** = ~ Lolibaka adventure ~ = **
คุยเรื่องอะไรก็ได้ — กระทู้จากระบบเดิมทั้งหมดอยู่ที่นี่
** ตัวละครที่ปรากฏในเนื้อเรื่องทั้งหมดไม่เกี่ยวข้องกับความเป็นจริงบนโลก กรุณาอย่าซีเรียส **
** แรงบันดาลใจ - ดูภาพ Pixiv fantasia ที่คุณ Citizen เยอะจนสมองทำงานแปลกๆ - - **
** เพื่อสะดวกในการค้นหาตอนต่างๆให้กด Ctrl+F จากนั้นพิมพ์คำว่า Episode เว้นแล้วบวกเลขตอนเข้าไปนะครับเช่น Episode 3 **
-
-
-
-
-
- Episode 1 : One fine day
" ยังไม่พอ....แค่นี้ยังไม่พอ...."
เสียงลึกลับที่ฟังแล้วชวนขนลุกพูดขึ้นเหมือนกันว่าต้องการอะไรบางอย่างแต่ยังไม่สามารถเติมเต็มความต้องการของเขาได้
" ขออีกไม่มาก เวลาของข้าเองก็ใกล้ถึงขีดจำกัดแล้วด้วย...เจ้าจงไปรอที่จุดที่ข้ากำหนดไว้ได้เลย "
เสียงลึกลับได้กล่าวสั่งการอะไรบางอย่างก่อนที่ผู้ที่รับฟังคำสั่งนั้นจะตอบรับอย่างปกติเหมือนทุกทีที่ผ่านมา
" ค่ะ ! "
ณ สนามหลวง ประเทศสารขัณฑ์ แม้แดดจะแรงแค่ไหนแต่ก็ไม่ได้ทำให้จำนวนผู้คนที่ออกมาเดินเที่ยวชมนู่นดูนี่ลดลงได้สักนิด กลับกัน วันนี้ที่แห่งนี้กับมีงานพิเศษที่คนบางกลุ่มรอคอยอยู่ นั่นก็คืองาน " คอมมิคมาเก็ต " ที่งวดนี้มาจัดที่แห่งนี้เพราะสถานที่ๆเคยไปจัดตามปกตินั้นพอดีมีเหตุขัดข้องนิดหน่อย
" ถ้าได้แอร์สักหน่อยล่ะก็ งานนี้สบายเลยนะเนี่ย "
ชายหนุ่มคนหนึ่งยกแขนขึ้นปาดเหงื่อ ชายคนนี้เป็นหัวแรงใหญ่ในการจัดงานนี้ขึ้นมา คนทั่วๆไปจะรู้จักและส่วนมากจะเรียกเขาอย่างสนิทว่า [ คุณปอ ]
" แดดแค่นี้ทำบ่นนู่นบ่นนี่ไปได้ แดดแบบนี้นะครับ สู้แดดที่เขาชนไก่ที่ผมฝึกมาไม่ได้หรอก "
ชายหนุ่มวัยกลางคนยกกล่องมาวางที่โต๊ะก่อนจะหยิบน้ำมาดื่ม ก่อนจะหยิบกล้องขึ้นมาถ่ายภาพคนเดินไปมา
" นายนี่ชอบอะไรแบบนี้จริงๆเลยนะซิติ "
" ถ่ายการแสดงออกของคนที่แสดงออกมาโดยธรรมชาติไม่มีการเสแสร้งคือภาพที่ผมคิดว่าดีกว่าภาพที่คนเก๊กให้ถ่ายกว่าเยอะแหละครับ อ้อ...ทีสำคัญ ผมชอบถ่ายภาพวิวมากกว่านะครับ "
ชายหนุ่มยกกล้องขึ้นถ่ายภาพกลุ่มนกที่มารอกินเมล็ดข้าวโพดที่เหล่าผู้มีทุนทรัพย์ใจบุญจะซื้อมาโปรยให้กลุ่มนึงอย่างเพลิดเพลิน ชายหนุ่มคนนี้เป็นตากล้องของนิตยสารท่องเที่ยวมีชื่อ เขาเป็นตากล้องมีดีที่มีชื่อรู้จักกันในนามว่า [ ซิติ ]
" คุณปอคิดว่า...เปิดงานแล้วจะมีคนมาร่วมงานเยอะไหมครับ ? "
" มาแค่สักร้อยสองร้อยได้ก็โอเคแล้ว นี่ก็โพสประกาศวันเปิดงานไปแล้วนาทั้งเว็ปหลักเว็ปรอง "
" แต่ผม...ผมมองไม่เห็นพวกเด็กๆหัวมันรึหัวเกรียนๆมาป้วนเปี้ยนแถวนี้เลยนะครับ "
ซิติส่งสายตากวาดไปรอบๆก่อนจะพูดออกมา จริงๆคุณปอเองก็มีเหล่ๆตามงดูบ้างแล้ว แต่เขาเองก็ไม่ค่อยเห็นเด็กกลุ่มที่ซิติว่ามาเป็นกลุ่มๆหรือมาเดินป้วนเปี้ยนหน้างานแม้แต่คนเดียว
" สงสัยคนที่จะมาร่วมงานคงมีแต่รุ่นเก๋าลายครามไม่ก็พกฟันปลอมกับยาดมติดตัวแหงๆเลยนะครับ ฮ่าๆๆๆ "
" ไม่ขำเลยนะเนี่ย...นี่ชั้นต้องไปจ้างพยาบาลมาคอยดูแลผู้สูงอายุด้วยอีกเหรอ ถ้าแอมโมเนียล่ะก็พอหาได้ แต่ถ้ามาหัวใจวายกลางงานนี่คงแย่นา~ไม่ไหวๆ "
คุณปอหัวเราะขำๆกับมุขที่ซิติยิงออกมา ถึงจะฝืดเล็กๆแต่ก็คลายร้อนไปได้สักหน่อย
จริงๆแล้ววันนี้คุณปอมาเองคนเดียวเพื่อเตรียมงานทั้งหมดโดยเฉพาะทางเข้า ส่วนพวที่จะมาขายสินค้าต่างๆนานานั้นได้เข้าไปจัดของๆตัวเองตามบู๊ทแล้ว ส่วนซิตินั้นอาจจะใช้คำว่า " รีบจัด " เลยมาก่อนใครเพื่อนก็ว่าได้
ผ่านไป 30 นาที...
