะหนักจนทรุดนิดหน่อยแต่ถ้าพักผ่อนจนเต็มที่ผมจะมาต่อทันทีครับ **

- Episode 6 : 3 way spirit

หลังจากที่จบการประชุมเพลิงของคุณปอไปแล้ว หลายๆคนในงานส่วนมากก็เริ่มพูดคุยกันเพื่อทำความรู้จัก สร้างเสียงหัวเราะ คนที่เคยเขม่นกันก็หันมาพูดจากันดีๆ บางมุมมีคนเอา PSP มาจอยกันส่วนมากจะเป็น มอนฮันต์ 3 เสียส่วนใหญ่ บางกลุ่มก็เอาขนมที่มีมาแบ่งปันกันทำให้บรรยากาศที่ตอนแรกดูเครียดๆก็กลับกลายเป็นสนุกสนานได้ในพริบตา

ทุกคนสนุกสนานจนในที่สุดฟ้าก็มืดสนิท หลายคนนอนพักผ่อนเอาแรงเพื่อออกเดินทางในวันพรุ่งนี้ส่วนคนที่ไม่ได้ออกเดินทางก็อาสามาเป็นยามเฝ้าให้ที่บริเวณด้านนอกของเต้นท์ จะมีก็แต่นอสต์คนเดียวที่ยังคาใจเรื่องสาวน้อยที่เธอเจอเมื่อก่อนพลบค่ำ...ถ้าสาวน้อยคนนั้นเป็นผีจริงๆตอนที่กอดกันเธอไม่น่าจะรู้สึกได้ถึงความอบอุ่น แต่ถ้าเป็นคนก็ไม่น่าหายไปได้ไวขนาดนั้น เธอคิดแบบนี้ไปมาหลายตลบจนหลับไปในที่สุด...

" เช้าแล้วโว๊ย~ ผองเพื่อนทั้งหลาย !! ได้เวลากันแล้ว "
เสียงตะโกนปลุกทุกๆคนนี้เป็นฝีมือของไลอ้อนที่รับอาสาทำหน้าทีเป็น" นาฬิกา "ให้ทุกๆคนเพราะเป็นคนเดียวที่มีนาฬิกาข้อมือติดตัวมาคนเดียว ส่วนคนอื่นๆที่พกมือถือซึ่งหน้าจะทำหน้าทีแทนกันได้ก็เกิดใช้ไม่ได้เสียทั้งหมดซะงั้น
" เสียงชวนหนวกหูเป็นบ้า เอาเถอะ...กรูจะยอมทนฟังสักระยะล่ะกัน "
ทอมเพื่อนร่วมวงของเขาจิกกัดเล็กน้อยหลงจากที่โดนปลุกแบบว่าตัวเขาไม่อยากจะตื่นเท่าไหร่
" ข้าไม่มีเวลามาเถียงกับเอ็งหรอกนะเว้ย เอ้า~ ทุกๆคนครับ รีบๆเตรียมตัวกันให้พร้อมได้แล้วว๊อยยยยยยยยย !! "
ไลอ้อนพูดจบก็หันไปตะโกนอีกละลอกหนึ่ง

หลังจากที่ทุกคนออกยืดเส้นยืดสาย มีบางคนออกไปวิ่งรอบเต้นท์เพื่อเรียกเหงื่อและเตรียมพร้อมในการเดินทาง
" จะว่าไปแล้วการวอร์มร่างกายก่อนจะทำอะไรมันก็ดีอยู่นะ แต่ทำไมบางคนไม่ค่อยชอบทำ กรูล่ะงงแสนเง็ง? "
อาโนนี่บ่นอุบอิบก่อนจะลุกขึ้นจากท่าดันพื้น( เป็นท่าเรียกการวิดพื้นวนภาษาทหาร )ที่เขาเพิ่งดันไปถึง 100 ยก( หนึ่งยก = 2 ครั้งสรุปอาโนนี่ดันพื้นไป 200 ครั้ง !! )
" เมื่อย ขี้เกียจ เหม็นเหงื่อ โอเคมะ ? "
โทนี่นอนแผ่หราคาพื้นหญ้าอย่างขี้คร้านที่จะทำอะไรทั้งสิ้น แต่ถึงกระนั้นเขาก็สมัครร่วมทีมออกสำรวจ( แบบไม่เต็มใจเท่าไหร )ด้วยเช่นกัน
อีกด้านหนึ่งคุณปอ ซิติ มิวมิว และนอสต์ได้นำยอดเหล่าอสาสมัครที่ได้รับมาแบ่งเปนทีมๆกันเพื่อกระจายกำลังในการสำรวจให้กว้างและปลอดภัยมากที่สุดเท่าทีจะทำได้โดยหวังว่ากลุ่มที่เขาจัดไปนั้นคงไม่มีคนที่เกลียดขี้หน้าไปอยู๋ในทีมเดียวกัน