" คนเริ่มมาออกันที่หน้าทางเข้าแล้วนะคุณปอ วัยทำงานรุ่นพ่อเพียบเลย "
ซิติตะโกนส่งสัญญาณให้เจ้าภาพออกมาตัดริบบิ้นทำการต้อนรับ คุณปอในชุดทักซิโด้สีดำที่ดูค่อนข้างหรูนิดๆก็เดินออกมา ตัวเขาเองก็ตกใจไม่นร้อยที่ผู้มาเข้าร่วมงานของเขา จากสายตาแล้วส่วนมากอายุวิ่งไปอยู่หลัก 33+ ส่วนหลัก 10+ มองๆดูแล้วดันมีไม่ถึง 20 คน ก่อนเขาจะยิ้มนิดๆ
" ขอบคุณทุกท่านที่อุตส่าห์สละเวลามาเยี่ยมชมงานที่ทางเราได้จัดขึ้นนครับ จากนี้ไป ผม ในฐานะเจ้าของงานขอเปิดงานคอมมิคมาเก็ต ณ บัดนี้ !! "
พริบตาที่คุณปอตัดริบบิ้น เสยงเฮก็ดังสนั่นลั่นสนามหลวง ชาวบ้านทั่วไปที่ยืนรอรถเมล์อยู่ถึงกับสะดุ้งโหยง
" มีคนมาร่วมงานเยอะไม่น้อยนะครับ "
เสียงชายหนุ่มในชุดขาวเดินมาทักทายเจ้าของงาน เขาเป็นหนุ่มเจ้าสำนวน สุภาพและรุนแรงแบบสงบ เป็นนักเขียนบทกลอนตามหนังสืออ่านเล่นทั่วๆไป นามปากกาของเขาที่คนทั่วไปรู้จักก็คือ [ มิวมิว ]
" ไม่คิดว่าคุณจะว่างมางานนี้ได้เลยนะครับนี่ "
คุณปอยิ้มทักทายแขกผู้หาเวลาว่างได้ยาก เพราะงานนักเขียน ส่วนมากหาเวลาวางได้ยากกว่าอาชี ร.ป.ภ. ด้วยซ้ำไป
" คุณปอเปิดงานเอง ถ้าตัวผมไม่ได้มาล่ะก็ผมคงนอนไม่หลับเป็นแน่ ว่าแต่ผมเถอะ คุณปอเองนั่นแหละทำไมจู่ๆถึงมีเวลาว่างมาเปิดงานแบบนี้ได้ล่ะครับ ? "
" พอดีทาง ร.พ.ที่ผมเคยไปจัดงานเขาประสพปัญหาเรื่องค่าใช้จ่ายเรื่องฟื้นฟูอาคารน่ะครับ ผมเองก็ไปขอรบกวนสถานที่เขาอยู่บ่อยๆเลยอยากจะช่วยเขาบ้าง แต่ตัวผมก็ไม่ใช่เศรษฐีพันล้าน ผมอยากได้เงินสักจำนวนหนึ่งไปช่วยทาง ร.พ. เขาผมเลยมาเปิดงานเก็บค่าเข้าแล้วเอาไปบริจาคน่ะครับ "
คุณปอพูดอธิบายเตผลหลักของเขาให้มิวมิวได้เข้าใจ ว่ากันตรงๆแล้วตัวขาเองก็เพิ่งบริจาคให้ทาง ร.พ. ไปแล้ว 2 หมื่นบาทถ้วนๆ เพียงแต่เขาใจบุญมากเลยอยากจะช่วยอีกสักหน่อย
" ผมก็นึกไว้แล้วว่าคุณปอมาเปิดงานแบบนี้ต้องมีสาเหตุประมาณนี้แน่นอน "
มิวมิวล้วงกระเป๋ากางเกง หยิบซองสีขาวออกมาแล้วยื่นให้คุณปอ
" เอ๋ ? คุณมิว ? "
" ผมเองก็อยากช่วยด้วยเช่นกัน กรุณารับไปเถอะครับ "
คุณปอทำหน้างงๆเล็กน้อยก่อนจะกล่าวขอบคุณมิวมิวแล้วรับซองมา
" ต้องขอขอบคุณคุณมิวมิวมากๆเลยนะครับ "
" ไม่เป็นไรครับคุณปอ เรื่องการกุศลแม้หน้าผมจะไม่ให้แต่จิตใจของผมนั้นจริงจังเสมอ อย่างไรก็ดีผมคงต้องขอตัวไปเดินดูของที่ผมต้องารก่อน ผมขอให้พระพรอันสง่างามส่งผลให้วันนี้คุณปอได้ในสิ่งที่คุณปอต้องการนะครับ "
มิวมิวพูดจบก็โค้งตัวเล็กน้อยก่อนจะเดินจากไปอย่างสุภาพ
" ไม่คิดว่าจะเจอนายในที่แบบนี้เลยแฮะ !! "
เสียงทักทายของสาวแว่นเหลี่ยมที่ทักช่างภาพซิติที่กำลังยืนดูสินค้าจำนวนฟิกม่า เธอเป็นนักถ่ายภาพให้นิตยสารจำพวกลุยแหลกลาญผจญภัยไม่เลี้ยง เป็นตากล้องมือดีและไม่ดีในเวลาเดียวกันเพราะนิสัยส่วนตัวบางอย่าง เธอมีชื่อเล่นพิเรณท์ว่า [ นอสต์ ]
" คนที่ต้องพูดคำนั้นน่ะมันทางชั้นไม่ใช่รึไงหา ~ นอสต์ ? "
ตากล้องหนุ่มกล่าวทักทายกลับแต่ลูกกะตายังจ้องดูฟิม่าอยู่ดี
" เวลาตอบคนอื่นน่ะหัดมองชาวบ้านเค้ามั่งสิ ให้ตายเถอะ...ทำไมชั้นต้องมาเจอผู้ชายที่มีแต่กลิ่นสาบมาม่ากระป๋องตลอดทั้งวันแบบนี้ด้วยนะ ? "
" เฮ้ย !! กินแต่มาม่านี่มันผิดอะไรนักหนารึไงถึงได้พูดซะขนาดนั้น ? "
ซิติงวดนี้ถึงกับหันมาตอบทันที ดูๆไปแล้วเหมือนคู่นี้จะรู้จักกันแต่ไม่ค่อยถูกกันท่าไหร่
" ผิดตรงที่คราวก่อนนายมาแอบถ่ายภาพชั้นยืนกินน้ำนั่นแหละ "
" ไม่ได้เกี่ยวอะไรกับมาม่าเลยนะนั่น แล้วยังไง ? ชั้นแค่ถ่ายภาพกำแพงวัดแล้วจู่ๆเธอก็ดันไปอยู่ตรงนั้นเองไม่ใช่รึไงยัยแว่น ? แบบนี้น่ะเค้าเรียกไม่ได้ตั้งใจนะครับเฮ้ย !! อุบัติเหตุน่ะรู้จักมั้ย หา ?!!! "
จากทักทายกลายมาเป็นจิกกัดไม่กี่อึดใจทั้งคู่ก็ยืนแยกเขี้ยวใส่กัน สร้างความฮือฮาในงานได้ไม่น้อย
" พี่นอสต์พอเลย !! พี่ซิติด้วย...แก่ป่านนี้แล้วยังจะมาทะลาะกันอีก อายผมมั่งเถอะ = = "
เด็กหนุ่มอายุราวๆ 17-18 เดินมาขวางกลางระหว่างทั้งคู่ พร้อมชูแขนขึ้นบังหน้าทั้งคู่ไม่ให้มองหน้ากันแต่เด็กหนุ่มที่เข้ามาห้ามมวยกลับถูกมะเหงกดังป๊อกกลางกะบาลจนลงไปนอนดิ้นพราดๆ
" อ๊ากกกกกกกกกกกกกกก !! ทำบ้าอะไรฟระพี่นอสต์,พี่ซิติ ?!! "
" เมื่อกี้นายว่าใครแก่กันหา โทนี่ !!! "
เสียงตะโกนถามที่บ่งบอกถึงความบ่จอยดังขึ้นพร้อมกันโดยไม่มีการเตี๊ยมกันมาก่อน เด็กหนุ่มผู้เป็นทั้งฮีโร่และที่รองมือค่อยๆลุกขึ้นมา เขาเรียนอยู่ชั้น ม.6 ร.ร.หนึ่ง มีชื่อหรูหราว่า [ โทนี่ ]
" พอเลยพวกพี่อ่ะ...ให้ตายเดะ ผมมาหาห้ามไม่ให้พวกพี่ทะเลาะกันดันมาอัดผมอีก อะไรฟระ ? "
เด็กหนุ่มบ่นฉุนขาด ก็แน่นอน...เข้ามาห้ามดันโดนดีเองซะงั้น
" ก็นายมาว่าพี่แก่...โทษทีเหอะ พี่น่ะชายทั้งแท่งอายุ 25 เองนะเว้ย ไม่ใช่ป้าแว่นอายุ 28 ทางนู้น !! "
" เฮ้ !! นายตาตี่ !! ใครอายุ 28 ไม่ทราบ ? ชั้นเพิ่ง 22 เองนะ !! "
สาวแว่นเถียงกลับทันที แน่นอนสำหรับผู้หญิงแล้วเรื่องอายุเนี่ยสำคัญมาก ใครล้อเล่นอาจมีโดนอัด
" นึกว่าใครทะเลาะกัน...ที่แท้พวกพี่เองเรอะ ? "
ชายหนุ่มอายุราวๆ 20 ต้นๆเดินมาหาพวกเขาทั้งสาม ลักษณะบ่งบอกถึงความเกเร ใบหน้าพร้อมรองรับอวัยวะทุกส่วน ชายหนุ่มผู้นี้มีชื่อดังมากในหมู่เด็กแว๊นซ์ เขามีนามว่า [ อาโนนี่-ชาน ]
** Anony-chan + Jacky-chan **
" อ้าว ? โทนี่นี่หว่า ! สามร้อยเมื่อไหร่จะคืนวะ ? "
พริบตาเดียวโทนี่ก็หายไปจากที่ตรงนั้น ล่นเอาทั้ง ซิติ นอสต์ และก็อาโนนี่ตาค้างไป 5 วินาที
" หะ...เฮ้ย !! เดี๋ยวสิวะไอ้บ้านี่ ยืมตังแล้วชิ่งกันงี้เลยได้ไงวะ !!! "
กว่าอาโนนี่จะไดสิติโทนี่ก็หายไปไกลแล้ว ถึงจะบอกว่ายังอยู่ในงาน แต่ก็กว้างอยู่ดี หาเจอไม่ได้ง่ายๆหรอก
" รอนานมัยวอร์สเปล ? "
ชายหนุ่มวัยทำงาน ผมแสกข้างเดินมาทักทายเพื่อนเขา เขาแต่งตัวเหมือนพนักงานกินเงินเดือนปกติทั่วไปๆเขามีชื่อเล่นว่า [ เอิร์ธ ]
" ไม่นานๆ นี่ก้เพิ่งมาได้สักพักเหมือนกัน "
ชายหนุ่มวัยทำงานอีกคนกล่าวตอบ ชายคนนี้ทำงานเกี่ยวกับด้านเอกสารให้ทางกองยุทธการทหารระหว่างประเทศ มีชื่อเป้นรหัสทางทหารแต่ดันเอามาเรียกกันโต้งๆว่า [ วอร์สเปล ]
" ไพโร,คาเงะจังกับทาเมะจังล่ะ ? "
เอิร์ธถามพลางมองไปรอบๆเพื่อหาตัวเพื่อนร่วมก๊วนเขาอีกสองคน แต่ก็ไม่มีวี่แวว
" ตอนเปิดงานน่ะเห็นว่าบู๊ทที่เอาไส้กรอกอาเบะมาขายไฟมันลุกน่ะ ไพโรก็เลยยกโขยงกันไปช่วยดับไฟ "
วอร์สเปลตอบพลางแพนสายตาไปทางร้านค้าด้านในๆ
" แต่ตรูว่าร้านอาเบะนี่มันดังจริงๆ ไปงานไหนก็ขายดี อีแบบงวดหน้าเราเอามั่งดีมะ หาลำไพ่พิเศษมั่งก็ไม่เลวนะเว้ย "
" พอเลยเอ็งไอ้วอร์ฯ นึกแล้วขนตรูลุก !! "
เอิร์ธบอกปัดไม่เอาทันทีเล่นเอาวอร์สเปลขำกร๊าก ท่าทางเอิร์ธจะไม่นิยมอาเบะเท่าไหร่กระมัง...
ภายในงานที่ดูสงบสุขเต็มไปด้วยเสียงหัวเราะคิกคัก
แต่ก็มีอีกมุมนึกที่กำลังวางแผนอะไรบางอย่างอยู่...นั่นคือทีม [ Star dust ]
" ร้องให้หนักๆเลยนะเว้ย !! "
" ไม่พลาดหรอก ข้าซ้อมมาจนคอหอยแทบจะขาด "
" ใครเห็นไม้กลองตรูมั่งวะ ? จำได้ว่าเอามานะเฮ้ย !! "
" เป้แดงๆนี่ป่ะ ? ตลกเหอะ !! ตรูเห็นทั้งเป้เอ็งใส่มาแต่ขนม ไหนวะไม้กลอง ? ไอ้ท้องมารเอ้ย !!! "
" เลิกกัดกันแล้วซ้อมดีๆสักดอกเถอะว่ะเฮ้ย !! ให้ความร่วมมือทีเถอะวุ้ย !! "
ในงานเองก็มีการประกวดแข่งขันร้องเพลงด้วย แน่นอนคนที่เครียดจนสติสตังไม่ค่อยอยู่กับตัวเพราะความที่เป็นมือใหม่และยังไม่เคยลงสนามมาก่อนก็ต้องมีอาการแบบนี้ซะส่วนใหญ่แบบสมาชิกทีมนี้
โดยนักร้องนำของวงนีที่ซ้อมร้องเพลงมาจนข้างบ้านให้สากกับครกมาเป็นรางวัลการันตีในพลังเสียงนี้มีชื่อเก๋ไก๋ว่า [ วาตารุ ] ซึ่งเตรียมความมั่นใจมามากกว่าคนอื่นถึง 7 เท่า
มือเบสของวงนี้สักลายกางเขนไว้ที่แขนข้างซ้าย มีชื่อว่า [ ไปป์ ]
ตามมาด้วยมือกีตาร์ที่มีดีที่ลีลาการลงไปดิ้นพราดๆแต่เล่นกีตาร์ไปด้วยกันได้อย่างน่าทึ่ง มีชื่อว่า [ ไลอ้อน ]
ส่วนมือกลองพลัง K ของวงนี้นิยมการตีกลองสักัพกก็โยนไม้กลองทิ้งแล้วใช้ฝ่ามือคาราเต้ตีกลองแทนไม้ มีวิชาคาราเต้ 2 ดั้งแต่รักในเสียงกลองจึงมาเอาดีด้านนี้ มีชื่อว่า [ ยามะจิ ]
ปิดท้ายที่คีย์บอร์ดฝีมือดี เคยคว้ารางวัลที่สามของระดับประเทศมาแล้ว มีชื่อว่า [ ทอม ]
โดยพวกเขาจะมาเล่นเพลง " Don\'t say lazy " เพื่อคว้าชัย
ถ้าแค่เล่นคงพอทำเนา...
อย่าไปนึกถึงตอนคอสเพลย์ออกมาก็พอ....
งานดำเนินไปอย่างราบรื่นสนุกสนาน
คุณปอเดินไปยิ้มไปที่เห็นทุกคนสนุกสนานกันเต็มที่
ซิติถ่ายภาพผู้คนอย่างเพลิดเพลิน
นอสต์เดินมองหาปลาทองอิคุพันธุ์หายากเอากลับไปเลี้ยง
โทนี่กำลังเอาปลอกหมอนข้างแอบใส่กระเป๋า
อาโนนี่ยืนหอบจากการวิ่งตามหาโทนี่ทั้งงานแต่ไม่เจอ
วอร์สเปลยืนอ่านโดจินชิที่ให้ทดลองอ่านสปอยด์คร่าวๆก่อนซื้อ
เอิร์ธเดินไปดูพวกฟิกม่าจากการ์ตูนที่นชื่นชอบ
ส่วนทีมสตาร์ดัสท์ก็กำลังเปลี่ยนเสื้อผ้าในห้องแต่งตัว....
งานทุกอย่างสมควรดำเนินไปอย่างราบรื่นและจบลงอย่างสวยงาม
หากจู่ๆไฟในงานไม่เกิดดับไปก่อนทั้งงาน...