" ได้เวลาแล้วทุกคน กินข้าววววววววววววววววววว !! "
เสียงไลอ้อนตะโกนเรียกรวมพลทานอาหาร อาหารที่ว่าก็มีขงพวกน้ำแดงน้ำอัดลมกับขนมจำนวนมากที่คุณอโชคดีซื้อมาหวังกลับบ้านเอาไปขายต่อ
" แย้ปิ้งก็มีนะพวก !! "
ไพโรบอกเหล่าผู้ที่เดินมารับอาหารแต่หลายต่อหลายคนทำหน้าเหมือนเจอเอ็กซ์คาริเบอร์ แต่ก็มีบางคนเดินเข้าไปรับมากินกับขนม ถึงจะดูไม่เข้ากันแต่ก็ต้องกินเพื่อการอยู่รอดบางคนาขวดน้ำสำรองน้ำไว้กินระหว่างการเดินทาง

และแล้ว...ช่วงเวลาที่ทุกคนรอคอยก็มาถึง ช่วงเวลาที่คุณปอจะประกาศรายชื่อเหล่าอาสาสมัครผู้หาญกลาที่จะออกไปร่วมสำรวจเส้นทางทั้งหลายและเหล่าผู้ที่ต้องอยู่เฝ้าเต้นท์แห่งนี้

" เอาล่ะครับ ขอบคุณที่ให้ความร่วมมือในภาระกิจครั้งนี้ครับ จากนี้ไปผมจะประกาศรายชื่อผู้ที่ต้องไปสำรวจเส้นทางต่างๆซึ่งผมได้แบ่งไว้แล้วทั้งหมดสามเส้นทางด้วยกัน...เอาล่ะนะครับ "
คุณปอหยิบรายชื่อขึ้นมาพลางประกาศให้ทุกคนได้ยินกันอย่างทั่วถึง
" ทีมแรกนะครับจะมีผม ซิติ นอสต์ คุณโคเด เป็นผู้นำกลุ่ม ส่วนกลุ่มสองผมจะยกให้ผู้นำเป็นทีมของวงสตาร์ดัสท์ครับและกลุ่มสามก็จะมีก๊วนของพวกคุณเอิร์ธกับคุณวอร์สเปลเป็นผู้นำ เอาล่ะครับ...เราจะแบ่งจำนวนคนออกเป็นสี่กลุ่มด้วยกันซึ่งสามกลุ่มที่ต้องออกไปทำการสำรวจพื้นที่นั้นผมขอให้ไปกันทีมละ 40 คนพอครับส่วนที่เหลือผมอยากให้อยู่เฝ้าเต้นท์นี้ไว้...ส่วนเรื่องระยะเวลาในการสำรวจนั้นเราจะออกเดินทางกันไปจนกว่าจะถึงเวลาราวๆสักบ่ายสามไม่ว่าจะพบอะไรหรือไม่ก็ขอให้กลับมาที่เต้นท์นี้ทันทีเลยนะครับส่วนเรื่องอุปกรณ์บอกเวลานั้นผมได้ทำนาฬิกาแดดเอาไว้ให้แล้วก่อนออกเดินทางตัวแทนของกลุ่มช่วยมารับไปด้วยนะครับ "
" แล้วถ้ามันไม่มีแดดจะรู้ได้ไงล่ะครับ ? "
โทนี่นึกสนุกอยากตบมุขขำๆเล็กน้อยแต่พริบตานั้น...

ผั๊วะ !!!!