" เฮ้ย อะไรวะ !! "
" วะ ! เจ้าของงานจ่ายค่าไฟป่าววะเนี่ย ? "
" กรี๊ดดดด !! ใครบีบก้นชั้นเนี่ย ? "
" เฮ้ย ! ใครขโมยฟิกฯร้านกรูวะ ? "
ท่ามกลางความมืดมิดที่เกิดขึ้นโดยกระทันหัน ผู้คนต่างก็แตกต่างกันถ้วนหน้า บางคนฉวยโอกาสขโมบ บ้างก็แต๊ะอั๋ง บ้างก็หกล้ม
" ทุกคนครับ ขอให้อยู่ในความสงบสักครู่ครับ ทางเราจะรีบดำเนินการแก้ไขอย่างรวดเร็วครับ !! "
คุณปอพูดออกทางโทรโข่ง สักระยะหนึ่ง ผู้คนก็อยู่ในความสงบอย่างว่าง่าย
" เฮ้ ยัย...อ่า...นี่ นอสต์...ขอแรงถือไฟฉายให้ทีสิ พอดีคงต้องใช้สองมือในการซ่อมไฟครั้งนี้น่ะ "
ซิติรบกวนนอสต์ เวลาแบบนี้เขาคิดว่าหากรอให้ใครมาซ่อมเองคงช้า เขาต้องลงมือเอง
" เห ? นี่นายทำไฟเป็นด้วยรึเนี่ย ? "
ช่างภาพสาวทำหน้าสงสัยไม่น้อย
" มันก็ต้องมีบ้างแหละ อย่างว่า คนอยู่ตัวคนเดียวมันต้องทำอะไรเป็นหลายๆอย่างล่ะนะ จะไปรอให้ใครมาทำให้ได้ที่ไหนกันล่ะ ถ้ามีเมียมีลูกมีหลานก็ว่าไปอย่าง "
" ฮึ ! อยากจะบอกเป็นนัยๆว่าตัวเองโสดล่ะสิท่า ใช่มะ ? "
" ยัยบ้า !! เลิกพูดแล้วส่องไฟมาตรงๆล่ะ "
ซิติสวมถุงมือยางเปิดแผงวงจรไฟ จากนั้นก็ตรวจดูอย่างถี่ถ้วน
" อ้าว มีคนมาทำแล้วนี่นา ? "
ช่างไฟหนุ่มเดินหิ้วอุปกรณ์มา เขาถูกคุณปอจ้างมาเผื่อกรณีนี้โดยเฉพาะ เขามีนามว่า [ โคเด ]
** Codeman = co-de **
" ยังไงก็ช่วยมาตรวจหน่อยดีกว่าค่ะ อีตานี่ดูมุมไหนก็สารพัดช่างขั้นประถม "
ช่างภาพสาวเกทับช่างภาพหนุ่มอย่างแรงจนช่างภาพหนุ่มหันมาทันที
" โอเคครับ โอเคๆ พวกคุณสองคนไปรอข้างนอก อย่าทะเลาะกันนะครับ มันทำให้ผมเสียสมาธิ "
ช่างไฟกล่าวเบรคทั้งคู่เพราะเกรงว่าทั้งคู่จะออกมาโตวาธีกันด้านนอกรบกวนสมาธิของเขา
แชะ !
พริบตาไฟก็ติด ทุกอย่างกลบสู่ภาวะปกติ
ผู้คนในงานก็กลับมาเฮฮากันได้อีกครั้ง คุณปอถึงกับโล่งอกจนถอนหายใจออกมา
" เฮ้ย !! มาดุนี่เร้วเว้ย !! "
เสียงผู้มาร่วมงานคนหนึ่งตะโกนดังมาก น้ำเสียงที่ฟังดูก็รู้ว่าตกใจมากนั้นทำให้หลายๆคนเริ่มรู้สึกไม่ค่อยสบายใจเท่าไหร่นัก...
" ฮะ...เฮ้ย !! "
ผู้ร่วมงานคนที่สองที่เดินไปหาคนที่ตะโกนตอนแรกอุทานออกมา ตาเขาค้างจนแทบจะถลนออกมาได้
" มีอะไรกันวะเฮ้ย ? "
อาโนนี่เดินฝ่าฝูงชนไปที่จุดที่ผู้ร่วมงานสองคนยืนตาค้าง ซึ่งจุดนั้นก็คือประตูทางเข้าออก เมื่อไปถึงอาโนนี่เองก็ถึงกับอุทานออกมาเช่นเดียวกัน
" หะ...เฮ้ย !! เดี๋ยวเด๊ะ...นี่มัน มัน...? "
" มีอะไรกันเหรอครับทุกๆท่าน ? "
คุณปอเริ่มสังหรณ์ใจไม่ค่อยดี เจ้าภาพของงานจึงรีบรุดไปตรงจุดที่ทั้งสามยืนอยู่
ทันทีที่คุณปอไปถึง คุณปอเองก็ต้องตาค้างกับทิวทัศน์ที่ตัวเองได้เห็นเต้มสองตา
งานคอมมิคมาร์เก็ตครั้งนี้ถูกจัดขึ้นที่สนามหลวง แน่นอนว่ารายล้อมไปด้วยวัดวาอาราม ตึกต่างๆ รวมไปถึงผู้คนสัญจรไปมา และก็ยวดยานพาหนะต่างๆสารพัด
บัดนี้ทิวทัศน์นั้นไม่มีอีกแล้ว !!
ภาพที่ปรากฏตอ่หน้าของเขากลับกลายเป้นทุ่งหญ้าอ่อนๆกว้างสุดลูกหูลูกตา หากมองไปไกลลิบๆหน่อยจะเห็นว่ามีภูเขาและป่าล้อมรอบเอาไว้ครบ 360 องศา
" นี่มันเรื่องอะไรกันเนี่ย ? "
เมื่อตั้งสติได้ คุณปอก็ตะโกนออกมาเช่นกัน เขาถึงกับกุมขมับในทัที กอ่นชายหนุ่มสามคนหน้าทางเข้าออกจะพยุงเขามานั่งในงานเพราะตัวเขาเองเริ่มยืนเซๆไปแล้ว
ในขณะเดียวกันที่ด้านในป่าก็ปรากฏฝูงมนุษย์ในชุดคลุมสีดำทั้งตัวกำลังมุ่งหน้าไปทางทุ่งหญ้าที่พวกคุณปอและผู้มาร่วมงานทั้งหลายได้หลุดหลงเข้ามาใน" อาณาเขต "ของนายใหญ่ของพวกเขา
กองทัพมนุษย์ชุดคลุมสีดำเคลื่อนที่อย่างช้าๆ ก่อนจะไปหยุดที่บริเวณชายป่าเพื่อรอคำสั่งต่อไป
" มากันราวๆ 200 คนได้มั้ง....จมูกข้าดมดูแล้ว ไม่น่าพลาดหรอกครับท่าน "
เสียงผู้ชายกล่าวเหมือนอวดตนว่าจมูกของเขาดีเอามากๆ เขาได้แจ้งให้สาวน้อยคนหนึ่งที่ยืนอยู่บนยอดต้นไม้ที่ดูแล้วน่าตะเป้นผู้นำกลุ่มได้ทราบ
" ก็ดี...จัดการเหมือนเคยแหละ กระจายกันไปเลย !!! "
สิ้นเสียงสั่งการ ฝูงมนุษย์ชุดดำก็วิ่งกระจายกันไปในทุ่งหญ้าก่อนจะหายไปราวกับไม่เคยมีใครวิ่งเข้าไปในทุ่งหญ้าแม้แต่คนเดียว
" 200 คนงั้นเหรอ...น่าจะพอล่ะมั้งงวดนี้ "
เสียงสาวน้อยลึกลับที่สั่งการเหล่ามนุษย์ชุดดำดังขึ้นค่อยๆ ก่อนเธอจะยิ้มเล็กน้อยที่มุมปาก จากนั้นก็ยืนชมสิ่งที่กำลังจะเกิดขึ้นกับกลุ่ม" ผู้มาเยือน " อย่างใจจดใจจ่อ
To be continue...
** แรงบันดาลใจ - ดูภาพ Pixiv fantasia ที่คุณ Citizen เยอะจนสมองทำงานแปลกๆ - - **
** เพื่อสะดวกในการค้นหาตอนต่างๆให้กด Ctrl+F จากนั้นพิมพ์คำว่า Episode เว้นแล้วบวกเลขตอนเข้าไปนะครับเช่น Episode 3 **
-
-
-
-
-
- Episode 1 : One fine day
" ยังไม่พอ....แค่นี้ยังไม่พอ...."
เสียงลึกลับที่ฟังแล้วชวนขนลุกพูดขึ้นเหมือนกันว่าต้องการอะไรบางอย่างแต่ยังไม่สามารถเติมเต็มความต้องการของเขาได้
" ขออีกไม่มาก เวลาของข้าเองก็ใกล้ถึงขีดจำกัดแล้วด้วย...เจ้าจงไปรอที่จุดที่ข้ากำหนดไว้ได้เลย "
เสียงลึกลับได้กล่าวสั่งการอะไรบางอย่างก่อนที่ผู้ที่รับฟังคำสั่งนั้นจะตอบรับอย่างปกติเหมือนทุกทีที่ผ่านมา
" ค่ะ ! "
ณ สนามหลวง ประเทศสารขัณฑ์ แม้แดดจะแรงแค่ไหนแต่ก็ไม่ได้ทำให้จำนวนผู้คนที่ออกมาเดินเที่ยวชมนู่นดูนี่ลดลงได้สักนิด กลับกัน วันนี้ที่แห่งนี้กับมีงานพิเศษที่คนบางกลุ่มรอคอยอยู่ นั่นก็คืองาน " คอมมิคมาเก็ต " ที่งวดนี้มาจัดที่แห่งนี้เพราะสถานที่ๆเคยไปจัดตามปกตินั้นพอดีมีเหตุขัดข้องนิดหน่อย
" ถ้าได้แอร์สักหน่อยล่ะก็ งานนี้สบายเลยนะเนี่ย "
ชายหนุ่มคนหนึ่งยกแขนขึ้นปาดเหงื่อ ชายคนนี้เป็นหัวแรงใหญ่ในการจัดงานนี้ขึ้นมา คนทั่วๆไปจะรู้จักและส่วนมากจะเรียกเขาอย่างสนิทว่า [ คุณปอ ]
" แดดแค่นี้ทำบ่นนู่นบ่นนี่ไปได้ แดดแบบนี้นะครับ สู้แดดที่เขาชนไก่ที่ผมฝึกมาไม่ได้หรอก "
ชายหนุ่มวัยกลางคนยกกล่องมาวางที่โต๊ะก่อนจะหยิบน้ำมาดื่ม ก่อนจะหยิบกล้องขึ้นมาถ่ายภาพคนเดินไปมา
" นายนี่ชอบอะไรแบบนี้จริงๆเลยนะซิติ "
" ถ่ายการแสดงออกของคนที่แสดงออกมาโดยธรรมชาติไม่มีการเสแสร้งคือภาพที่ผมคิดว่าดีกว่าภาพที่คนเก๊กให้ถ่ายกว่าเยอะแหละครับ อ้อ...ทีสำคัญ ผมชอบถ่ายภาพวิวมากกว่านะครับ "
ชายหนุ่มยกกล้องขึ้นถ่ายภาพกลุ่มนกที่มารอกินเมล็ดข้าวโพดที่เหล่าผู้มีทุนทรัพย์ใจบุญจะซื้อมาโปรยให้กลุ่มนึงอย่างเพลิดเพลิน ชายหนุ่มคนนี้เป็นตากล้องของนิตยสารท่องเที่ยวมีชื่อ เขาเป็นตากล้องมีดีที่มีชื่อรู้จักกันในนามว่า [ ซิติ ]
" คุณปอคิดว่า...เปิดงานแล้วจะมีคนมาร่วมงานเยอะไหมครับ ? "
" มาแค่สักร้อยสองร้อยได้ก็โอเคแล้ว นี่ก็โพสประกาศวันเปิดงานไปแล้วนาทั้งเว็ปหลักเว็ปรอง "
" แต่ผม...ผมมองไม่เห็นพวกเด็กๆหัวมันรึหัวเกรียนๆมาป้วนเปี้ยนแถวนี้เลยนะครับ "
ซิติส่งสายตากวาดไปรอบๆก่อนจะพูดออกมา จริงๆคุณปอเองก็มีเหล่ๆตามงดูบ้างแล้ว แต่เขาเองก็ไม่ค่อยเห็นเด็กกลุ่มที่ซิติว่ามาเป็นกลุ่มๆหรือมาเดินป้วนเปี้ยนหน้างานแม้แต่คนเดียว
" สงสัยคนที่จะมาร่วมงานคงมีแต่รุ่นเก๋าลายครามไม่ก็พกฟันปลอมกับยาดมติดตัวแหงๆเลยนะครับ ฮ่าๆๆๆ "
" ไม่ขำเลยนะเนี่ย...นี่ชั้นต้องไปจ้างพยาบาลมาคอยดูแลผู้สูงอายุด้วยอีกเหรอ ถ้าแอมโมเนียล่ะก็พอหาได้ แต่ถ้ามาหัวใจวายกลางงานนี่คงแย่นา~ไม่ไหวๆ "
คุณปอหัวเราะขำๆกับมุขที่ซิติยิงออกมา ถึงจะฝืดเล็กๆแต่ก็คลายร้อนไปได้สักหน่อย
จริงๆแล้ววันนี้คุณปอมาเองคนเดียวเพื่อเตรียมงานทั้งหมดโดยเฉพาะทางเข้า ส่วนพวที่จะมาขายสินค้าต่างๆนานานั้นได้เข้าไปจัดของๆตัวเองตามบู๊ทแล้ว ส่วนซิตินั้นอาจจะใช้คำว่า " รีบจัด " เลยมาก่อนใครเพื่อนก็ว่าได้
ผ่านไป 30 นาที...