ก็โดนอาโนนี่แพ่นกะโหลกเข้าไปหนึ่งฉาด
" ไอ้เวรนี่พูดจาไม่ดูกาละเทศะ !! "
โทนี่ลุกขึ้นมากุมเป้าบีบไข่อาโนนี่สุดแรงเล่นเอาอาโนนี่ถึงกับทรุดก่อนจะปล่อยมือแล้วพูดค่อยๆออกมา
" กรูพูดเล่นไม่ได้รึไงไอ้บ้าเอ้ย !! "
หลังจากจบการประชุมเพลิงของคุณปอ ตัวแทนของแต่ละกลุ่มก็ทยอยกันมารับนาฬิกาแดดที่คุณปอเตรียมไว้ อีกส่วนก็ทยอยกันไปขอเสบียงที่ด้านใน
" ทำดีเลยแฮะนาฬิกาแดดแน่เรอะ ? โห~...มีกระทั่งเส้นเข็มวิฯ "
วอร์สเปลหยิบนาฬิกามามองดูหลังจากทีเอิร์ธตัวแทนของกลุ่มได้ไปรับนาฬิกาแดดมา
" แล้ว...คาเงะจัง เอ็งไหวแน่นะเว้ย ? ข้าว่าเอ็งนอนพักรอนี่เหอะ ถ่วงว่ะขอบอก "
ไพโรพูดพลางหันไปมองคากะมิเนะ เขาจำเป็นต้องพูดแรงๆเพื่อให้คากะมิเนะจำยอมที่จะพักรักษาตัวอยู่ที่เต้นท์เพราะอาการบาดเจ็บที่หัวเข่าขวาของคากะมิเนะนั้นไม่ได้หายง่ายๆภายในเวลาเพียงข้ามคืนแน่นอน
" เอ็งไม่ต้องกังวล ข้าไม่คิดจะไปถ่วงพวกเอ็งหรอกเว้ย...ข้าแค่จะมารอส่งพวกเอ็งเท่านั้นแหละ เอ้า ! ข้าย่างแย้ไว้ให้พิเศษสำหรับพวกเอ็งเลยนะไอ้พวกเฮงซวย..."
คากะมิเนะพูดพลางยื่นเป้ใบโตที่ภายในบรรจุแย้ย่างรมควันกลิ่นหอมหวนให้ไพโร
" ถึงข้าจะรู้จักพวกเอ็งแค่ผ่านเว็บไซด์เว็บนึง...แต่ยังไงข้าก็ถือว่าพวกเอ็งเป็นเพื่อนที่มีตัวตนของข้าทั้งนั้น ขออย่างเดียวเลยว่ะ...พวกเอ็งต้องกลับมานะเว้ย...อย่าไปตายนะไอ้...ไอ้สาดดดดดด !! "
คากะมิเนะพูดพลางทำหน้าเขินๆ ไพโรอึ้งแปปนึงก่อนจะหัวเราะคิกคักๆแล้วตบบ่าคากะมิเนะพลางบอกว่า
" ไอ้สัส...เป็นห่วงดันเสือกทำซึนฯอีกนะ เออพวกข้ากลับมาแน่อยู่แล้ว...เอ็งปิ้งแย้รอพวกข้าเลยนะเว้ย...ไอ้เกลอ !! "
ไพโรพูดจบก๊วนที่นัดมาเจอกันทั้งวอร์สเปล เอิร์ธและทามาเมะก็เดินไปตบบ่าคากะมิเนะพร้อมๆกัน
" หายไวๆ จะได้ไปเที่ยวด้วยกัน " เอิร์ธพูดพลางยิ้มเล็กๆ
" ถ้าข้าเจอแย้กลางทาง ข้าจะจับมาให้...แต่เป็นๆนะ " ทามาเมะพูดเอาฮาหวังให้คลายเครียด
" ยังไงเอ็งก็เพื่อนข้าเหมือนกัน ยังไงข้าก็ต้องมารับเอ็งกลับบ้านแน่นอน "
หลังจากเอิร์ธพูดจบ สักพักคากะมิเนะก็เหมือนน้ำตาจะคลอเบ้าไพโรเห็นจึงแอบกัดจิกทันที
" ไอ้สัส มันซึ้งน้ำตาร่วงเลยว่ะ โว๊ย~ จะร้องทำแมวน้ำอะไรวะ ? "
" ไอ้พวกกอริล่า !! พวกเอ็งเล่นตบบ่าซะ นี่คนนะเว้ยไม่ใช่ไอร่อนแมน !! "