" คนเริ่มมาออกันที่หน้าทางเข้าแล้วนะคุณปอ วัยทำงานรุ่นพ่อเพียบเลย "
ซิติตะโกนส่งสัญญาณให้เจ้าภาพออกมาตัดริบบิ้นทำการต้อนรับ คุณปอในชุดทักซิโด้สีดำที่ดูค่อนข้างหรูนิดๆก็เดินออกมา ตัวเขาเองก็ตกใจไม่นร้อยที่ผู้มาเข้าร่วมงานของเขา จากสายตาแล้วส่วนมากอายุวิ่งไปอยู่หลัก 33+ ส่วนหลัก 10+ มองๆดูแล้วดันมีไม่ถึง 20 คน ก่อนเขาจะยิ้มนิดๆ
" ขอบคุณทุกท่านที่อุตส่าห์สละเวลามาเยี่ยมชมงานที่ทางเราได้จัดขึ้นนครับ จากนี้ไป ผม ในฐานะเจ้าของงานขอเปิดงานคอมมิคมาเก็ต ณ บัดนี้ !! "
พริบตาที่คุณปอตัดริบบิ้น เสยงเฮก็ดังสนั่นลั่นสนามหลวง ชาวบ้านทั่วไปที่ยืนรอรถเมล์อยู่ถึงกับสะดุ้งโหยง
" มีคนมาร่วมงานเยอะไม่น้อยนะครับ "
เสียงชายหนุ่มในชุดขาวเดินมาทักทายเจ้าของงาน เขาเป็นหนุ่มเจ้าสำนวน สุภาพและรุนแรงแบบสงบ เป็นนักเขียนบทกลอนตามหนังสืออ่านเล่นทั่วๆไป นามปากกาของเขาที่คนทั่วไปรู้จักก็คือ [ มิวมิว ]
" ไม่คิดว่าคุณจะว่างมางานนี้ได้เลยนะครับนี่ "
คุณปอยิ้มทักทายแขกผู้หาเวลาว่างได้ยาก เพราะงานนักเขียน ส่วนมากหาเวลาวางได้ยากกว่าอาชี ร.ป.ภ. ด้วยซ้ำไป
" คุณปอเปิดงานเอง ถ้าตัวผมไม่ได้มาล่ะก็ผมคงนอนไม่หลับเป็นแน่ ว่าแต่ผมเถอะ คุณปอเองนั่นแหละทำไมจู่ๆถึงมีเวลาว่างมาเปิดงานแบบนี้ได้ล่ะครับ ? "
" พอดีทาง ร.พ.ที่ผมเคยไปจัดงานเขาประสพปัญหาเรื่องค่าใช้จ่ายเรื่องฟื้นฟูอาคารน่ะครับ ผมเองก็ไปขอรบกวนสถานที่เขาอยู่บ่อยๆเลยอยากจะช่วยเขาบ้าง แต่ตัวผมก็ไม่ใช่เศรษฐีพันล้าน ผมอยากได้เงินสักจำนวนหนึ่งไปช่วยทาง ร.พ. เขาผมเลยมาเปิดงานเก็บค่าเข้าแล้วเอาไปบริจาคน่ะครับ "
คุณปอพูดอธิบายเตผลหลักของเขาให้มิวมิวได้เข้าใจ ว่ากันตรงๆแล้วตัวขาเองก็เพิ่งบริจาคให้ทาง ร.พ. ไปแล้ว 2 หมื่นบาทถ้วนๆ เพียงแต่เขาใจบุญมากเลยอยากจะช่วยอีกสักหน่อย
" ผมก็นึกไว้แล้วว่าคุณปอมาเปิดงานแบบนี้ต้องมีสาเหตุประมาณนี้แน่นอน "
มิวมิวล้วงกระเป๋ากางเกง หยิบซองสีขาวออกมาแล้วยื่นให้คุณปอ
" เอ๋ ? คุณมิว ? "
" ผมเองก็อยากช่วยด้วยเช่นกัน กรุณารับไปเถอะครับ "
คุณปอทำหน้างงๆเล็กน้อยก่อนจะกล่าวขอบคุณมิวมิวแล้วรับซองมา
" ต้องขอขอบคุณคุณมิวมิวมากๆเลยนะครับ "
" ไม่เป็นไรครับคุณปอ เรื่องการกุศลแม้หน้าผมจะไม่ให้แต่จิตใจของผมนั้นจริงจังเสมอ อย่างไรก็ดีผมคงต้องขอตัวไปเดินดูของที่ผมต้องารก่อน ผมขอให้พระพรอันสง่างามส่งผลให้วันนี้คุณปอได้ในสิ่งที่คุณปอต้องการนะครับ "
มิวมิวพูดจบก็โค้งตัวเล็กน้อยก่อนจะเดินจากไปอย่างสุภาพ
" ไม่คิดว่าจะเจอนายในที่แบบนี้เลยแฮะ !! "
เสียงทักทายของสาวแว่นเหลี่ยมที่ทักช่างภาพซิติที่กำลังยืนดูสินค้าจำนวนฟิกม่า เธอเป็นนักถ่ายภาพให้นิตยสารจำพวกลุยแหลกลาญผจญภัยไม่เลี้ยง เป็นตากล้องมือดีและไม่ดีในเวลาเดียวกันเพราะนิสัยส่วนตัวบางอย่าง เธอมีชื่อเล่นพิเรณท์ว่า [ นอสต์ ]
" คนที่ต้องพูดคำนั้นน่ะมันทางชั้นไม่ใช่รึไงหา ~ นอสต์ ? "
ตากล้องหนุ่มกล่าวทักทายกลับแต่ลูกกะตายังจ้องดูฟิม่าอยู่ดี
" เวลาตอบคนอื่นน่ะหัดมองชาวบ้านเค้ามั่งสิ ให้ตายเถอะ...ทำไมชั้นต้องมาเจอผู้ชายที่มีแต่กลิ่นสาบมาม่ากระป๋องตลอดทั้งวันแบบนี้ด้วยนะ ? "
" เฮ้ย !! กินแต่มาม่านี่มันผิดอะไรนักหนารึไงถึงได้พูดซะขนาดนั้น ? "
ซิติงวดนี้ถึงกับหันมาตอบทันที ดูๆไปแล้วเหมือนคู่นี้จะรู้จักกันแต่ไม่ค่อยถูกกันท่าไหร่
" ผิดตรงที่คราวก่อนนายมาแอบถ่ายภาพชั้นยืนกินน้ำนั่นแหละ "
" ไม่ได้เกี่ยวอะไรกับมาม่าเลยนะนั่น แล้วยังไง ? ชั้นแค่ถ่ายภาพกำแพงวัดแล้วจู่ๆเธอก็ดันไปอยู่ตรงนั้นเองไม่ใช่รึไงยัยแว่น ? แบบนี้น่ะเค้าเรียกไม่ได้ตั้งใจนะครับเฮ้ย !! อุบัติเหตุน่ะรู้จักมั้ย หา ?!!! "
จากทักทายกลายมาเป็นจิกกัดไม่กี่อึดใจทั้งคู่ก็ยืนแยกเขี้ยวใส่กัน สร้างความฮือฮาในงานได้ไม่น้อย
" พี่นอสต์พอเลย !! พี่ซิติด้วย...แก่ป่านนี้แล้วยังจะมาทะลาะกันอีก อายผมมั่งเถอะ = = "
เด็กหนุ่มอายุราวๆ 17-18 เดินมาขวางกลางระหว่างทั้งคู่ พร้อมชูแขนขึ้นบังหน้าทั้งคู่ไม่ให้มองหน้ากันแต่เด็กหนุ่มที่เข้ามาห้ามมวยกลับถูกมะเหงกดังป๊อกกลางกะบาลจนลงไปนอนดิ้นพราดๆ
" อ๊ากกกกกกกกกกกกกกก !! ทำบ้าอะไรฟระพี่นอสต์,พี่ซิติ ?!! "
" เมื่อกี้นายว่าใครแก่กันหา โทนี่ !!! "
เสียงตะโกนถามที่บ่งบอกถึงความบ่จอยดังขึ้นพร้อมกันโดยไม่มีการเตี๊ยมกันมาก่อน เด็กหนุ่มผู้เป็นทั้งฮีโร่และที่รองมือค่อยๆลุกขึ้นมา เขาเรียนอยู่ชั้น ม.6 ร.ร.หนึ่ง มีชื่อหรูหราว่า [ โทนี่ ]
" พอเลยพวกพี่อ่ะ...ให้ตายเดะ ผมมาหาห้ามไม่ให้พวกพี่ทะเลาะกันดันมาอัดผมอีก อะไรฟระ ? "
เด็กหนุ่มบ่นฉุนขาด ก็แน่นอน...เข้ามาห้ามดันโดนดีเองซะงั้น
" ก็นายมาว่าพี่แก่...โทษทีเหอะ พี่น่ะชายทั้งแท่งอายุ 25 เองนะเว้ย ไม่ใช่ป้าแว่นอายุ 28 ทางนู้น !! "
" เฮ้ !! นายตาตี่ !! ใครอายุ 28 ไม่ทราบ ? ชั้นเพิ่ง 22 เองนะ !! "
สาวแว่นเถียงกลับทันที แน่นอนสำหรับผู้หญิงแล้วเรื่องอายุเนี่ยสำคัญมาก ใครล้อเล่นอาจมีโดนอัด
" นึกว่าใครทะเลาะกัน...ที่แท้พวกพี่เองเรอะ ? "
ชายหนุ่มอายุราวๆ 20 ต้นๆเดินมาหาพวกเขาทั้งสาม ลักษณะบ่งบอกถึงความเกเร ใบหน้าพร้อมรองรับอวัยวะทุกส่วน ชายหนุ่มผู้นี้มีชื่อดังมากในหมู่เด็กแว๊นซ์ เขามีนามว่า [ อาโนนี่-ชาน ]
** Anony-chan + Jacky-chan **
" อ้าว ? โทนี่นี่หว่า ! สามร้อยเมื่อไหร่จะคืนวะ ? "
พริบตาเดียวโทนี่ก็หายไปจากที่ตรงนั้น ล่นเอาทั้ง ซิติ นอสต์ และก็อาโนนี่ตาค้างไป 5 วินาที
" หะ...เฮ้ย !! เดี๋ยวสิวะไอ้บ้านี่ ยืมตังแล้วชิ่งกันงี้เลยได้ไงวะ !!! "
กว่าอาโนนี่จะไดสิติโทนี่ก็หายไปไกลแล้ว ถึงจะบอกว่ายังอยู่ในงาน แต่ก็กว้างอยู่ดี หาเจอไม่ได้ง่ายๆหรอก
" รอนานมัยวอร์สเปล ? "
ชายหนุ่มวัยทำงาน ผมแสกข้างเดินมาทักทายเพื่อนเขา เขาแต่งตัวเหมือนพนักงานกินเงินเดือนปกติทั่วไปๆเขามีชื่อเล่นว่า [ เอิร์ธ ]
" ไม่นานๆ นี่ก้เพิ่งมาได้สักพักเหมือนกัน "
ชายหนุ่มวัยทำงานอีกคนกล่าวตอบ ชายคนนี้ทำงานเกี่ยวกับด้านเอกสารให้ทางกองยุทธการทหารระหว่างประเทศ มีชื่อเป้นรหัสทางทหารแต่ดันเอามาเรียกกันโต้งๆว่า [ วอร์สเปล ]
" ไพโร,คาเงะจังกับทาเมะจังล่ะ ? "
เอิร์ธถามพลางมองไปรอบๆเพื่อหาตัวเพื่อนร่วมก๊วนเขาอีกสองคน แต่ก็ไม่มีวี่แวว
" ตอนเปิดงานน่ะเห็นว่าบู๊ทที่เอาไส้กรอกอาเบะมาขายไฟมันลุกน่ะ ไพโรก็เลยยกโขยงกันไปช่วยดับไฟ "
วอร์สเปลตอบพลางแพนสายตาไปทางร้านค้าด้านในๆ
" แต่ตรูว่าร้านอาเบะนี่มันดังจริงๆ ไปงานไหนก็ขายดี อีแบบงวดหน้าเราเอามั่งดีมะ หาลำไพ่พิเศษมั่งก็ไม่เลวนะเว้ย "
" พอเลยเอ็งไอ้วอร์ฯ นึกแล้วขนตรูลุก !! "
เอิร์ธบอกปัดไม่เอาทันทีเล่นเอาวอร์สเปลขำกร๊าก ท่าทางเอิร์ธจะไม่นิยมอาเบะเท่าไหร่กระมัง...
ภายในงานที่ดูสงบสุขเต็มไปด้วยเสียงหัวเราะคิกคัก
แต่ก็มีอีกมุมนึกที่กำลังวางแผนอะไรบางอย่างอยู่...นั่นคือทีม [ Star dust ]
" ร้องให้หนักๆเลยนะเว้ย !! "
" ไม่พลาดหรอก ข้าซ้อมมาจนคอหอยแทบจะขาด "
" ใครเห็นไม้กลองตรูมั่งวะ ? จำได้ว่าเอามานะเฮ้ย !! "
" เป้แดงๆนี่ป่ะ ? ตลกเหอะ !! ตรูเห็นทั้งเป้เอ็งใส่มาแต่ขนม ไหนวะไม้กลอง ? ไอ้ท้องมารเอ้ย !!! "
" เลิกกัดกันแล้วซ้อมดีๆสักดอกเถอะว่ะเฮ้ย !! ให้ความร่วมมือทีเถอะวุ้ย !! "
ในงานเองก็มีการประกวดแข่งขันร้องเพลงด้วย แน่นอนคนที่เครียดจนสติสตังไม่ค่อยอยู่กับตัวเพราะความที่เป็นมือใหม่และยังไม่เคยลงสนามมาก่อนก็ต้องมีอาการแบบนี้ซะส่วนใหญ่แบบสมาชิกทีมนี้
โดยนักร้องนำของวงนีที่ซ้อมร้องเพลงมาจนข้างบ้านให้สากกับครกมาเป็นรางวัลการันตีในพลังเสียงนี้มีชื่อเก๋ไก๋ว่า [ วาตารุ ] ซึ่งเตรียมความมั่นใจมามากกว่าคนอื่นถึง 7 เท่า
มือเบสของวงนี้สักลายกางเขนไว้ที่แขนข้างซ้าย มีชื่อว่า [ ไปป์ ]
ตามมาด้วยมือกีตาร์ที่มีดีที่ลีลาการลงไปดิ้นพราดๆแต่เล่นกีตาร์ไปด้วยกันได้อย่างน่าทึ่ง มีชื่อว่า [ ไลอ้อน ]
ส่วนมือกลองพลัง K ของวงนี้นิยมการตีกลองสักัพกก็โยนไม้กลองทิ้งแล้วใช้ฝ่ามือคาราเต้ตีกลองแทนไม้ มีวิชาคาราเต้ 2 ดั้งแต่รักในเสียงกลองจึงมาเอาดีด้านนี้ มีชื่อว่า [ ยามะจิ ]
ปิดท้ายที่คีย์บอร์ดฝีมือดี เคยคว้ารางวัลที่สามของระดับประเทศมาแล้ว มีชื่อว่า [ ทอม ]
โดยพวกเขาจะมาเล่นเพลง " Don\'t say lazy " เพื่อคว้าชัย
ถ้าแค่เล่นคงพอทำเนา...
อย่าไปนึกถึงตอนคอสเพลย์ออกมาก็พอ....
งานดำเนินไปอย่างราบรื่นสนุกสนาน
คุณปอเดินไปยิ้มไปที่เห็นทุกคนสนุกสนานกันเต็มที่
ซิติถ่ายภาพผู้คนอย่างเพลิดเพลิน
นอสต์เดินมองหาปลาทองอิคุพันธุ์หายากเอากลับไปเลี้ยง
โทนี่กำลังเอาปลอกหมอนข้างแอบใส่กระเป๋า
อาโนนี่ยืนหอบจากการวิ่งตามหาโทนี่ทั้งงานแต่ไม่เจอ
วอร์สเปลยืนอ่านโดจินชิที่ให้ทดลองอ่านสปอยด์คร่าวๆก่อนซื้อ
เอิร์ธเดินไปดูพวกฟิกม่าจากการ์ตูนที่นชื่นชอบ
ส่วนทีมสตาร์ดัสท์ก็กำลังเปลี่ยนเสื้อผ้าในห้องแต่งตัว....
งานทุกอย่างสมควรดำเนินไปอย่างราบรื่นและจบลงอย่างสวยงาม
หากจู่ๆไฟในงานไม่เกิดดับไปก่อนทั้งงาน...