ถึงคากะมิเนะจะพูดแบบนั้นออกไปแต่จริงๆแล้วเค้าห่วงพวกไพโรมากๆจริงๆแล้วก็ห่วงทุกคนน่ะแหละเพียงแต่เขาสนิทกันมากก็แค่นั้นเอง แน่นอนว่าคากะมิเนะนั้นได้พบและเห็นมาเต็มสองตาแล้วว่าอีกฝ่ายนั้นไม่ใช่แค่เลือดเย็นเฉยๆ แต่ยังโหดถึงขนาดที่ว่าฆ่าคนแล้วยังยิ้มพูดจาสนุกขำๆได้อีกโดยไม่สนใจอะไรทั้งสิ้น หากเพื่อนๆของเขาไปพบเข้าจะเป็นอย่างไร...จะหนีได้รึเปล่า...และสิ่งที่เขาไม่อยากคิดที่สุดก็คือจะต้องมีใครตายด้วยมั้ยเพราะเขาเองเชื่อว่าที่เขารอดมาได้เพราะอีกฝ่ายไม่คิดจะฆ่าแต่รแกมากกว่าเหมือนแค่ทำการข่มขู่เฉยๆหากแต่ครั้งนี้เป็นการออกไปสำรวจพื้นที่...หากเข้าไปในอาณาเขตของอีกฝ่ายโดยไม่รู้เรื่องอะไรนั้นโอกาสที่จะตายมีมากเกิน 100%
แน่นอนว่าคากะมิเนะเองก็ไม่ได้ต้องการให้มีใครตายทั้งนั้นไม่ว่าจะเป็นใครก้ตาม ดังนั้นแล้ว ตัวเขาเองจึงอยากออกไปร่วมทุกข์ร่วมสุขด้วยเป็นอย่างยิ่งเพื่อหวังช่วยมิตรสหายของเขาบ้างไม่มากก็น้อย แต่ตัวเขาเองดันบาดเจ็บแบบนี้เขาจึงต้องทำใจ...
ทางด้านอีกทีมหนึ่งหลังจากไปรับนาฬิกามาก็เตรียมสัมภาระต่างๆที่จะใช้ในการเดินทางกันทันที
" กีต้าร์ ? เอาไปทำแป๊ะไรวะไอ้อ๋อน(ไลอ้อน)? "
วาตารุตะโกนถามเพื่อนร่วมลงหลังจากเหลือบไปเห็นกีต้าร์ไฟฟ้าวางอยู่ข้างๆกระเป๋าสัมภาระของไลอ้อน
" อ้าว...ข้ามันพวกดนตรีอยู่ในหัวใจนะเฮ้ย~ ถ้าว่างๆรึอะไรยังไงก็ต้องเล่นดนตรีเสมอเผื่อได้ทำนองดีๆใหม่ๆไง "
" เออดี...งั้นกรูเอาเบสกรูไปมั่ง "
ไปป์ลุกไปหยิบเบสหลังจากได้ยินไลอ้อนพูดจบ
" พวกมรึงน่ะกระจอก...ดูกรูนี่ !! ไม้กลองคู่ !! ฉุกเฉินยังไงก็เอามาเป็นอาวุธยังไหวไม่ต้องแบบกอะไรหนักๆก็เล่นดนตรีได้ "
ยามะจิพูดจบพลางควงไม้กลองโชว์อย่างเทพเดินดิน ทอมยิ้มหึๆที่มุมปากก่อนจบรรจุของใส่เป้
" กีต้าร์ก็เป็นอาวุธได้นะเว้ยไอ้จั้ดง่าว !! แสดงว่าเอ้งไม่เคยเล่น L4D2( Left 4 dead 2 )ล่ะสิไอ้พวกอยู่บนเขาเอ๊ย~ "
ไลอ้อนลุกขึ้นพูดพร้อมแบกเป้ใส่หลังพลางหยิบกีต้าร์มาสะพายไว้ที่แขน
" เจ๋งว่ะไอ้อ๋อน งั้นถ้ามีอะไรฝากมรึงหวดด้วยล่ะกัน บังเอิญกรูมันพวกรากหญ้าว่ะ...เบสกรูซื้อมาหมื่นสองกรูไม่กล้าพอที่จะเอาไปหวดหรอกว่ะ "
ไปป์พูดจบเล่นเอาฮากันลั่น ส่วนไลอ้อนได้แต่ทำหน้าชิก่อนแจกนิ้วกลางพร้อมแจกกล้วยก่อนออกไปรอด้านนอก
อีกด้านหนึ่งคุณปอที่นั่งเตรียมใจอยู่ด้านในสุดของเต้นท์กำลังยืนทำใจให้สงบสุดๆเนื่องจากถึงเขาจะพูดปลุกระดมให้หลายต่อหลายคนกล้าที่จะออกไปร่วมสำรวจด้วยกันได้ แต่ตัวเขาเองลับไม่สามารถควบคุมความกลัวที่กำลังกัดกินกำลังใจอขงเขาอย่างรุนแรงในขณะนี้ได้ เขารู้สึกกลัวอย่างมาก...
" ขามันสั่นอยู่นะครับคุณเจ้าภาพ "
คุณปอหันไปมองหาเจ้าของเสียงทีนที เจ้าของเสียงเมื่อกี้ไม่ได้อยู่ในมมุมใดของเต้นท์ทั้งสิ้น ทำให้คุณปอถึงกับงง
" ผมนอนอยู่นี่ครับ...ข้างๆทางขวาคุณเนี่ย...นี่ถ้าเกิดผมเป็นงูล่ะก็คุณตายไปแล้วนะครับ "
เจ้าของสียงพูดจบก็ตีลังกาออกมาจากด้านหลังโต๊ะใบหนึ่งก่อนจะค่อยๆลุกขึ้นมายืนหันหน้าคุยกับคุณปอตรงๆ
" ถ้ากลัวแล้วจะไปทำไมล่ะครับ ความกลัวของคุณมันถ่วงหลายๆคนได้นะผมขอเตือนไว้ก่อน "
ชายนิรนามพูดเตือนคุณปอหลังจากที่เขาดูอาการคุณปอแล้วเข้าใจเป็นอย่างดีว่าคุณปอกำลังกลัว
" แต่ผม...ยังไงผมก้ต้อง..."
" รับผิดชอบเรื่องที่เกิดนี้ขึ้นสักนิดก็ยังดียังงั้นสินะครับ ? "
คุณปอพยายามจะพูดแต่กลับถูกชายนิรนามชิงพูดตัดหน้าก่อนแถมยังพูดถูกเผงอีกซะด้วย
" ยอมรับนะครับว่าตอนแรกผมก็โมโหนะที่จู่ๆก็หลุดมาที่ไหนก็ไม่รู้แถมไม่รู้หนทางกลับยังไม่พอดันมามีคนตายอีกซะงั้น ตอนแรกผมคิดเลยล่ะครับว่านี่กรูมางานนี้ทำไมวะเนี่ย ? แต่พอหัวมันเย็นๆลงหน่อยผมก็พอจะเข้าใจแล้วล่ะว่าเรื่องพรรค์นี้น่ะมันจะไปโทษใครได้ ก็เล่นมากันทั้งโขยงเลยแบบนี้ที่สำคัญคุณเองก็ไม่ได้ผิดอะไรสักหน่อย ถามจริงๆเถอะครับว่าทำไมคุณต้องรู้สึกรับผิดชอบอะไรนักหนาทั้งๆที่ตัวเองก็ไม่ได้ทำอะไรสักนิด เออ~ ถ้าคุณไปบนเจ้าที่เจ้าทางว่าสาธุขอให้ข้าได้ไปโลกการ์ตูนรึอะไรจะเกิดเรื่องก็ว่าไปอย่าง แต่นี่คุณก็คงไม่ได้ทำอะไรแบบนั้นใช่มั้ยล่ะครับ ? "
ชายนิรนามพูดติดกันเป็นชุด คุณปอถอนหายใจก่อนจะพูดอะไรอีกเล็กน้อย
" จริงอยู่ครับว่าเรื่องแบบนี้มันไปโทษใครเขาไม่ได้ แต่ถ้าผมไม่บังเอิญจัดงานนี้ขึ้นมา เรื่องแบบนี้มันก็มีสิทธิ์ที่จะไม่เกิดขึ้นรึต่อให้มันเกิดคนที่ซวยก็อาจจะมีแค่ผมไม่ใช่รึไงครับ พอคิดแบบนั้นแล้ว...ผมจึงอยากจะรับผิดชอบอะไรบ้างสักนิดก็ยังดี "
" โฮะๆ...ฮีโร่เข้าไส้จริงๆนะครับ เอาเถอะ...อยากรู้สึกรับผิดชอบอะไรผมคงไปเปลี่ยนความคิดคุณไม่ได้ถ้าคุณไม่เต็มใจ แต่อย่าลืมล่ะกันครับว่าบางทีโชคชะตามันก็ชอบเล่นตลกกับเราประจำ บางทีเรื่องในครั้งนี้โชคชะตาอาจจะกำหนดมาแล้วก็ได้ว่าพวกเราต้องมาทำอะไรที่นี่รึเปล่า "
ชายนิรนามพูดจบคุณปอยืนนิ่งสักครู่ก่อนจะยิ้มที่มุมปากเล็กแล้วหันมาพูดถามอะไรชายนิรนามเล็กน้อย
" งั้นผมก็เป็นพรานโก๊ะสินะครับ( โก๊ะจ๋า~ ป่านะโก๊ะ )? "
ชายนิรนามได้ยินก็ยิ้มทันทีก่อนจะหัวเราะออกมาอย่างดัง
" ฮ่าๆๆๆ งั้นคงต้องหาหมวกนายพรานกับปืนลูกซองมาให้คุณพกหน่อยล่ะครับ "
ทั้งคู่หัวเราะกันสักพักก่อนคุณปอจะขอตัวแล้วเดินจากไป ชายนิรนามยิ้มก่อนจะหยิบไพ่ยิบซีออกมาสำรับหนึ่งแล้วใช้นิ้วดีดไพ่ในสำรับจนลอยขึ้นฟ้า
" ถ้าผู้นำอย่างคุณเอาแต่กลัวล่ะก็...พวกเราไม่รอดหรอกครับ มันต้องสนุกสนานเข้าไว้แบบนั้นสิถึงจะ very good !! "
พูดจบ ไพ่ที่ลอยขึ้นไปก็หล่นลงมา ชายนิรนามใช้นิ้วชี้กับนิ้วกลางคีบเอาไว้ก่อนจะค่อยๆเหลือบดูพร้อมตะลึงจนตาค้างกับไพ่ที่ปรากฏออกมา