" เฮ้ย อะไรวะ !! "
" วะ ! เจ้าของงานจ่ายค่าไฟป่าววะเนี่ย ? "
" กรี๊ดดดด !! ใครบีบก้นชั้นเนี่ย ? "
" เฮ้ย ! ใครขโมยฟิกฯร้านกรูวะ ? "
ท่ามกลางความมืดมิดที่เกิดขึ้นโดยกระทันหัน ผู้คนต่างก็แตกต่างกันถ้วนหน้า บางคนฉวยโอกาสขโมบ บ้างก็แต๊ะอั๋ง บ้างก็หกล้ม
" ทุกคนครับ ขอให้อยู่ในความสงบสักครู่ครับ ทางเราจะรีบดำเนินการแก้ไขอย่างรวดเร็วครับ !! "
คุณปอพูดออกทางโทรโข่ง สักระยะหนึ่ง ผู้คนก็อยู่ในความสงบอย่างว่าง่าย
" เฮ้ ยัย...อ่า...นี่ นอสต์...ขอแรงถือไฟฉายให้ทีสิ พอดีคงต้องใช้สองมือในการซ่อมไฟครั้งนี้น่ะ "
ซิติรบกวนนอสต์ เวลาแบบนี้เขาคิดว่าหากรอให้ใครมาซ่อมเองคงช้า เขาต้องลงมือเอง
" เห ? นี่นายทำไฟเป็นด้วยรึเนี่ย ? "
ช่างภาพสาวทำหน้าสงสัยไม่น้อย
" มันก็ต้องมีบ้างแหละ อย่างว่า คนอยู่ตัวคนเดียวมันต้องทำอะไรเป็นหลายๆอย่างล่ะนะ จะไปรอให้ใครมาทำให้ได้ที่ไหนกันล่ะ ถ้ามีเมียมีลูกมีหลานก็ว่าไปอย่าง "
" ฮึ ! อยากจะบอกเป็นนัยๆว่าตัวเองโสดล่ะสิท่า ใช่มะ ? "
" ยัยบ้า !! เลิกพูดแล้วส่องไฟมาตรงๆล่ะ "
ซิติสวมถุงมือยางเปิดแผงวงจรไฟ จากนั้นก็ตรวจดูอย่างถี่ถ้วน
" อ้าว มีคนมาทำแล้วนี่นา ? "
ช่างไฟหนุ่มเดินหิ้วอุปกรณ์มา เขาถูกคุณปอจ้างมาเผื่อกรณีนี้โดยเฉพาะ เขามีนามว่า [ โคเด ]
** Codeman = co-de **
" ยังไงก็ช่วยมาตรวจหน่อยดีกว่าค่ะ อีตานี่ดูมุมไหนก็สารพัดช่างขั้นประถม "
ช่างภาพสาวเกทับช่างภาพหนุ่มอย่างแรงจนช่างภาพหนุ่มหันมาทันที
" โอเคครับ โอเคๆ พวกคุณสองคนไปรอข้างนอก อย่าทะเลาะกันนะครับ มันทำให้ผมเสียสมาธิ "
ช่างไฟกล่าวเบรคทั้งคู่เพราะเกรงว่าทั้งคู่จะออกมาโตวาธีกันด้านนอกรบกวนสมาธิของเขา
แชะ !
พริบตาไฟก็ติด ทุกอย่างกลบสู่ภาวะปกติ
ผู้คนในงานก็กลับมาเฮฮากันได้อีกครั้ง คุณปอถึงกับโล่งอกจนถอนหายใจออกมา
" เฮ้ย !! มาดุนี่เร้วเว้ย !! "
เสียงผู้มาร่วมงานคนหนึ่งตะโกนดังมาก น้ำเสียงที่ฟังดูก็รู้ว่าตกใจมากนั้นทำให้หลายๆคนเริ่มรู้สึกไม่ค่อยสบายใจเท่าไหร่นัก...
" ฮะ...เฮ้ย !! "
ผู้ร่วมงานคนที่สองที่เดินไปหาคนที่ตะโกนตอนแรกอุทานออกมา ตาเขาค้างจนแทบจะถลนออกมาได้
" มีอะไรกันวะเฮ้ย ? "
อาโนนี่เดินฝ่าฝูงชนไปที่จุดที่ผู้ร่วมงานสองคนยืนตาค้าง ซึ่งจุดนั้นก็คือประตูทางเข้าออก เมื่อไปถึงอาโนนี่เองก็ถึงกับอุทานออกมาเช่นเดียวกัน
" หะ...เฮ้ย !! เดี๋ยวเด๊ะ...นี่มัน มัน...? "
" มีอะไรกันเหรอครับทุกๆท่าน ? "
คุณปอเริ่มสังหรณ์ใจไม่ค่อยดี เจ้าภาพของงานจึงรีบรุดไปตรงจุดที่ทั้งสามยืนอยู่
ทันทีที่คุณปอไปถึง คุณปอเองก็ต้องตาค้างกับทิวทัศน์ที่ตัวเองได้เห็นเต้มสองตา
งานคอมมิคมาร์เก็ตครั้งนี้ถูกจัดขึ้นที่สนามหลวง แน่นอนว่ารายล้อมไปด้วยวัดวาอาราม ตึกต่างๆ รวมไปถึงผู้คนสัญจรไปมา และก็ยวดยานพาหนะต่างๆสารพัด
บัดนี้ทิวทัศน์นั้นไม่มีอีกแล้ว !!
ภาพที่ปรากฏตอ่หน้าของเขากลับกลายเป้นทุ่งหญ้าอ่อนๆกว้างสุดลูกหูลูกตา หากมองไปไกลลิบๆหน่อยจะเห็นว่ามีภูเขาและป่าล้อมรอบเอาไว้ครบ 360 องศา
" นี่มันเรื่องอะไรกันเนี่ย ? "
เมื่อตั้งสติได้ คุณปอก็ตะโกนออกมาเช่นกัน เขาถึงกับกุมขมับในทัที กอ่นชายหนุ่มสามคนหน้าทางเข้าออกจะพยุงเขามานั่งในงานเพราะตัวเขาเองเริ่มยืนเซๆไปแล้ว
ในขณะเดียวกันที่ด้านในป่าก็ปรากฏฝูงมนุษย์ในชุดคลุมสีดำทั้งตัวกำลังมุ่งหน้าไปทางทุ่งหญ้าที่พวกคุณปอและผู้มาร่วมงานทั้งหลายได้หลุดหลงเข้ามาใน" อาณาเขต "ของนายใหญ่ของพวกเขา
กองทัพมนุษย์ชุดคลุมสีดำเคลื่อนที่อย่างช้าๆ ก่อนจะไปหยุดที่บริเวณชายป่าเพื่อรอคำสั่งต่อไป
" มากันราวๆ 200 คนได้มั้ง....จมูกข้าดมดูแล้ว ไม่น่าพลาดหรอกครับท่าน "
เสียงผู้ชายกล่าวเหมือนอวดตนว่าจมูกของเขาดีเอามากๆ เขาได้แจ้งให้สาวน้อยคนหนึ่งที่ยืนอยู่บนยอดต้นไม้ที่ดูแล้วน่าตะเป้นผู้นำกลุ่มได้ทราบ
" ก็ดี...จัดการเหมือนเคยแหละ กระจายกันไปเลย !!! "
สิ้นเสียงสั่งการ ฝูงมนุษย์ชุดดำก็วิ่งกระจายกันไปในทุ่งหญ้าก่อนจะหายไปราวกับไม่เคยมีใครวิ่งเข้าไปในทุ่งหญ้าแม้แต่คนเดียว
" 200 คนงั้นเหรอ...น่าจะพอล่ะมั้งงวดนี้ "
เสียงสาวน้อยลึกลับที่สั่งการเหล่ามนุษย์ชุดดำดังขึ้นค่อยๆ ก่อนเธอจะยิ้มเล็กน้อยที่มุมปาก จากนั้นก็ยืนชมสิ่งที่กำลังจะเกิดขึ้นกับกลุ่ม" ผู้มาเยือน " อย่างใจจดใจจ่อ
To be continue...
ให้กำลังใจผู้เขียน
ยังไม่มีใครให้กำลังใจ มาเป็นคนแรกกัน