Hangman !!

หลังจากคุณปอออกมาสักพัก กลุ่มต่างๆที่ไปรับสมัครผู้อาสาจนครบตามจำนวนก็ได้เริ่มทยอยมารวมตัวกันที่ด้านหน้าของเต้นท์จนครบในที่สุด
" พวกเธอต้องกลับมานะ "
" คุณปอกลับมาให้ได้นะครับ "
" ถ้ากลับมาได้จะให้เบอร์กับที่อยู่บ้านจริงๆด้วยล่ะ"
" โทนี่ !! เอ็งไปยืนเยี่ยวข้างเต้นท์รึวะ มีคนบอกมาไอ้มักง่ายนี่ !! "
" กลับมาเล่นดนตรีให้พวกข้าฟังอีกนะเว้ยไอ้พวกบ้า !! "
หลากเสียงที่อวยพรส่งพวกของดังจ๊อกแจ๊กจอแจ หลายคนในกลุ่มอาสาสำรวจเริ่มเข้าใจว่าทหารภาคใต้รู้สึกยังไงที่ต้องออกไปรบโดยที่ไม่รู้ว่าจะเป็นรึตายยังไงก็วันนี้นี่แหละ สักพักมิวมิวก็เดินออกมาด้านหน้าแล้วมายืนคั่นกลางระหว่างกลุ่มอาสาฯกับกลุ่มเฝ้าเต้นท์
" ผมขออวยพรให้พระพรแห่งความสำเร็จและความดีงามทั้งหลายจงปกป้องพวกคุณและขอให้พวกคุณปลอดภัยกลับมานะครับ "
มิวมิวพูดจบก็ยื่นมือขวาออกมา คุณปอเหมือนรู้งานจึงยื่นมาขวาออกมาก่อนทั้งคู่จะจับมือกัน
" ขอฝากด้วยนะครับ พวกเราต้องกลับมาแน่นอน "
คุณปอพูดพลางฝากเรื่องกลุ่มที่เฝ้าเต้นท์ให้มิวมิวดูแลแบบกลายๆไปในตัว
" ต้องรบกวนผู้กล้าอย่างพวกคุณแล้ว ขอให้เดินทางโดยสวัสดิภาพครับ "

เมื่อเวลา 09.00 นาฬิกาตรงตามแสงแดดที่ทอลงมาสู่นาฬิกาแดด กลุ่มผู้กล้าทั้งสามก็ออกเดินทางแยกย้ายกันไปตามทิศทางที่ได้กำหนดเอาไว้แล้ว กลุ่มผู้อาสาทุกคนในเวลานี้รวมไปถึงคุณปอมีกำลังใจเต็มร้อยกันทุกคน พวกเขามั่นใจว่าต้องหาข่าวคราวข้อมุลรึอาจมีอะไรดีๆกลับไปให้กลุ่มผู้ที่อยู่เฝ้าเต้นท์ได้แน่นอนในขณะที่กลุ่มผู้เฝ้าเต้นท์ได้เริ่มทยอยกันไปดูแลเรื่องอาหารและจัดเวรยามกันต่อไป...

" ปล่อยกู ไม่ อ๊ากกกกกกกกกกกกกกกกกกกกก !! "
เด็กหัวเกรียนคนหนึ่งตะโกนลั่น จนท้ายที่สุดก็สิ้นเสียงนั้นไป
" ไอ้สัส !! ไหนมรึงบอกพวกกรูว่าทางนี้ไม่มีอะไรไงไอ้เชรี่ย !! "
เด็กวัยรุ่นคนหนึ่งกระชากคอเสื้อไอ้หนุ่มเกรียนแตกที่ขอแยกตัวออกมาจากกลุ่มอย่างฉุนขาด ตอนแรกพวกเขามากัน 26 คน แต่ตอนนี้กลุ่มของเขาเหลืออยู่แค่ 11 คนเท่านั้น พวกเขากำลังหลบกันอยู่หลังพุ่มไม้
" แล้วกรูจะรู้มั้ยไปสัสว่าจะมีตัวอะไรแบบนั้นป้วนเปี้ยนอยู่แถวนี้ด้วยน่ะ "
ไอ้หนุ่มเกรียนแตกตะโกนด่าตอบพลางต่อยหน้าเด็กวัยรุ่นที่มากระชากคอเสื้อจนกระเด็นลงไปกองก่อนวิ่งไปกระทืบท้องอีกนับสิบทีจนเด็กวัยรุ่นคนนั้นลุกไม่ขึ้น
" แล้วจะทำไงล่ะเชรี่ยยยยยย !! ว๊ายยยยยยยยยยยยย !! มันมาทางนี้แล้วด้วย ฮือๆ~!! "
สาวสก๊อยคนหนึ่งตะโกนหลังจากที่เห็นอะไรบางอย่างกำลังมาทางพวกเธอ
" อะไรวะ...ไอ้นั่นตายไวขนาดนั้นเลยรึวะ ? ไอ้สัส...พวกมรึงมาช่วยกรูที "
ไอ้หนุ่มเกรียนแตกพยายามแบกเด็กวัยรุ่นคนที่โดนกระทืบจนตัวงอเป็นกุ้งขึ้นแล้วโยนออกไปด้านนอกพุ่มไม้
" เฮ้ย !! มรึงทำอะไรวะ ?! "
" ไอ้สัสรีบไปเร็ว ทิ้งไอ้เชรี่ยนั่นไว้อย่างงั้นแหละ อยากกวนตีนกรูดีนัก ไอ้สสั วิ่งเร็ว !! "
ไอ้หนุ่มเกรียนแตกโกยอ้าวหางจุกตรูดหลังจากโยนเด็กคนดังกล่าวออกไปนอกพุ่มไม้ จากนั้นคนอื่นๆอีก 9 คนก็ทยอยหนีตามไอ้หนุ่มเกรียนแตกตามๆกันไป
" ไอ้พวกเชรี่ย !! อั่ก !! ก็จะฆ่าพวกมรึง !! "
เด็กวัยรุ่นดวงซวยตะโกนด่าก่อนเขาจะค่อยๆหันไปด้านข้างของเขา ขณะนี้มีเงาๆหนึ่งค่อยๆเคลื่อนตัวเข้ามาหาเขา
" ไอ้เชรี่ยยยยยย !! กรูไปทำอะไรให้มรึงวะ มรึงถึงกับไล่ฆ่าพวกกรูแบบนี้ ห๊าาาาาา !! "
สิ้นคำถาม...เงาลึกลับก็ปรากฏร่างที่ชัดเจนขึ้น เป็รร่างของคนๆหนึ่งที่สวมชุดดำไปทั้งตัวสวมหัวกะโหลกแปลกๆที่เหมือนมีเขาอยู่ด้านหน้ากับด้านหลัง คนนี้ๆขี่ม้าที่ด้านหน้าสวมกะโหลกขนาดใหญ่ มือข้างหนึ่งจับโซ่ที่ใช้ควบม้า แต่อีกมือถือหอกขนาดกลางแต่มีความยาวมากส่วนม้าที่เขาควบก็แปลกไม่แพ้กัน สีผิวของม้าทั่วทั้งร่างม่วงคล้ำซีดสนิทเหมือนสีม้าที่ตายไปแล้ว บริเวณดวงตามีเปลวไฟสีม่วงลุกโชน
" ไม่มีอะไรมากหรอก...ก็แค่หาเสบียงสำรองแค่นั้นเองแหละ แต่กรณีเราคงเป็นการเล่นแก้เซ็งล่ะมั้ง...ก็ช่วงนี้ไม่ค่ยมีภาะกิจสนุกๆมาที่หน่วยเลยนี่นา "
ร่างลึกลับตอบคำถามของวัยรุ่นดวงตกทำให้ทราบได้ในทันทีว่าเจ้าของน้ำเสียงนี้เป็นผู้หญิง
" ปล่อยกรูไปเถอะ แล้วจะให้กรูทำอะไรก็ได้...กรูยอมทุกอย่างเลย !! "
" ทุกอย่างจริงๆรึ ? "หญิงสาวลึกลับถามกลับก่อนจะควักอะไรบางอบ่างโยนไปที่พื้น วัยรุ่นดวงตกถึงกับผงะ มันคือดาบโบราณซึ่งโบราณมากๆ น่าจะยุคพระเจ้าเหาใช้ออกรบกันเลยทีเดียว
" ลองฮาราคีรีตัวเองให้เราดูทีสิ...เราเคยแต่ได้ยินคนล่ำลือกันว่าเขาจะใช้ดาบแทงไปที่ท้องแล้วควักไส้ออกมาน่ะ เราอยากเห็นมากๆเลย "
วัยรุ่นดวงตกได้ยินคำขอแบบนี้ถึงกับเกรียนแตกก่อนจะลุกขึ้นมาหยิบดาบก่อนจะยืนขาสั้นๆเหมือนผีเข้า
" พร้อมที่จะทำให้เราดูแล้วสินะ ? "
" พ่อมรึงเถอะอีเชรี่ย !! "
วัยรุ่นดวงตกคิดดีแล้วว่าในเมื่อยังไงก็ต้องตายก็ขอสู้ตายดีกว่าจึงถือดาบพุ่งเข้าใส่สาวลึกลับทันที แต่สุดท้ายสิ่งที่เขาทำก็ไร้ประโยชน์
" หะ เฮ้ย !! อะไรวะ ?!! "
จู่ๆทั่วทั้งร่างของเขาก็เหมือนถูกควบคุม แขนขวาของเขาที่ถือดาบจู่ๆก็ชูดาบขึ้นสูง
" การฮาราคีรีนั้นต้องนั่งทำไม่ใช่พุ่งเข้าไปแบบนั้น "
มีเสียงอีกเสียงหนึ่งดังขึ้นบริเวณด้านซ้ายของเขา ปรากฏเป็นเงาของผู้หญิงอีกคนหนึ่ง หลังสิ้นเสียงนี้ร่างของวัยรุ่นดวงตกก็นั่งลงอยู่ในท่าพร้อมทำการคว้านท้องตัวเองทันที
" อีเชรี่ย !! กรูไม่เอา กรูไม่ทำ !! สัสสสสสสสสส !! "
หลังวัยรุ่นดวงตกพูดจบ มือของเขาข้างซ้ายก็ถลกเสื้อขึ้นจนเห้นท้องก่อนมือขวาจะทำการทิ่มดาบลงไปในท้องจนจมลงไปครึ่งดาบ จากนั้นก็กรีดท้องตัวเองไปท้องขวาก่อนดาบในมือจะหล่นลงมา ตอนนี้สภาพของวัยรุ่นดวงตกก็กระอักเลือดท่วมปากแล้วแต่จู่ๆมือทั้งสองของเขากลับคว้านเข้าไปในพุง ก่อนที่จะกำเอากระเพราะอาหารออกมากองไว้ด้านหน้าให้เจ้าถิ่นทั้งสองมองดูอย่างเต็มๆตา วัยรุ่นดวงตกตอนนี้ทรมานมากแต่ก็ยังไม่ตาย...แต่เขากลับอยากตายเต็มแก่แล้ว ถึงกระนั้นเขาเองก็ไม่สามารถควบคุมร่างกายที่ร้อนผ่าวไปทั่วของตัวเองได้แล้ว สิ่งที่เขาทำได้มีเพียงแค่ทำตาลอยเหลือกๆใส่เจ้าถิ่นพร้อมเลือดสดๆที่พุ่งออกมาทางปากไม่หยุด
" เพื่อไม่ให้ผู้ทำการฮาราคีรีตัวเองต้องทรมาน มือสังหายที่ซุ่มดูอยู่ต้องบั่นศรีษะปลิดชีวิตทิ้งด้วย "
พูดจบ สาวลึกลับก็แทงหอกทะลุปากออกท้ายทาย ก่อนจะยกร่างที่ดวงวิญญาณยังเหลืออยู่เล็กน้อยโยนไปด้านหลัง

" พวกศพอื่นๆเก็บไปบ้างรึยังล่ะขวัญ ? "
สาวลึกลับที่ขี่ม้าถามอีกคนหนึ่งที่ปรากฏอยู่ด้านซ้ายของวัยรุ่นดวงตก ดูจากการพูดจาแล้วสาวที่ชื่อ [ขวัญ] คนนี้น่าจะเป็นลูกน้องของเธอ
" ค่ะ...หน่วยฟิรานามาเก็บไปหมดแล้ว ตอนนี้กลับลงทะเลไปกันแล้วค่ะเหลือแต่ดิชั้นที่ยังเดินมาดูท่านว่ากลับไปรึยังคนเดียว "
" อืม...โอเค เราเองก็จะกลับแล้วเหมือนกัน ยังไงก็อย่าลืมส่งศพไปให้มาโนครึ่งนึงตามที่ล่ามาได้ด้วยล่ะ "
" ค่ะ ! ท่านสเคล "
สิ้นคำตอบ สเคลควบม้าเดินจากไป ส่วนทางสาวอีกคนที่ชื่อขวัญก็กลายเป็นเงาสลายลงพื้นดินไป สเคลเหลียวตามองดูจนมั่นใจว่าลูกน้องตัวเองจากไปแล้วก็มองขึ้นท้องฟ้าก่อนจะบ่นอะไรพึมพำคนเดียวลอยๆ

" วันนี้รึเปล่านะที่กลุ่มกากอยส์จะบุกไปที่เต้นท์นั่น ? "

To be continue....

** ภาพนี้ทำขึ้นเพื่อแสดงความเข้าใจอย่างง่ายๆในการเดินทางของแต่ละกลุ่ม **
🖼 รูปจาก image.free.in.th (เว็บฝากรูปนี้ปิดไปแล้ว)
Thanks: ฝากรูป เว็บไซต์สำเร็จรูป
general juladis สมาชิก
· #19
ตะละครในเรื่องนี่เป็นทุกคนในเว็ปหรอครับ...น่าสนุกจังเลย
wily ผ สมาชิก
· #20
ครับ ตัวละครที่ปรากฏ(นอกจากฝ่ายร้ายบางตัวละคร)เป็นตัวละครที่มีสถานะเป็นเม็มเบอร์ในเว็บ lolibaka แห่งนี้ครับ รอชมบทบาทของแต่ละท่านที่จะทำให้บางทีคุณอาจจะอมยิ้มเล็กๆได้เลยครับ